อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม 2561

ภาพข่าวหน้า 1 พังเพราะ'ทนาย' สู้แสงแฟลชรัวๆไม่ได้!

สัปดาห์นี้เล่าถึงภาพข่าวหน้า1ต้องพังทุกรูป เพราะพี่ทนายสุดที่รักแท้ๆ สู้แสงเฟลชแรงๆ ไม่ได้ ทำหน้าเหมือนคนเสพยาทั้งคืน พอรู้สาเหตุต้องขออภัย เป็นอย่างไรไปอ่านกัน พุธที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 08.00 น.


โลกมันเปลี่ยนไปเสมอ สำหรับพวกเรา-นักข่าวอาชญากรรมทำงาน จากเมื่อก่อนที่จำเป็นต้องใช้ “กล้อง DSLR” ตัวใหญ่ติดแฟลชพร้อมเสมอ เดี๋ยวนี้ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่ายคุณภาพดีพอกัน เผลอๆ ดีกว่าด้วย ลงหน้า 1 ขึ้นหน้าเว็บมานักต่อนักแล้ว ไม่ต้องแบกกล้องใหญ่ก็จริง แต่มือถือของพวกเราราคามันก็ไม่น้อยทีเดียว ถือทีก็เสียวหล่นเหมือนกัน เงินทั้งนั้นนะครับ

“ต้องถือดีๆ หน่อย พึ่งซื้อมาเหลืออีก 6 เดือนถึงจะผ่อนหมด” วิชัยกระซิบให้ฟังหลังจากเอาบัตรเครดิตผมไปรูดซื้อมือถือแล้วสัญญาว่าจะผ่อนให้ ไม่รู้จะสัญญาหน้าฝนหรือเปล่า? ชีวิตต้องลุ้นเป็นเดือนๆ ไปนับจากนี้

อย่างไรก็ดีงานใหญ่ๆ นั้น ประเภทคุมตัวผู้ต้องหาระดับสำคัญๆ ใช้มือถือมันจะกระไรอยู่ ไม่สมศักดิ์ศรีคนดังทำผิดกฎหมาย ดังนั้นก็ต้องใช้ “กล้อง DSLR” ตัวใหญ่ติดแฟลชพร้อมทำงานกัน

“จริงๆ ไม่ใช่อะไรหรอก ช่างภาพมันเยอะเดี๋ยวเบียดกัน กล้องใหญ่มันกระแทกนิดหน่อยไม่พังหรอก แต่มือถือนี่สิ มันตกแตกจะซวยเอา ถ้าตกแตก กูไม่ผ่อนมึงต่อนะ ถือว่าหายกัน” วิชัยพูดได้น่าสนใจมากครับ ก่อนเป็นลูกหนี้ มันเป็นลูกน้องเรา พอเราเป็นเจ้าหนี้รอเงินคืน เรากลายเป็นลูกน้องมันเฉยเลย


“แฟลช” จากกล้องถ่ายรูปนี่เป็นสิ่งที่นักข่าวอาชญากรรมดูแลกันเป็นพิเศษ พอแฟลชไม่แรงเจองานใหญ่ๆ เปลี่ยนถ่านเลยครับ ทำแบบนี้บ่อย ผลที่ได้ก็คือ “แฟลชมันวาบราวกับฟ้าผ่า” กดชัตเตอร์ทีพอซิงค์กับแฟลช มันวูบวาบรัวอย่างกะปืนกลเลย ซึ่งพวกเราก็มันมือครับ ถ่ายแฟลชแบบนี้ พวกใช้ภาพนิ่งกับมือถือตายเลย พอมันจะเจอแฟลช ทำให้ภาพมันเว่อร์ใช้ไม่ได้



แต่คนที่ซวยไม่ใช่พวกเรานะครับ แต่เป็นคนที่โดนถ่ายรูปนั่นเอง นึกถึง “ดาราฮอลลีวู้ด” ที่มาเดินงานพรมแดงแล้วโดนแสงแฟลชสาดใส่เข้ามาอย่างไม่ยั้งและไม่รามือ ดวงตาเขาจะเป็นไงบ้าง? ไอ้พวกเรานักข่าวอาชญากรรมเจอแสงแฟลชไม่กี่ครั้ง ก็เริ่มเห็นดาวโดยไม่ต้องเสพกัญชาแต่อย่างใดแล้ว พวกดาราดังๆ ผู้ต้องหารายสำคัญคงจะมีความรู้สึกเหมือนกัน เมื่อต้องอยู่ภายใต้การรัวแฟลช คือแสบตาสุดๆ จนบางทีก็คงอยากด่าแม่ช่างภาพในใจ ไอ้ส่วนดารานั้นบางทีพกแว่นตาดำได้ แต่ผู้ต้องหานี่สิ สงสารจริงๆ

วันหนึ่งพวกเรามารอเฝ้าผู้ต้องหารายหนึ่งที่จะถูกนำตัวออกจากห้องขังของสถานีตำรวจไปส่งศาล นักข่าวนั้นหน้าที่สำคัญที่ต้องเจอประจำคือ
“รอ” ครับ รอกันอยู่นั่นแหละ กินข้าวไปทั้งวัน เดินเข้าห้องน้ำ เล่นมือถือก็แล้ว ยังไม่ได้ฤกษ์ทำงาน

ผมก็อุตส่าห์เปลี่ยนถ่านแฟลช ยิงแฟลชทดลองอย่างพอประมาณแล้ว ก็ปรากฏว่ายังคงต้องรอต่อไป จนใกล้จะออกเวรแล้ว ใจไม่ดีแล้วครับ พอใกล้หมดเวลางาน แต่งานยังไม่เสร็จนี่หัวใจมันตุ๊มๆ ต่อมๆ ขึ้นมาเลย ไม่เหมือนตอนจะเข้าทำงาน มันจะเอื่อยเฉื่อยนิดหน่อยตามประสาคนขยัน

อย่างไรก็ดีการรอคอยมันย่อมมีที่สิ้นสุด ในที่สุด
“ตำรวจ” ก็วางกำลังเตรียมพร้อมจะส่งตัวผู้ต้องหาแล้ว หลังทนายความของผู้ต้องหาเดินทางมาถึง เมื่อกำลังจะเดินไปพบผู้ต้องหาในห้องขัง พวกเรานักข่าวอาชญากรรมก็รัวชัตเตอร์ไว้ก่อน “แฟลช” มันก็ทำงานวูบวาบเป็นชุดๆ

แน่นอนทนายความอาจจะไม่ค่อยได้โดน “แฟลช” จึงอุทานออกมาว่า...
อุ๊บส์!! อย่าถ่ายเลยครับ” แกทำหน้าเจื่อน ขณะเดินผ่านพวกเรา “แสบตาชะมัด ผมพึ่งทำเลสิกมาด้วย” แกพยายามเอามือบัง แต่ไม่ทันแล้ว แฟลชมันสาดใส่อย่างเมามัน

พวกเราถ่ายแล้วก็มาดูภาพกัน ตาแกหยีเหมือนคนไม่สู้ เหมือนคนเสพยาทั้งคืน แล้วออกมาเจอแดดตาไม่สู้แสงประมาณนั้น น่าสงสาร แต่หน้าที่พวกเรา คือทำข่าวถ่ายรูป เดี๋ยวนี้มีถ่ายคลิป ไลฟ์สดด้วย ก็ต้องทำหน้าที่ไม่งั้นเขาก็ไม่จ้างงานหรอกนะ



ทนายความเข้าไปพบผู้ต้องหาสักพัก ในที่สุดตำรวจก็พาตัวผู้ต้องหาออกมา เหมือนฉากเปิดตัวละครดังๆ สักตัว ที่ค่อยๆ ปรากฏกายออกมา แกเดินไปอย่างเรื่อยๆ ถ้าดูจากโทรทัศน์หรือในเฟสบุ๊ก แต่เบื้องหลังคือนักข่าวช่างภาพเบียดวิ่งวุ่นกันถ่ายรูป
“แสงแฟลชรัวเป็นชุด” ด้วยความที่กลัวไม่ได้ภาพเด็ด ตอนพ่อผู้ต้องหามาพบ เราก็เบียดแล้วรัวชัตเตอร์ แฟลชก็แล่นวาบเป็นชุดๆ

รอมาทั้งวัน ตอนทำงานกินเวลาเพียง 10 นาทีก็เสร็จสิ้น ผู้ต้องหาไปศาลแล้ว พวกเราก็รีบส่งภาพและข่าวเข้าไปให้กองบรรณาธิการสุดที่รักพิจารณาโดยเร็ว และอีกอย่าง รีบออกเวรครับ

ผมออกเวรก็นอนพักผ่อนคิดถึงใครบางคนตามประสาหัวใจหนุ่มแน่น ขณะกำลังคิดถึงสาว ห่วงว่าเธอจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่ใจหวังไหม ทางกองบรรณาธิการสุดที่รักก็โทรศัพท์มา “หนอนโรงพัก...มีรูปที่มันดีกว่านี้ไหม?”

พูดแบบนี้ก็ขึ้นสิครับ!! รูปที่ส่งไปคัดมาแล้วดีทุกรูป ไม่ดียังไง รูปผู้ต้องหาชัด ตอนพ่อของผู้ต้องหามาพบหน้ากอดกันก็ถ่ายได้ แถมได้ฉบับเดียวด้วย เพราะไปยืนขวางบังเขาหมด “ตรงส่วนนั้นไม่มีปัญหา แต่ตรงส่วนทนายความด้านหลังสิ”

ผมรื้อภาพมาดู ทุกอย่างดีหมด องค์ประกอบภาพได้ เพียงพอจะลงหนังสือพิมพ์หน้า 1 เดลินิวส์ส่งขายไปทั้งประเทศได้แล้ว

ยกเว้นตรงมุมขวาของรูป
คุณทนายความสุดที่รัก แกโดน “แฟลช” มาก ทำหน้าเหมือนโดนใครต่อยใต้เข็มขัด ทั้งจุก ทั้งหยีตา เหมือนโดนนักมวยชกท้อง กำลังจะร่วงโดนน็อกอะไรแบบนั้น ทุกอย่างของภาพมาพังเพราะพี่แกคนเดียวแท้ๆ แต่ทำไงได้ ทนายความก็ต้องเดินกับลูกความ ผิดที่พวกเราต่างหาก “รัวแฟลชรุนแรงเป็นชุด” ไปหน่อย ผมไปรื้อรูปดูก็มีแต่ภาพแกจุกทุกรูป จึงต้องจำยอมภาพหน้าแกจุกลงหน้า 1 ไป คิดเสียว่าคงจะเป็นภาพหน้าแกจุกทุกฉบับแน่ๆ

และก็เป็นจริง รุ่งเช้าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เว็บไซต์ข่าวทุกแห่งลงภาพข่าวเห็น “พี่ทนายความ” ทำหน้าเหมือนโดนปูหนีบ จุกเจ็บแสบ ผมฮาคอมเมนท์ที่มีคนมาโพสท์ว่า “เห็นหน้าทนายความก็รู้เลยว่า ผู้ต้องหาผิดเต็มประตูแน่ บอกบุญไม่รับเลย หรือนักข่าวไปเหยียบเท้าแกเปล่าครับ หน้าเซ็งเป็ดลิเวอร์พูลขายคูตินโญ่ขนาดนี้”

แหม...คิดทีไรก็สงสาร หากมาอ่านเจอก็ขออภัยด้วยนะ ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากขอให้ “พี่ชินแสงแฟลชไวไว” นะครับผม.
…........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 41