อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เรามาถึงยุคฆราวาส...มุ่งจับผิด'พระสงฆ์'ได้อย่างไร?

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงกระแสพระภิกษุ 2 รูป คือ “หลวงพี่น้ำฝน” และ “ท่าน ว.วชิรเมธี” ที่ถูกกลุ่มฆราวาสวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีพฤติกรรมไม่ถูกหลักธรรมะ ลองตามไปดูกันสิว่ามีเรื่องอะไรบ้าง พุธที่ 17 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น.


หลายสัปดาห์มานี้เห็นเพื่อนๆ ในไลน์กลุ่มบ้าง ตามเฟชบุ๊กบ้าง หรือแม้กระทั้งเวลาสนทนาเรื่อง “สถาบันสงฆ์” ได้เห็น ได้ยิน จำนวนคนไม่น้อยกำลังติเตียนว่ากล่าวพระภิกษุอย่างน้อย 2 รูป คือ รูปแรก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ “หลวงพี่น้ำฝน” รูปที่ 2 พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ “ท่าน ว.วชิรเมธี”

รูปแรกถูกว่ากล่าวติเตียน เรื่องเปิดให้เช่าบูชากระเป๋ามหามงคล “พูล เพิ่ม ทรัพย์” ส่วนรูปที่ 2 ถูกวิจารณ์เรื่องที่ไปออกรายการทีวีแล้วพูดว่า “ประเทศไทยไทยอุดมด้วยสันติภาพ แนะส่งออกสันติภาพสู่โลก” ความจริง “ท่าน ว.วชิรเมธี” ถูกชาวพุทธกลุ่มหนึ่งต่อว่ามาก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งเรื่องมอบเงินจำนวนหลายล้านให้กับคุณตูน (ความจริงก็ไม่เห็นแปลก เพราะไม่ใช่เงินพระคุณเจ้า แต่มีคนมาถวายผ่านให้คุณตูน) และการจัดแสดงแต่งตัวไม่เหมาะสม ภายในสถานที่ปฎิบัติไร่เชิญตะวันของท่าน



โดยส่วนตัวทั้ง 2 รูป ผมก็เคยพบและสนทนาพูดคุยด้วย อย่าง “หลวงพี่น้ำฝน” เนื่องจากหลวงพ่อพูลกับหลวงพ่อลำใย วัดทุ่งลาดหญ้า เป็นพระสงฆ์ที่ประชาชนนิยมให้ความเคารพนับถือและออกกิจนิมนต์ร่วมกันบ่อย ผมเคยเจอกับหลวงพี่น้ำฝนหลายครั้ง ท่านพูดเสียงดัง ฟังชัด ไม่ใช่พระที่มีวัตรปฎิบัติเรียบร้อย เป็นพระแบบลูกทุ่งๆ แต่ผมว่าท่านจริงใจดี ผมติดตามบทบาทของท่านก็ช่วยเหลือสังคมคนทุกข์ยากเป็นอันมาก

แต่เนื่องจากตอนหลังๆ “หลวงพี่น้ำฝน” ผลิตวัตถุมงคลและจัดกิจกรรมที่เน้นไปทาง “เมตตามหาเสน่ห์” ทำให้บางครั้งหลวงพี่ท่านทำอะไรที่อาจจะไม่อยู่ในร่องในรอยตาม “หลักธรรมพุทธเจ้า” เพราะจะเน้นไปทาง “ลัทธิรอผลดลบันดาล” เยอะไปหน่อย อาจทำชาวพุทธหลายคนไม่สบายใจ



อย่างบูชากระเป๋ามหามงคล “พูล เพิ่ม ทรัพย์” ความจริงหากท่านทำเงียบๆ ใครมาให้ก็ปลูกเสกพอเป็นพิธีเพื่อให้คนกลุ่มนี้สบายใจและมีกำลังใจในการหาเงิน “ตามหลักธรรม” ผมว่าก็น่าเพียงพอ แต่อันนี้ไม่รู้ว่าท่านไปพลาดท่าโยมหรือกรรมการวัดคนไหนไปปล่อยให้คนมาบูชากระเป๋า ท่านก็ต้องยอมรับสิ่งที่ทำและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะว่าอันนี้มิใช่ “วิถีทางแห่งพุทธ” แน่นอน!

ส่วน พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ “ท่าน ว.วชิรเมธี” หากจะว่าไปแล้วคนละสไตล์กับ “หลวงพี่น้ำฝน” ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านเป็นพระนักวิชาการเป็นพระนักเทศน์เป็นพระมีวัตรปฎิบัติเรียบร้อย เดิมอยู่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร ประมาณปี 2552 ท่านไปเปิด ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน จ.เชียงราย บ้านเกิดของท่าน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น “ศูนย์กลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาสู่ประชาคมโลก”



ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดและของประเทศไทยไปแล้ว ไม่รู้ว่า อุดมการณ์เจตนารมย์ในการก่อตั้งของพระคุณเจ้ายังคงเข้มข้นอยู่เหมือนปณิธานตอนก่อตั้งหรือไม่? เนื่องจาก “ท่าน ว.วชิรเมธี” เป็นนักคิดนักเขียนเวลาท่านพูดเป็นธรรมดาของสัตว์โลกมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ หากท่านพูดถูกใจอีกฝั่ง คนก็จะนิยมยกย่องเยินยอ แต่บางครั้งคนที่ไม่ชื่นชอบก็มักกล่าวอ้างโจมตีวิจารณ์ท่าน

เช่นวาทกรรมว่า “ฆ่าเวลาบาป ยิ่งกว่าการฆ่าคน” ท่านพูดในห้วงเวลาที่สังคมไทยมี “ความขัดแย้งทางการเมือง” อันนี้คนก็วิจารณ์ หรือวาทกรรมว่า “ประเทศไทยไทยอุดมด้วยสันติภาพ ควรส่งออกสันติภาพสู่โลก” ท่านพูดในห้วงเวลาที่ท่านก็รู้ว่าประเทศไทยปกครองด้วยอะไร ท่านก็ย่อมมีสิทธิถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะอันนี้แน่นอนว่ามิใช่ “หลักธรรมะ” ท่านพูดอิงกับกระแสและบริบทสังคมไทย





กลายเป็นว่าทั้ง “หลวงพี่น้ำฝน” และ “หลวงพี่ ว.วชิรเมธี” ตอนนี้มีคนบางจำพวกที่อารมณ์ยัง
“ค้างอยู่” กับความขัดแย้งทางการเมืองและสีเสื้อ พยายามโจมตีวิพากษ์วิจารณ์ สรุปคือ “โดนทั้งคู่” แต่ที่ผมอดแปลกใจมิใช่น้อยก็คือว่าบรรดา “ฆราวาส” ที่สังคมมองว่าเป็นคนดี สอนคนให้เป็นคนดีฝักใฝ่ในธรรมะของพระพุทธองค์ ดันมาถล่มพระโดยไม่เกรงใจ “ผ้าเหลือง”

บางคนเรียกพระภิกษุที่ตนเองไม่ชอบว่า
“อลัชชี” ซ้ำออกแคมเปญรณรงค์เตือน ติ ต้าน พระทำศาสนาเสื่อม “ไม่บาป” ฆราวาสจะติเตียนหรือตักเตือนพระด้วยไมตรีจิตถือว่าเป็นเรื่องดี แต่มุ่งจะจับผิดพระอย่างเดียว พระท่านจะพูด จะทำอะไรก็ “จับผิดหมด” แหม่!! คนจำพวกนี้น่าจะมาบวชเป็นพระให้หมด ดูสิจะทนได้สักกี่น้ำกัน!!
….........................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณแหล่งภาพ : www.budgetd.com , ว.วชิรเมธี v.vajiramedhi , พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี , หลวงพี่น้ำฝน วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    20%
  • ไม่เห็นด้วย
    80%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 10.60K