อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เลือกแบตเตอรี่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง!

ทำความรู้จัก “แบตเตอรี่” ขุมพลังงานสำรองรถยนต์ยามยากได้ง่ายๆ พร้อมวิธีเลือกใช้งานไม่ยากอย่างที่คิด!   ศุกร์ที่ 5 มกราคม 2561 เวลา 08.00 น.

 
“แบตเตอรี่รถยนต์” เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยเก็บไฟฟ้า ก่อนที่จะป้อนไปยังอุปกรณ์ต่างๆของรถยนต์ให้ทำงานได้ เช่น มอเตอร์สตาร์ท ระบบจุดระเบิด ซึ่งแบตเตอรี่รถยนต์นั้น จริงๆแล้ว ไม่ใช่แหล่งผลิตกระแสไฟฟ้า แต่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้า ที่ได้จาก “ไดร์ชาร์จ” ซึ่งเป็นอุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้า เมื่อไดร์ชาร์จทำงานได้ดีขึ้น หรือ หมุนเร็วขึ้น ก็จะมีกระแสไฟฟ้าเหลือจากการใช้งานก็จะถูกส่งกลับเข้าไปยังแหล่งเก็บไฟฟ้าสำรอง (แบตเตอรี่) จนกว่าจะเต็ม ซึ่งแบตเตอรี่นี้ จะจ่ายไฟออกอย่างเดียวเฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น เพื่อส่งกระแสไฟเข้าสู่มอเตอร์สตาร์ท และ ระบบต่างๆของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์สตาร์ทติดแล้ว ไดร์ชาร์จก็จะทำหน้าที่ประจุไฟเข้าแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง หมุนเวียนเข้าออกแบตเตอรี่อยู่เสมอ ไม่ได้จ่ายออกไปจนหมดอย่างเดียว แต่เมื่อใดก็ตามที่ “ไดร์ชาร์จผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทัน” เช่นการขับขี่ในตอนกลางคืน ที่ใช้ระบบไฟมากกว่าปกติแล้ว ก็จะดึงไฟจากแบตเตอรี่มาใช้
 
โดยทั่วไปแล้ว “อายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์” จะขึ้นอยู่กับประเภท
1. แบบเปียก(กรดตะกั่ว)
นิยมใช้กันมาก แบ่งย่อยออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบที่ต้องเติม และ ดูแลน้ำกลั่นบ่อยๆ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง กับ แบบกึ่งแห้ง MF (maintenance free) ไม่ต้องดูแลมาก ใช้น้ำกลั่นน้อย โดยทั้ง 2 แบบนี้จะมีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น ซึ่งในแบบแรกนี้จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 1.5-2 ปี แต่ไม่ควรเกิน 3 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน ข้อดีคือมีราคาถูก ถ้าดูแลสม่ำเสมอจะมีอายุการใช้งานยาวนาน
2. แบบแห้ง SMF (Sealed Maintenance Free Car Battery) ไม่มีฝาปิด-เปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น หรือถูกซีลทับฝาไปเลย แต่จะมีตาแมวไว้สำหรับไว้คอยตรวจเช็คระดับน้ำกรดและระดับไฟชาร์จ ข้อดีคือไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่ก็มีราคาแพงเช่นกัน
 
“การเลือกขนาดแอมป์ใหเหมาะกับรถยนต์”
รถเก๋ง ญี่ปุ่น เครื่อง 1200-1900 ซีซี ใช้แบตเตอรี่ขนาด 45-60 แอมป์
รถเก๋ง ญี่ปุ่น เครื่อง 2000-3000 ซีซี ใช้แบตเตอรี่ขนาด 60-75 แอมป์
รถเก๋ง ยุโรป เครื่อง 2000-3000 ซีซี ใช้แบตเตอรี่ขนาด 75 แอมป์
รถเก๋ง ยุโรป เครื่อง 2800-4000 ซีซี ใช้แบตเตอรี่ขนาด 100 แอมป์
รถกระบะ เครื่อง 2000-3000 ซีซี ใช้แบตเตอรี่ขนาด 70-90 แอมป์
 
อย่างไรก็ตาม ก็มี “ข้อควรระวังในการใช้งานแบตเตอรี่” อยู่เหมือนกัน เพราะในแบตเตอรี่นั้นมีสารเคมีอยู่ เช่น สารตะกั่ว น้ำกรด เป็นต้น ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
1. ระวังไฟ หรือประกายไฟต่างๆ รวมทั้งประกายไฟจากการสูบบุหรี่
2. ในขณะที่ชาร์จแบตเตอรี่นั้นจะมีแก๊สเกิดขึ้น ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ ควรระวังอันตรายจาก “แบตเตอรี่ระเบิด”
3. การจัดวางและจัดเก็บแบตเตอรี่เก่า ควรเก็บในสถานที่ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะ ไม่วางทิ้งเกลื่อนกลาดและทิ้งแบตเตอรี่เก่าลงในถังขยะปกติธรรมดาทั่วไป
4. ปฏิบัติตามคำแนะนำบนตัวแบตเตอรี่ ปฏิบัติตามคู่มืองานซ่อมประจำอู่เรื่องระบบไฟฟ้า และ ปฏิบัติตามคู่มือประจำรถ
5. ควรระวังอันตรายจาก “น้ำกรดเวลาเดือด” ซึ่งน้ำกรดในแบตเตอรี่นั้นเป็นสารกัดกร่อนอย่างรุนแรง ดังนั้นควรสวมอุปกรณ์ป้องกันดวงตา และ ถุงมือขณะที่ทำงาน รวมทั้งอย่าเอียง หรือ ตะแคงแบตเตอรี่เป็นอันขาด เพราะน้ำกรดสามารถรั่วไหลออกมาทางรูระบายได้
6. ระวังอย่าให้เด็กเข้าใกล้น้ำกรด และ แบตเตอรี่เด็ดขาด
 
เมื่อตัดสินใจเลือก “แบตเตอรี่ที่เหมาะกับรถคุณ” ได้แล้ว ก็อย่าลืมหาซื้อสายพ่วงแบตเตอรี่ ที่ได้ขนาดและมาตรฐาน ติดรถไว้ด้วยนะครับ เผื่อไว้ช่วยตัวเองแถมเพื่อนร่วมทางยามคับขัน
 
......................................
 
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ
 
โดย “ช่างเอก”
 
......................................
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
 
- บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 438