อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เจอหน่วยพลร่ม'101 Airborne' บนโรงพักไทย!!

สัปดาห์นี้เล่าถึงคนเมาที่ทำลายป้ายหาเสียงบนโรงพักไทย ที่แท้ “ทหารอเมริกา” หน่วยพลร่ม 101 Airborne หน่วยรบดังของอเมริกา เป็นอย่างไรไปติดตามกัน พุธที่ 3 มกราคม 2561 เวลา 08.00 น.


ผู้อ่านเคยชมภาพยนตร์ซีรีย์ชุด Band of Brothers” ไหมครับ? ถ้าเคยก็อ่านข้ามประโยคเหล่านี้ไป แต่หากท่านใดไม่เคย ผมจะอธิบายว่าเป็นเรื่องของ กองร้อย E ที่เรียกง่าย ๆ ว่า Easy Company” เป็นหมวดทหารพลร่ม 101 (101 Airborne) ที่ถูกส่งไปรบกับนาซีเยอรมัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยหน่วยรบนี้ทำการโดดร่มจากเครื่องบินเข้าไปในแนวหลังของศัตรูในช่วงวันดีเดย์ ซึ่งภาพยนตร์ซีรีย์ชุดนี้ นำเสนอเรื่องราวทหารหาญในกองร้อยดังกล่าวตั้งแต่ทำการฝึก เป็นทหาร ทำศึก และจบสิ้นศึก ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ดังกันไปทีเดียว

ไม่พอครับ
“101 Airborne” กลายเป็นหน่วยรบที่ดังของสหรัฐอเมริกาทีเดียว เพราะหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาก็ได้ทำศึกหลายสมรภูมิ และสร้างผลงานเลื่องลือไม่แพ้บรรพบุรุษ Easy Company” เลย ผู้อ่านคงจะงงว่า...ผมไปกล่าวถึงทำไม??

คือผมมีโอกาสได้พบทหารของหน่วยนี้ ในประเทศไทยใน “สถานีตำรวจ” นะครับ เอาสิ!! ผมพบลูกหลานของ “หน่วยพลร่มทางอากาศ” นี้ในช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง คือสมัยที่ประเทศไทยมีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง นักการเมืองต่างวางป้ายหาเสียงริมทางผูกมัดไว้กับต้นไม้ เพื่อให้ประชาชนรู้ว่า...พวกเขาเป็นใคร? มีนโยบายอย่างไร? และหากถูกใจจะไปกาเบอร์หมายเลขใด?



และด้วย...ไอ้เจ้าป้ายหาเสียงของนักการเมืองที่ติดเรียงตามต้นไม้นี่แหละครับ บางคนอาจดูผ่านๆ ไม่สนใจ แต่เพราะป้ายของมันแท้ๆ จึงพาผมได้มาพบกับทหารของยอดหน่วยรบนี้

คือ...เรื่องมีอยู่ว่า...ทหารหนุ่มลูกครึ่งไทย-สหรัฐอเมริกา ได้ลาพักร้อนกลับมาประเทศไทย เมื่อ “ทหารหาญ” กลับมาจากการรบ สิ่งที่ทำเหมือนกันก็คือ กินเหล้าเมาครับ!! กินกันสนุกเพลินเลย แล้วทหารเนี่ย เขาแข็งแรงกันมาก ยิ่งทหารอเมริกายิ่งแข็งแรงหนักเข้าไปอีก พี่แกก็กินหัวราน้ำ ร่างกายมันก็ทนทานไหว แต่สติมันไม่แกร่งแบบนั้น เมานะสิครับ...เมาแพร่ดเลย!!

พอกินจนถึงเช้า ร้านเหล้าก็ปิด ร้านข้าวต้มก็เปิดไม่ไหวแล้ว พี่แกซึ่งยังพอมีสติบ้าง ก็ลุกเดินทางกลับบ้าน ระหว่างเดินไปตามทางฟุตบาทแบบไม่กลัวใคร (ปัทโธ่ทหารนะครับ ฆ่าคนด้วยมือเปล่า จะไปกลัวใครได้) แกก็เดินชน
“ป้ายหาเสียงของนักการเมือง” ด้วยความหงุดหงิดปนความเมา ว่าแล้วทหารหนุ่มก็เลยดึงป้ายหาเสียงหลุดจากการมัดกับต้นไม้ แล้วโยนลงคลองไปเลย ดึงไปเกือบ 10 กว่าป้ายลงคลองหมด



วินจยย.เห็นเหตุการณ์ตอนแรกนึกว่า พวกหัวคะแนนทำลายป้ายฝั่งตรงข้าม แต่พอพินิจดีๆ ปรากฏว่าพี่แกเล่นดึงทุกป้ายลงน้ำหมด เอาแล้ว!! คนบ้าแล้ว จึงแจ้ง
“ตำรวจไทย” ให้เร่งเดินทางมาจับคนบ้าโดยเร็ว...

แต่พอ “ตำรวจไทย” มาถึง ก็ได้พบ “ทหารหาญ” ลูกครึ่งไทยอเมริกา ทั้งเมา ทั้งเพลียจากการกินทั้งคืน ดึงป้ายมากๆ เข้าก็เริ่มโรยแรง แดดมาแล้วด้วย จึงนั่งบนฟุตบาทหมดสภาพ ตำรวจจึงเอาตัวขึ้นรถกระบะกลับไปโรงพักได้อย่างสบายๆ

เมื่อไปถึง “สถานีตำรวจ” ก็สอบถามคร่าวๆ แล้วก็มีสายข่าวแสนดีโทรศัพท์ไปหากองบรรณาธิการสุดที่รักว่า...มีคนเมาดึงป้ายหาเสียงลงน้ำ กองบรรณาธิการสุดที่รักก็โทรศัพท์แจ้งนักข่าวพอดี ซึ่งเป็นผม...กำลังนอนหลับสบายจากการเข้าเวรดึก รอออกเวรอยู่ 07.00 น. ผมต้องลืมตาตื่นไปยังโรงพักเพื่อทำข่าวดังกล่าวแบบงงๆ ปนง่วง

ที่โรงพักผมตรงไปพบกับ ชายหนุ่มลูกครึ่งไทยอเมริกา หัวเกรียน แต่กล้ามเนื้อแน่นเปรี๊ยะ รูปร่างกำยำแบบทหาร ด้วยความสงสัยจึงไปถามจ่าห้องขังจึงได้คำตอบว่า “แกเป็นทหารอเมริกา” ผมหันขวับกลับไปมองไอ้ทหารอเมริกาทันที พี่แกหมดสภาพนั่งคอพับ ใส่กุญแจมือไว้ด้านหน้า สภาพเหมือนคนเมาแล้วจะหลับนะครับ “เขาไปรบอิรักมาด้วย”

วินาทีนั้น ผมเกิดคำถามว่า ตำรวจไทยจับทหารนายนี้มาได้อย่างไร “มันเมานะ ร่วงเลย พี่ใส่กุญแจง่ายๆ ช่วยกันแบกพาตัวมา เพราะมันเมาเดินไม่ไหว ห่า!! ถ้ามันสติดีอยู่ ใครจะเอามันลง ดูหุ่นมันสิ” ร้อยตำรวจโทแอบกระซิบบอกผม

ผมทำข่าว ทีนี้ก็อยากรู้ล่ะครับว่า...หน่วยไหน จึงพูดภาษาอังกฤษปนไทยไปได้ความดังนี้ “เอ็งหน่วยไหน ไปรบที่ไหนบ้าง”

ทหารคอพับมองผม ด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วพูดอย่างสุภาพมาว่า “ผมอยู่หน่วยพลร่ม 101 Airborne Division ครับ ผมไปรบมาหมดทั้ง อัฟกานิสถาน ไอรัก” สาบานครับผู้อ่าน แกเรียก ไอรักจริงๆ ซึ่งทหารอเมริกาจะเรียก “อิรัก” ว่า “ไอรัก” โคตรเท่เลยตรู ทำข่าวอาชญกรรมอยู่ดีๆ ได้สัมภาษณ์นั่งคุยกับ “ทหารอเมริกา” ที่ไปรบในสมรภูมิจริงๆ ด้วยวะ เอาสิๆๆๆ ตอนนั้นภาพ Easy Company” ลอยเข้ามาในหัวเลย ผมก็เลยสอบถามว่าแกรู้จักไหม แกบอกรู้จักครับ เคยดูซีรีย์นี้ด้วย



ดูจบ ผมสมัครเลย อยากอยู่หน่วยนี้ อยากเป็นทหารหน่วยนี้เลย คุ้มค่ามาก ได้ทำเพื่อชาติ รับใช้ประชาชนแบบจริงๆ”

ผมฟังแล้วรู้ว่าแกภูมิใจมาก แต่เป็นการฟังแบบนั่งห่างๆ นะครับ ไม่กล้าแตะต้อง คนมันเมา เกิดอารมณ์เสียล็อกต่อยผมร่วงมาทำไง ทหารอเมริกานะครับ ผมมันนักข่าวไทย มันพรวดมาที ผม ร.ด.ปี 3 เป้าสะอาดด้วยจะเอาอะไรไปสู้กับมันได้

ที่จริงเราคุยกันเพลินเลย จนร้อยเวรแกบอกว่า “นักการเมืองเขาไม่เอาเรื่อง ปล่อยไป คนมันมัวเมา จะทำไงได้” ผมพยักหน้า เห็นทหารแกยิ้ม ที่จริงแกพูดไทยได้ แต่ฟังแล้วงงๆ ในสำเนียง จึงพูดอังกฤษกันดีกว่า “เดี๋ยวแม่จะมารับเอ็งกลับนะ” จ่าเดินมากระซิบ ทหารอเมริกันก็ยิ้ม ทีนี้ปลดกุญแจมือแล้วครับ ผมเลยได้อำลา “ทหารหาญ” แบบจับมือแกจริงๆ “ขอบคุณครับ ที่มาทำข่าว” ทหารแกพูดกับผมแบบฮาๆ

“ไม่สิ...” แต่ผมพูดกลับแบบจริงจัง “เราต่างหากต้องขอบคุณหน่วยรบของคุณที่ปราบนาซี ฟาสซิสม์ได้ แด่แบนด์ออฟบราเธอร์ครับ เพื่อนตายสหายศึก” เราจับมือกันอย่างมิตรภาพ แล้วผมก็ขอตัวกลับ คิดในใจว่า กูก็พูดเท่เหมือนกันนี่หว่า ฮ่าๆๆ

หลายปีผันผ่าน...ไม่รู้ว่าทหารนายนั้นจะยังมีชีวิตอยู่หรือดับดิ้นในสงครามไปแล้ว น่าสนใจว่าถ้าแกกลับมาไทยอีกครั้ง แล้วเมาอีก หากแกมีโอกาสได้เดินบนทางฟุตบาทอีกครั้ง แกคงจะสงสัยว่า...“ป้ายหาเสียง” มันหายไปไหนแล้วหว่า...??
…................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย
“ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”

ขอบคุณภาพจาก : hui huizuke


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 14