อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อยากเห็น...'วัดธรรมกาย'ทำอะไรบ้าง??

สัปดาห์นี้พาไปดูศักยภาพของ “วัดธรรมกาย” ว่าทำอะไรได้บ้าง? และมีวัดใดในประเทศไทยสามารถทำงานเชิงรุกให้ชาวพุทธได้อุ่นใจแบบนี้บ้าง อยากรู้ต้องติดตาม!! พุธที่ 24 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น.


เห็นภาพความยิ่งใหญ่ในการจัดกิจกรรมใส่บาตรพระภิกษุจำนวน 20,000 รูปของ “วัดพระธรรมกาย” ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาแล้วไม่รู้ว่า “ต่อมอิจฉา” จะบังเกิดขึ้นกับบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดหรือไม่ เท่าที่ทราบ “การจัดกิจกรรมใส่บาตร” ของวัดพระธรรมกายและคณะสงฆ์พม่าครั้งนี้มิใช่ครั้งแรก กิจกรรมนี้วัดธรรมการยจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว

จุดประสงค์หลัก คือ รักษาประเพณีตักบาตร กระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและพม่า เพื่อพัฒนาความเป็นหนึ่งเดียวของพระสงฆ์ในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงเพื่อสนับสนุนพระภิกษุสามเณรที่กำลังศึกษาธรรมของพระพุทธเจ้า

ผมไม่รู้ว่าวัดธรรมกาย “จริงใจและต่อเนื่อง” แค่ไหนในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง
“วัดธรรมกาย” และ “คณะสงฆ์ในกลุ่มประเทศอาเซียน” แต่หากเป็นไปตามวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวไว้ตอนต้นต้องขอ “อนุโมทนา” อย่างยิ่ง เพราะการจัดกิจกรรมแบบนี้อย่าว่าแต่ “มหาเถรสมาคมไทย” เลย แม้แต่ “รัฐบาลไทยหรือพม่า” ก็จัดไม่ได้



และการเชิญเชื่อมช่วยชูพระพุทธศาสนาในกลุ่มประเทศอาเซียน วัดธรรมกายอย่าหยุดอยู่แค่กิจกรรม ผมอยากเห็นวัดธรรมกายไปช่วยเหลือด้านการศึกษาพระภิกษุสามเณรในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย การช่วยเหลืออาจมีทั้งการสัมมนา อบรม ดูงาน ถวายความรู้ศาสตร์สมัยใหม่ หรือแม้กระทั้งการให้ทุนเรียน

ตอนนี้อย่างที่ทราบ “สถาบันสงฆ์” โดยเฉพาะประเทศไทย อ่อนปวกเปียก ถูกรัฐดูแลอย่างดี ดังคนเป็น “โรคอัมพฤกษ์” ทำอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่เป็น ทำอะไรก็เกรงกลัวอำนาจรัฐไปหมด วัฒนธรรมองค์กรก็เลยเหมือนข้าราชการไทย “เช้าชาม เพลชาม” คุยกับพระภิกษุรุ่นใหม่ๆ หลายรูปท่านบอกว่า...



“คิดไปก็แค่นั้น” พระผู้ใหญ่ไม่เอาด้วยซ้ำจะทำอะไร “ข้ามหน้าข้ามตา” อย่าหวังจะได้โตในงานคณะสงฆ์หรือสมณศักดิ์ ส่วนสถาบันสงฆ์ในต่างประเทศแม้จะมีองค์กรที่เข้มแข็ง แต่พวกท่านเหล่านั้นก็อ่อนแอในการคิดเชิงรุกและให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงในโลกสมัยใหม่ และซ้ำไม่มีกลุ่มฆราวาสที่คิดแทนพระ ไม่มีกลุ่มฆราวาสที่ต่อต้านพระ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์คนหนึ่ง ซึ่งหากเอ่ชื่อไปทุกท่านก็คงรู้ว่าคือใคร ใจความสำคัญคือ “อยากเปลี่ยนศาสนา” เพราะเบื่อหน่ายพฤติกรรมพระสงฆ์ในสังคมไทย ก็เลยแนะนำไปว่า... พระสงฆ์ส่วนใหญ่เป็นพระดี ไม่อย่างนั้นสถาบันสงฆ์คงอยู่สังคมได้นานขนานนี้ แต่อาจมีบางรูป มีพฤติกรรมนอกรีตนอกรอยบ้าง”



แต่ใจความสำคัญก็คือ “พระภิกษุ” เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพระพุทธศาสนา มิใช่ “พระพุทธศาสนา” ทั้งหมด ธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ มีประโยชน์ทั้งโลกปัจจุบันและโลกอนาคต สุดท้ายผู้ดำเนินรายการทีวีท่านนี้ก็ให้คำมั่นสัญญาไว้ “จะไม่เปลี่ยนศาสนา”

ทีนี้กลับมายัง
“วัดธรรมกาย” ผมยังไม่เห็น “ศักยภาพ” วัดใดเลยในประเทศไทยที่ทำงานเชิงรุกและทำงานได้ใจชาวพุทธเหมือนวัดธรรมกาย การจัดกิจกรรมแต่ในครั้งแม้จะเป็นแค่ “เปลือกมิใช่กระพี้” แต่ก็สร้างความอุ่นใจให้กับชาวพุทธได้จำนวนไม่น้อยว่า “พุทธศาสนายังคงอยู่กับเราอีกนานเท่านาน”



และการจัดกิจกรรมแบบนี้ต้องใช้
“ทุนมหาศาล” ต้องใช้ทีมจัดกิจกรรม “ระดับมืออาชีพ” ผมลองเจาะมองหาองค์กรในไทยหากจะจัดงานแบบนี้ยังหาไม่เจอว่าองค์กรใดจะทำได้ สำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม รัฐบาล ผมว่า “มือไม่ถึง” ยิ่งต้องใช้เงิน ใช้คนมืออาชีพมาทำแบบนี้ยิ่งมองไม่เห็น...

สุดท้ายหวังว่าการจัดกิจกรรมของ
“วัดธรรมกาย” ในครั้งนี้ ณ ประเทศเมียนมาคงไม่ “ยั่วต่อมหมั่นไส้” ของใครเข้า!!
…..................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณภาพจาก : สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    96%
  • ไม่เห็นด้วย
    4%

บอกต่อ : 3.19K