อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

เมื่อท่าทีของแม่น้ำ 5 สาย จะสร้างวิกฤติการเมือง!

สัปดาห์นี้วิเคราะห์กฎหมายการเลื่อนวันเลือกตั้งที่ดูท่าทียึกยัก รวมถึงปัญหานาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” ที่ยืมเพื่อนมา เรื่องไหนจะจุดประเด็นความร้อนแรงทางการเมืองมากกว่ากัน!! พฤหัสบดีที่ 25 มกราคม 2561 เวลา 08.00 น.


เอาจริงมันก็คงจะเป็นเรื่องที่หลายคนกะไว้แล้วว่า “ไม่พลาด” คืออุณหภูมิการเมืองจะต้องร้อนตั้งแต่ต้นปี และกลายเป็นข่าวใหญ่เรื่องที่การเลือกตั้งอาจต้องเลื่อนออกไปอีก การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ คือ 150 วันหลังจากกฎหมายลูกสำคัญ 4 ฉบับบังคับใช้ แต่ตอนนี้มีปัญหาในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) 2ฉบับสุดท้าย คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.

ฉบับที่กล่าวถึงกันก่อนเพราะปัญหามันไม่ซับซ้อนมาก คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งอยู่ๆ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญที่พิจารณาเรื่องนี้ก็
“หัก” กับกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เรื่องการเลือก ส.ว.ระหว่างกลุ่ม โดยหลักการเบื้องต้นให้มีการกำหนดกลุ่มผู้ควรได้รับการเลือกเป็น ส.ว.ตามกลุ่มวิชาชีพ กลุ่มทางสังคมต่างๆ

ซึ่ง กรธ.วางหลักเกณฑ์ไว้ว่าให้มีการเลือกไขว้กันระหว่างกลุ่ม เพื่อป้องกันว่าถ้าเป็นกลุ่มในสายงานอาชีพเดียวกัน ก็จะมีฮั้ว มีลอบบี้กันได้ แต่พอมาถึงชั้น กมธ.กลับจะมีการเปลี่ยนให้เลือกกันเองในกลุ่ม ซึ่ง กมธ. เองเขาก็ยืนยันว่า “ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ” เพราะรัฐธรรมนูญเขียนแค่ว่า “ให้เลือกกันเอง” ไม่ได้ระบุชัดขนาดว่าต้องมีการเลือกไขว้

กรธ.เขาก็ออกอาการไม่ยอมให้เห็นอยู่ ว่ามันขัดต่อเจตนารมณ์ที่วางไว้แต่ต้น ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเกิดความไม่พอใจขึ้นมาก็อาจนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณากันอีกรอบ หรือถึงที่สุดก็อาจยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความ ก็อาจทำให้กฎหมายช้า ก่อนหน้านี้ก็มี พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต (พ.ร.ป.ป.ป.ช.) ถูกยื่นไป เนื่องจากทาง สนช.บางส่วนมองว่า กรรมการ ป.ป.ช.บางคน มีคุณสมบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ คือเคยทำงานกับฝ่ายการเมือง



ก็ไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร เรื่อง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ตัวนี้คงเร่งอุณหภูมิร้อนไม่มาก เพราะตามบทเฉพาะกาล 5 ปีแรก สุดท้าย ส.ว.ก็มาจาก คสช.เลือก (และในช่วงเวลา 5 ปีนี้ ถ้ารัฐบาลสิ้นอายุตามวาระ ก็เท่ากับ ส.ว.มีสิทธิ์โหวตนายกฯ ได้ 2 รอบ) ตัวที่มีปัญหามากกว่า คือ พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.

เพราะอยู่ๆ กมธ. ก็เกิด “หวังดี” อะไรขึ้นมาก็ไม่ทราบ ที่จะเขียนกฎหมายให้ พ.ร.ป.มีผลบังคับใช้หลังลงราชกิจจานุเบกษาได้ 90 วัน ซึ่งเป็นมติ กมธ.เสียงข้างมาก แต่ไม่รู้ว่า พอเข้าสู่ชั้น สนช. จะมีการเปลี่ยนเพิ่มวันอะไรหรือเปล่า? เพราะ กมธ.เสียงข้างน้อยเขาเตรียมอภิปรายขอเพิ่มเป็น 120 วันอยู่

เหตุผลของ กมธ.คือ “เกรงว่าการดำเนินการของพรรคการเมืองตาม พ...พรรคการเมืองจะทำไม่ทัน” โดยที่เขาห่วงคือการประชุมพรรคเพื่อจัดทำไพรมารี่โหวต ซึ่งตามคำสั่ง คสช.ที่
“คลายล็อก” ให้พรรคการเมือง คือเริ่มสำรวจสมาชิกพรรคได้ก่อน โดยพรรคใหม่จะเริ่มเดือน มี.ค. พรรคเก่าจะเริ่มเดือน เม.ย.นี้ แต่ในส่วนการประชุมใหญ่พรรค ทำนโยบาย เลือกกรรมการ ต้องทำใน 90 วันหลัง “การปลดล็อก” ให้พรรคการเมือง

ทางฝ่ายพรรคการเมืองเขาก็ไม่พอใจเท่าไร บอกว่ามันน่าจะเหมือน “แหกตาพาโชค” กันมากกว่า เพราะการปลดล็อกขึ้นกับ พ.ร.ป. เลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ถึงให้ ครม.ทำเรื่องเสนอขอปลดล็อกก็ต้องดูว่า กว่าจะทำเรื่องขอปลด คือ 90 วันหลังกฎหมายประกาศบังคับใช้ใช่หรือไม่? เช่นนั้นก็เท่ากับไม่มีประโยชน์อะไร เหมือนกับว่า 90 วันที่ขยายมาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ปลดล็อกก็ประชุมพรรคไม่ได้

แถมพรรคเกิดใหม่สิจะได้เปรียบ เพราะพรรคเกิดใหม่จะจัดหาสมาชิกได้ก่อน เผลอๆ เปิดตัว ขายนโยบายได้ก่อน ซึ่งนโยบาย หรือคำประกาศที่เขารอดูกันของพรรคเกิดใหม่ คงไม่พ้นว่า “จะส่งใครขึ้นเป็นนายกฯ” เอาแค่นั้นเพื่อโยนหินถามทางก่อนก็ได้ ถ้าประกาศเอา พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนนอก นโยบายอะไรก็แทบไม่ต้องทำ เพราะมันมียุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ 20 ปีที่รัฐบาลนี้วางเอาไว้แล้วจริงไหม?



แต่ถ้าปลดล็อกได้ทันทีหลัง พ.ร.ป.ลงราชกิจจานุเบกษา ก็เป็นอีกกรณีหนึ่ง แต่วันนี้ก็ดูเหมือนยังตอบอมๆ กันอยู่ว่า การเลือกตั้งจะเลื่อนจากที่นายกฯ เคยพูดหรือไม่? คือจะประกาศวันเดือน มิ.ย. และวันลงคะแนนในช่วงเดือน พ.ย. ถ้าขยายเวลาบังคับใช้กฎหมายไป 90 วัน ก็มีการคำนวณกันเองเบื้องต้นออกมาว่า
“กว่าจะลงคะแนนได้ คือเดือน ก..62”

ก็มีคนเสนอความเห็นอย่าง “นายสมชัย ศรีสุทธิยากร” กกต. ที่บอกว่า ไม่เห็นต้องไปขยายวันบังคับใช้ พ.ร.ป.ให้ยุ่งยาก แค่ปลดล็อกการเมืองมันเสียเดี๋ยวนี้ก็สิ้นเรื่อง แต่ทาง คสช. เขาก็คงยังไม่ปลดง่ายๆ ไม่รู้จะอ้างเหตุผลอะไรก็บอก “มีปัญหาเรื่องความมั่นคง” ไว้ก่อน ซึ่งคำนี้เป็นคำที่ถูกใช้แบบครอบจักรวาลมาก น่าจะนิยามกันให้ชัดๆ สำคัญ คือความมั่นคงแห่งรัฐ หรือความมั่นคงแห่งรัฐบาล พอมีอะไรเกิดขึ้นหน่อยก็มีข่าว “กลุ่มล้มรัฐบาล” ขึ้นมาทันที เห็นอาทิตย์ที่แล้ว เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็พูดอยู่ แต่ก็ยังบอกว่ารัฐบาลไม่ได้หวั่นไหว

ก็มีคำเตือนกึ่งคำขู่ออกมาจากฝ่ายการเมืองเหมือนกัน ว่าการที่รัฐบาลหาเรื่องเลื่อนวันเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ระวังจะถูกมองเป็น
“การตระบัดสัตย์” และถึงจุดหนึ่งจะจุดชนวนความไม่พอใจของประชาชน กลายเป็นกระแสต่อต้านขนาดใหญ่ได้ ว่าต้องขับไล่รัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแต่ยังหวงอำนาจ

ขณะเดียวกัน กระแสความไม่พอใจรัฐบาล ถ้าจะถูกปลุกก็ไม่ใช่แค่การแสดงท่าทีจะเลื่อนวันเลือกตั้ง แต่ก็มีเรื่อง “สนิมในเนื้อ” อีกอย่างหนึ่ง คงเห็นกันว่ากระแสแซะ “บิ๊กป้อม พล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ” พี่ใหญ่ คสช. ก็ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับเรื่องนาฬิกา ที่ปล่อยไว้จนบานปลาย เพจอินเทอร์เน็ตชักรูปออกมาได้ว่ามีนาฬิกาแพงร่วม2โหล “บิ๊กป้อม” ก็เพิ่งบอกสั้นๆ ว่า “ยืมเพื่อนมาและคืนไปหมดแล้ว”



ทั้งที่ถ้าเป็นเรื่อง “ไม่มีอะไรในกอไผ่” เรื่องนี้มันชี้แจงได้ไม่เห็นจะยาก แต่ข่าวที่ออกมา เหมือนปล่อยข่าวผ่านนักข่าวดังเพื่อโยนหินถามทางทำนองว่า “คำตอบไหนฟังขึ้น” และดูแล้วไม่น่าจะผิดกฎหมาย คำตอบล่าสุด คือได้มาจากเพื่อนร่วมเรียนโรงเรียนเซนต์คาเบรียลที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งกรณีนาฬิกาหรูนี่ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อรัฐบาลมากพอสมควร พอมาเป็น
“ของเพื่อน” ก็ดูเป็นตลกร้ายว่า “ยืมมา 25 เรือนเลยหรือ?” ประโยคนี้อารมณ์ไหนรัฐบาลไปคิดเอง

แรงกดดันก็ไปลงกับ ป.ป.ช.ว่า “จะทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสอย่างไร?” โดยเฉพาะตัว “บิ๊กกุ้ย” พล...วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช.ซึ่งถูกมองว่ามีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ “บิ๊กป้อม” มีท่าทีอย่างไร แน่นอน...ที่เขาไม่ค่อยเอ็นจอยกัน เพราะ ป.ป.ช.ก็ยังตอบอมๆ เราก็มารอดูผลสอบเอกชนเอี่ยวให้ยืมนาฬิกา ที่ ป.ป.ช.ว่า “นัดสอบแล้ว” กัน

ก็ลองคิดๆ เก็งๆ กันดู ว่าระหว่างเรื่องยึกยักเลือกตั้ง กับเรื่องภาพลักษณ์คนใน คสช. เรื่องไหนจะจุดอุณหภูมิการเมืองได้แรงกว่ากัน ระวังถ้าเหตุผลไม่ดีจะจบไม่สวย เห็นนายกฯ สั่งเพิ่มการสื่อสารชี้แจงมากขึ้น แต่ถ้าเรื่องใหญ่ที่เขารอคำตอบที่สุดกลับไม่ตอบ ก็เห็นว่า...ไม่ช่วยอะไรเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของรัฐบาล.”
…..........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 174