อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กรกฎาคม 2561

ข่าวเล็กๆกัดกร่อนรัฐบาล แก้ปัญหานับหนึ่งที่ปฏิรูป!

สัปดาห์นี้มีข่าวเล็กๆ การกำจัดผักตบชวาของหน่วยงานหลักใช้งบ 2.5 พันล้านบาท กำจัดได้ 24 ล้านตัน สะท้อนว่าไม่มีประสิทธิภาพ ต้องแก้ปัญหาที่ปฏิรูปด้านใดบ้างไปติดตามกัน พุธที่ 10 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น.


เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวเล็กๆ ที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ว่า “มีสรุปการใช้เงินงบประมาณและปริมาณการกำจัดผักตบชวา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2555-2559 ที่ดำเนินการผ่านหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรุงเทพมหานคร และกรมทรัพยากรน้ำ พบภาพรวมใช้งบกำจัดผักตบ 2.5 พันล้านบาท กำจัดได้ปริมาณ 24 ล้านตัน สะท้อนถึงการใช้งบของหน่วยงานไม่มีประสิทธิภาพ ขาดความรับผิดชอบ และยังขอใช้งบเพิ่มขึ้นทุกปี” ข่าวชิ้นเล็กๆ นี้ได้สะท้อนปรากฏการณ์ใหญ่ของสังคมการเมืองไทยปัจจุบัน ดังนี้...



1.ระบบราชการของไทยหลายส่วนยังไม่มีการปฏิรูป
การปฏิรูประบบราชการถูกบรรจุไว้เป็นเรื่องสำคัญในอันดับต้นๆ ของ คสช. และรัฐบาลชุดนี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปร่วม 3 ปี และจากข่าวนี้ปรากฏว่า...พฤติกรรมการทำงานของฝ่ายราชการหลายหน่วยยังเหมือนเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร หรือรัฐบาลจะมาจากไหน จะมาจากการเลือกตั้งหรือยึดอำนาจมาก็ไม่สนใจ จะมีนโยบายการต่อต้านการใช้เงินงบประมาณที่มิชอบอย่างไรก็ไม่เชื่อฟังและปฏิบัติตาม

เมื่อมีช่องทางให้ตัวเองและพวกพ้องได้ประโยชน์ บางคนจะรีบตะครุบเหยื่อที่เป็นเงินงบประมาณของแผ่นดิน อันมาจากเงินภาษีอากร ซึ่งเป็นหยาดเหงื่อของประชาชนทันที การใช้เงินงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพจึงยังคงดำรงอยู่เสมอมา โดยในบางกรณีก็แยกกันกระทำการ แต่กรณีนี้เป็นการร่วมสมคบคิดกันของหน่วยงาน ทำโครงการร่วมกันและเกิดการแสวงหาประโยชน์บนโครงการที่เป็นกระแสหลัก คือ “โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

และยังมีอีกโครงการที่หนึ่งที่ผู้คนเคลือบแคลงสงสัยว่าจัดทำโครงการขึ้นมาหวังเพื่อจะใช้เงินงบประมาณมากกว่าหวังแก้ไขปัญหาประชาชนและพัฒนาบ้านเมือง เป้าหมายในการปฏิรูประบบราชการของรัฐบาลชุดนี้ ดูจะไม่ได้ผลมากนัก เพราะระบบราชการส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่มีการปฏิรูปแต่อย่างใด


2.การเมืองบางกลุ่มบางคนยังไม่มีการปฏิรูป
ฝ่ายการเมืองในปัจจุบัน บางคนยังมีพฤติกรรมขาดความรับผิดชอบในการใช้เงินงบประมาณ โดยการกระทำการเอง หรือสั่งการให้มีการกระทำการ หรือละเลยไม่ตรวจสอบให้รอบคอบ หรือปิดตาเสียข้างใดข้างหนึ่ง ปล่อยให้มีการใช้เงินงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพและขาดความรับผิดชอบ เพราะการใช้เงินงบประมาณร่วม 2.5 ล้านบาทตามข่าว หากฝ่ายการเมืองและผู้บริหารไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยจะดำเนินการได้ยากมาก หรือจะดำเนินการไม่ได้เลย พฤติกรรมการบริหารเงินงบประมาณดังกล่าวทำลายเครดิตของฝ่ายการเมืองให้ความน่าเชื่อถือลดน้อยลง จน พล..เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ออกมาเตือนเรื่องบริหารจน “กองหนุน” หดหายไปหมดแล้ว พฤติกรรมฝ่ายการเมืองบางคนบางกลุ่มยังคงย่ำอยู่กับที่ ไม่มีการปฏิรูปแต่อย่างใด ไม่จริงจังตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น



3. ระบบการตรวจสอบบางส่วนยังไม่มีการปฏิรูป
การแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และการใช้เงินงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน แม้บางหน่วยจะใช้ความพยายามแล้วก็ตาม แต่โดยภาพรวมยังไม่สามารถแก้ไขได้ตามที่สังคมคาดหมาย เพราะบางหน่วยที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอาจหย่อนยานไม่เอาจริงเอาจัง บางหน่วยเกรงใจผู้มีอำนาจจนไม่กล้าตรวจสอบ บางหน่วยมีภาระกิจมากมายจนล้นมือ บางหน่วยมีกำลังเจ้าหน้าที่น้อยไม่เพียงพอในการปฏิบัติงาน การทุจริตและการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพจึงไม่ลดลงแต่อย่างใด

ยกตัวอย่างกรณีเงินรายได้อุทยานฯ เป็นแหล่งที่ควรตรวจสอบทั้งการจัดเก็บและการนำไปใช้ เพราะการจัดเก็บที่ได้มากขึ้นในปัจจุบันสะท้อนว่าในอดีตที่ผ่านมามีการทุจริตทำให้เงินรายได้หายไป ไม่ควรใช้การตรวจสอบกันเองเพราะไม่มีประสิทธิภาพที่เพียงพอ ต้องใช้หน่วยงานจากภายนอก

เช่น กองบังคับการ ปปป. ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลงานกรณีเงินทอนวัด และทางผู้เขียนก็พร้อมจะไปให้ข้อมูลที่เก็บสะสมไว้กับ รมต.ทส. หรือผู้บริหารกระทรวง ทส. และผู้ตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ปปช.ปปง.หรือ บก.ปปป ซึ่งควรเข้าไปรับผิดชอบในการตรวจสอบการใช้อำนาจ และเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องทุกคนตั้งแต่หัวหน้าอุทยานฯ ในพื้นที่ จนถึงผู้บังคับบัญชาในระดับสูง ซึ่ง “เงินทอน” ที่นี่ขนาดใหญ่กว่า “เงินทอนวัดหลายเท่า” ระบบการตรวจสอบต้องมีการปฏิรูปให้เข้มแข็ง และมีประสิทธิภาพมากกว่านี้จึงจะแก้ปัญหาได้



ข่าวชิ้นเล็กๆ ชิ้นนี้ถ้า คสช. และรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ไม่ดำเนินการจัดการให้เด็ดขาด โดยการเอาคนผิดมาลงโทษให้หนักและโดยเร็วที่สุดกับการทุจริตกรณีนี้ ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นรัฐมนตรีหรือลูกรัฐมนตรีคนใด หากปล่อยไว้จะทำให้จุดเล็กๆ นี้ขยายวงกว้างขึ้น และจะกัดกร่อนทำลาย คสช. และรัฐบาลให้สูญเสียความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนลงได้

เพราะการมาของ คสช. และรัฐบาลชุดนี้ เป็นความหวังของสังคมไทยว่าจะเข้ามาจัดการกับ “การทุจริตคอร์รัปชั่นและการแก้ไขเอาผิดกับการใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ” จากฝ่ายการเมือง และฝ่ายข้าราชการ ที่สมคบกันลุแก่อำนาจปล้นงบประมาณกันโดยไม่เกรงกลัว และที่สำคัญได้ใช้เหตุผลนี้อ้างในการเข้ามาควบคุมอำนาจ

หากไม่ดำเนินการโดยเร็วและเฉียบขาดตามที่เสนอ เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ และคสช. จะกลับบ้านมือเปล่า...แถมบางคนอาจมีคดีติดตัวไปด้วย.
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 32