อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

'ตำรวจ'แจ้งความโจรขึ้นบ้าน เซ็งเป็ด!ไม่มีใครสนใจ

สัปดาห์นี้ได้แต่ร้อง “เฮ้อ...” แล้วถอนหายใจดังๆ ขนาดบ้านตำรวจถูกโจรบุกชิงทรัพย์ บากหน้าไปแจ้งความถึงโรงพัก ร้อยเวร-สายสืบได้แต่ถามไม่จดรายละเอียดสักนิด แล้วประชาชนตาดำๆ ล่ะ? พุธที่ 24 มกราคม 2561 เวลา 08.00 น.


ตำรวจนักสืบมือพระกาฬ” วัย 50 กว่าปี ทำงานมาแสนนาน คืนหนึ่งขณะกำลังนอนหลับยามดึกที่แฟลตตำรวจ แม่ก็โทรศัพท์มาหา “ลูกบ้านเรามีโจรขึ้นบ้าน ต่อยน้าตาบวมด้วย”

มือสืบสะดุ้งเฮือก...ลุกขึ้นตื่นโดยฉับพลัน!! รีบแต่งตัวแล้วขับรถไปหาแม่ที่ปริมณฑลทันที “เกิดอะไรขึ้นมีอะไรค่อยๆ เล่ามานะแม่”

เรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวของแม่นักสืบที่วัยก็ชราภาพอย่างยิ่ง พักอยู่ด้วยกันมี แม่ น้องชายแม่ เมียน้องชายแม่ ลูกของน้องชายแม่ รวมกัน 4 คน ขณะกำลังพักผ่อนที่บ้านในเวลา 22.00 น. ทางน้องชายแม่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเดินอยู่ตัวบ้าน ทั้งๆ ที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว ด้วยความสงสัยจึงออกจากห้องนอนไปดู เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบบุคคลนิรนามเป็นชายย่องค้นหาของโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้าน เมื่อหน้าไม่คุ้นแบบนี้ ก็เรียกได้อย่างเดียวว่า...ขโมยแล้วชิบหาย!!



“เฮ้ย ทำอะไรนะ!!” น้องชายแม่ตะโกน ทำเอาหัวขโมยสะดุ้งขณะกำลังหาทรัพย์สิน มันลุกยืนพยายามจะหลบหนี โดยในมือหยิบสร้อยทองรูปพรรณไป 1 เส้น

“นั่นมันของพี่สาวกู”

น้องชายแม่ตะโกนลั่นบุกเข้าประชิดหัวขโมยยื้อแย่งสร้อยทองสุดฤทธิ์สุดเดช หัวขโมยพยายามดึงไปขาย น้องชายแม่ก็พยายามรักษาทรัพย์สินไว้ ปรากฏว่าแรงหัวขโมยสู้แรงไม่ได้ จึงปล่อยสร้อย ทำเอาน้องชายแม่เซไปข้างหลัง ได้สร้อยคืนมาแล้ว แต่ก็โดนการสาวหมัดไปเต็มเบ้าตาขวาจากหัวขโมยเป็นของแถม ร่างกระเด็นกองไปกับพื้น ก่อนที่หัวขโมยจะหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด


“นักสืบ” ฟังเรื่องราวแล้วโมโห พยายามปลอบคนในบ้าน โดยเฉพาะแม่ที่อายุก็มากแล้ว “ผมมานอนบ้านบ่อยๆ ไม่ได้หรอกแม่ งานในกรุงเทพฯ มันเยอะจริงๆ แถลงข่าวกันระเนระนาด ระดมกันที่เยอะ เอางี้ ไปแจ้งความโรงพักดีกว่า มันจะเป็นใครไปได้ ก็พวกขี้ยาแถวนี้แหละ ตำรวจด้วยกัน มันต้องดูแลคดีกันเป็นพิเศษหน่อยน่า”

“นักสืบ” สันนิษฐานว่า หัวขโมยนั้นไซร้ก็พวกขี้ยาย่องเบาหาทรัพย์ไปขายแลกยาเสพ แต่มันย่องไม่เบา และคนในบ้านหูดี “ถ้าผมอยู่จะยิงให้ร่วงเลย” นักสืบแค้นที่น้าตาปิด แค้นที่แม่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ วัยก็ชราแล้วจะหัวใจวายตายตามพ่อเอา



เมื่อไปถึงโรงพัก ร้อยเวรก็รับแจ้งตามหน้าที่ และทำหน้าที่เพียงแค่นั้น เมื่อ “นักสืบ” พาแม่พาน้า พาคนในบ้านไปเล่าให้ร้อยเวรฟัง ซึ่งก็ได้แต่ฟังกันจริงๆ

“โจรมันได้อะไรไปไหม” ร้อยเวรถามหลังจากนิ่งเงียบเป็นอนุสาวรีย์มาเกือบ 5 นาที

“ไม่ได้อะไรไปเลยหมวด แต่ผมว่าหมวดไปตรวจที่เกิดเหตุให้หน่อยก็ยังดี ตำรวจใส่เครื่องแบบไปนะ คนแถวนั้นมันจะได้รู้ว่าตำรวจมา เอาจริงนะเว้ย จะได้หยุดได้เกรงกันบ้าง” นักสืบเสนอตามประสบการณ์ทำงานที่มากมายมหาศาล

“โอ้ย...มันมืดแล้ว เที่ยงคืนแล้ว ไปก็ไม่เห็นอะไร ไว้ไปพรุ่งนี้แล้วกัน”



ประสบการณ์ของ “นักสืบ” รู้ในฉับพลันว่า ร้อยเวรจะเป่าคดีเสียแล้ว พรุ่งนี้ก็ออกเวร กลับไปหลับใครมันจะมาทำคดี “ไปเล่าให้ฝ่ายสืบฟังนะ เดี๋ยวผมเรียกมาให้ เขาจะได้ตามคดี”

สืบสวนหน้าตาง่วงๆ ขึ้นมาบนโรงพักพร้อมสมุดจดรับแจ้งเหตุ คนในครอบครัวรวมถึงนักสืบต้องเล่าเหตุการณ์อีกครั้งและอีกครั้ง เล่าอย่างละเอียดที่สุด เพื่อจะได้ข้อมูลคนร้ายรูปพรรณจะได้ไปจับกัน

ทางสืบสวนนั่งฟัง “แม่งนั่งฟังอย่างเดียวเลย” นักสืบคิด ไม่จดอะไรเลย สมองมันเป็นคอมพิวเตอร์หรือไง จำรายละเอียดได้หมด น้าชายเล่าถึงรูปร่างคนร้ายมันก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่ไม่สนใจจะจด แล้วมันจะจับคนร้ายได้ไงวะ

“น้อง...” นักสืบเหลืออด “พี่ก็ตำรวจ ทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ อยู่สืบด้วย เอ็งไม่จดอะไรเลย แล้วจะจำได้ไหม” อยากจะพูดว่า “วะ” แถมท้ายแต่เกรงใจตำรวจด้วยกันเอง

อีกฝ่ายพยักหน้า “จำได้ครับ เดี๋ยวดูคดีให้” ซึ่งความหมายโดยนัย คือไม่ดูให้นั่นเอง

ตี 2 แล้ว “นักสืบ” อับจนหนทาง พาแม่ น้า เมียน้า ลูกน้า ขึ้นรถกลับบ้านอย่างเซ็งเป็ด ร้อยเวรไม่ได้เรื่อง สืบสวนไม่ได้ความ



“มันมาดูที่เกิดเหตุหน่อยก็ได้ จับไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ปรามคนในบ้านก็ยังดี แม่พี่แม่งก็กลัวบอกไปแจ้งความแบบนี้ มันจะมาฆ่ายกครัวไหม มันจะบุกมาอีกไหม คนแก่นะ ประสาทจะกินเอา เจอเรื่องแบบนี้ แก่แล้วด้วยเป็นไรขึ้นมานะ พี่เป็นนักสืบมา 30 ปี รู้ทุกอย่าง ร้อยเวรไม่ไปที่เกิดเหตุ สืบสวนไม่จดรายละเอียด มันจะเป่าคดีนะสิ โธ่...รู้ทันนะ ขนาดเราเป็นตำรวจด้วยกันนะ ยังทำแบบนี้ได้ ถ้าเป็นประชาชนจะแบบไหน” นักสืบบ่นให้ผมกับวิชัยฟัง
เฮ้อ...ได้แต่ถอนหายใจดังๆ

“ไม่เป็นไร” นักสืบบอก “นายของพวกมันเคยเป็นผู้บังคับบัญชาพี่สมัยหนุ่มๆ พี่ประสานไปยังนายเวรแล้ว นายรีบโทร.มาถามเรื่องเลย แกโกรธสุดๆ บอกใช้ไม่ได้ ตอนนี้โทรศัพท์ถามผู้กำกับการโรงพักนั้นแล้ว มันโดนเละแน่ ทั้งร้อยเวรทั้งสืบ แค่นายถามข้อมูล แล้วมันไม่ได้จด ไม่ได้สนใจ จะเอาอะไรไปเล่าให้นายฟัง นี่ขนาดตำรวจด้วยกันนะ ยังทำแบบนี้ แล้วคนทั่วไปเจอเรื่องแบบนี้ ไปแจ้งความจะทำไง”

เฮ้อ...ได้แต่ถอนหายใจดังๆ

ผมฟังเรื่องนี้แล้วมานั่งคิด ถ้าเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงเราโดนแบบนี้ จะเป็นยังไง เหม่อมองป้ายโรงพักเพื่อประชาชนแล้วก็ได้แต่สงสัย ใครกันเป็นประชาชนที่ควรได้รับการดูแล หรือต้องเป็นประชาชนมีเส้นมีสาย ถึงจะดูแลอย่างเต็มที่ดีที่สุด

บางทีความหมายประชาชนอาจเปลี่ยนไปในยุคสมัยนี้ ทำไงได้ นอกจากพูดคำว่า
“เฮ้อ....” แล้วถอนหายใจดังๆ
…............................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”

ขอบคุณภาพจาก : fptshop , ddproperty


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 169