อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อีกหลายเรื่องที่กระทรวงทส. ต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ

สัปดาห์นี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่กระทรวง ทส.ยังต้องทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งมีคำแนะนำ 6 ข้อ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีอะไรบ้างไปดูกัน พุธที่ 24 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น.


หากจะให้ประเทศไทย สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทรัพยากรป่าไม้ สามารถดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชน และพัฒนาประเทศชาติได้ ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ ตลอดจนภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง

ขณะนี้แม้บางหน่วยงานได้ทำไปแล้ว แต่บางหน่วยงานก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก โดยเฉพาะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่เป็นเจ้าภาพหลัก ต้องผลักดันแนวคิดและดำเนินการอีกหลายอย่าง อย่างจริงจัง ซึ่งจะทำเป็นวาระแห่งชาติ หรือวาระปกติก็แล้วแต่ แต่จะต้องทำ เช่น


1.วาระเกี่ยวกับมลพิษ ต้องเร่งดำเนินการควบคุมให้โรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมดเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) คือการจัดการอุตสาหกรรมหรือโรงงาน ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน กระบวนการผลิตให้มีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ (Waste Recovery) ใช้เทคโนโลยีที่สะอาด (Clean Technology) ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Product) มีการแลกเปลี่ยนของเสียที่จะเป็นวัตถุดิบให้กับโรงงานอื่นๆ (Industrial Symbiosis) จะทำไปแบบเรื่อยๆ ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่างไม่ได้อีกแล้ว

2.วาระเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ ต้องเร่งทำทั้งการดูแลทั้งป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำ และคุณภาพน้ำ ทั้งน้ำเพื่อการบริโภค และอุปโภค ตลอดจนน้ำเพื่ออุตสาหกรรม รวมทั้งการดูแลเรื่องการขาดแคลนน้ำ และปัญหาน้ำท่วม ปัญหาน้ำเสีย ซึ่งนับวันปัญหาเหล่านี้จะเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ ที่ต้องเร่งทำ ชักช้าอยู่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

3.วาระเกี่ยวกับการขจัดความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนให้เสร็จสิ้นหรือให้ยุติลงทั้งหมดโดยเร็ว ข้อขัดแย้งดังกล่าว ทั้งเรื่องแนวเขตป่าต้องชัดเจนแน่นอน ใช้เครื่องมือที่ทันสมัยโดยเฉพาะแผนที่ ที่ต้องมาตราส่วนและมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด การตรวจสอบสิทธิ์ต้องเป็นไปโดยเร็วและเป็นธรรม มีความเสมอภาค ไม่ปล่อยให้มีจัดการเฉพาะกับคนจนเท่านั้น ส่วนคนรวยคงละเว้น ปล่อยให้เชิดหน้าลอยคออยู่ต่อไป

4.วาระการป้องกันและอนุรักษ์ป่าไม้ ต้องไม่ให้มีการสูญเสียพื้นที่ป่าอีกต่อไปแม้แต่ไร่เดียว เร่งการยึดคืนผืนป่าให้ได้ครบตามเป้าหมายที่แท้จริง ไม่ใช่ยึดคืนกันแค่ในเอกสาร แต่พื้นที่ที่ถูกยึดคืนกลับยังคงเป็นสวนยาง แถมยังคงกรีดได้อยู่ทุกวันเป็นปกติ หรือที่เป็นรีสอร์ท ก็ยังคงเปิดบริการอยู่ การฟื้นฟูป่าต้องทำได้ครบถ้วน ไม่ใช่ได้ผลเพียงลมปากจากการแถลง แต่กลับไม่พบผืนป่าที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ต้องสอบสวนตรวจสอบ ไม่ปล่อยให้สวนป่าของรัฐหายทั้งพื้นที่และต้นไม้เกือบหมด โดยคนผิดยังลอยนวล



 5.วาระเกี่ยวกับการปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง ทส.  โดยให้ใช้ระบบธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง เพราะหากได้พวกเลวร้ายที่เติบโตมาจากการซื้อขายตำแหน่ง ก็จะมาหาผลประโยชน์เพื่อตัวเอง และเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอำนาจเป็นวงจรอุบาทว์ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด ลองส่องดูบ้างว่า บางคนมีผลงานยึดคืนฝืนป่ากลับมาเป็นของรัฐเป็นหมื่นๆ ไร่ แต่ไม่ได้เลื่อนระดับ แม้จะสอบเป็นสิบๆ ครั้ง เป็นเพราะอะไร เพราะไม่มีเงิน หรือไม่ใช่คนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ จึงไม่ได้เลื่อนระดับหรืออย่างไร ความเป็นธรรมหายไปไหน เพราะการโยกย้ายแต่งตั้ง มีผลโดยตรงต่อความสามารถในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการดูแลสิ่งแวดล้อม

6.วาระเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ การเรียกรับผลประโยชน์ต้องยุติลงโดยสิ้นเชิง เช่น เงินรายได้อุทยานฯ อย่าปลาบปลื้มเฉพาะตัวเลขที่เพิ่มขึ้น แต่ควรตรวจสอบว่า ยังสูญหายไปอีกเท่าไหร่? มีเงินทอนจากการอนุมัติให้นำไปใช้หรือไม่? ตราบใดที่หน่วยงานภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสตง.ปปท. ปปง. ปปช.หรือ บก. ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่เข้าไปดูแล อย่าเพิ่งเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวจะตรงไปตรงมา ถ้า รมต. ทส.ไม่ดำเนินการจะไม่สามารถหลีกกับการถูกครหาว่า"กลัวลูบหน้าปะจมูก



ประเทศไทย จะสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ พล..สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมต.ทส.ว่าจะมุ่งมั่นหาญกล้าทำให้สำเร็จ หรือปล่อยให้ล้มเหลวคามือ หากหวังให้สำเร็จต้องเร่งดำเนินการกับองคาพยพอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไป เร่งดำเนินการทุกเรื่องไปพร้อมกัน โดยเฉพาะอย่าปล่อยให้คนเลวที่ไม่มีผลงาน ยังคงลอยนวลมีอำนาจอยู่อีกต่อไป.
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 9