อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ช่วยชีวิตคนแต่ตัวเจ็บ-ของหาย เรื่องเล็ก'ทำดีสำคัญกว่า'

ชื่นชม 2 พี่น้องเมืองหาดใหญ่ กระโดดน้ำช่วยหญิงสาวฆ่าตัวตายรอดชีวิตฉิวเฉียด ลั่นแม้ตัวกระแทกหินบาดเจ็บ และของหาย ถือเป็นเรื่องเล็ก เพราะหน้าที่พลเมืองดีสำคัญกว่า เสาร์ที่ 27 มกราคม 2561 เวลา 09.00 น.


กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันหนัก กรณีเหตุชาย คน เปิดศึกต่อยกันกลางถนนสุขุมวิท หน้าตลาดอ่อนนุช น้ำหนักจะเทคะแนนไปทางฝั่งชายใส่สูทที่ออกลีลาเชิงมวยเหนือคู่กรณี...ใครผิดใครถูกก็ไปว่ากันตามกฎหมาย แต่ข้อควรระวังสำหรับเหตุการณ์นี้ คือ การเลียนแบบของเด็กๆ ...สังคมกำลังชี้ให้เขาเห็นว่าชายใส่สูท คือฮีโร่ โคตรเก่ง แบกน้ำหนักสู้กับคู่ต่อสู้ได้อย่างสุดยอด...ผู้ปกครองควรสอนบุตรหลานด้วย หากวันนั้นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมี “อาวุธ” เรื่องราวมันคงไม่จบแบบนี้แน่!

ถามว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวสิ่งหนึ่งที่สังคมมองข้ามคืออะไร...คำตอบคือ “ชายใส่เสื้อสีเขียวแขนยาว” ไปเจอเหตุพอดีเขาลงจากรถ จยย.ปรี่เดินเข้าไปห้าม “  คู่กรณี” ให้ยุติเรื่องราวที่กำลังบานปลายใหญ่โต...ชายคนนี้คือ “พลเมืองดีโดยแท้จริง”...นี่คือสิ่งที่สังคม และผู้ปกครองควรสอนเด็กๆ หากไม่มีชายคนนี้เชื่อว่ามวยฟรีกลางถนนต้องมีใครโดนน็อค ไม่ก็ต้องเสียเลือดเสียเนื้อแน่นอน...ขอขอบคุณชายเสื้อเขียวสำหรับหน้าที่กรรมการจำเป็น...เขาคือ 
“พลเมืองดี” ที่สังคมไม่ให้ความสำคัญ



พูดถึงเรื่อง พลเมืองดี” วีคนี้อยากเจาะลึก 2 พี่น้อง” ชาว .หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่กระโดดลงน้ำลงไปช่วยผู้หญิงคนหนึ่งที่ก่อเหตุ 
ฆ่าตัวตาย บริเวณสะพานท่าเคียน ถนนศรีภูวนารถใน เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จนสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว เขาคือ “สุฐิชัย พูลสวัสดิ์” อายุ 38 ปี หรือโบว์ พ่อค้าขายมะพร้าวน้ำหอม และผลไม้ รวมทั้งปะยางรถบริเวณหัวสะพานท่าเคียน และน้องชายคือ “สิทธิชัย พูลสวัสดิ์” อายุ 25 ปี หรือหลง

ทั้งคู่หากว่างจากงานมักจะชวนกันมาตกปลาบริเวณสะพานเป็นประจำทุกวัน...กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้แสดงบทบาทของพลเมืองดี ทำโดยสัญชาติญาณที่พึงกระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันได้อย่างน่าชื่นชมมากๆ



“สุฐิชัย” เล่าว่า...“วันนั้นก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายๆ เห็นน้องเขาเดินไปมาอยู่บนสะพานหลายรอบ ตอนแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเขาร้องไห้ ผมเลยให้เด็กไปถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือป่าว แต่น้องเขาไม่พูด ไม่ตอบอะไร จากประสบการณ์ที่ทำมาหากินอยู่แถวนี้มานานผมสันนิษฐานว่า...เด็กคนนี้น่าจะมากระโดดสะพาน เพราะเคยเจอเหตุการณ์แบบมา 4-5 ครั้งแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยืนร้องไห้แล้วก็กลับไป ด้วยความเป็นห่วงผมเลยเรียกน้องชายที่ขายของอยู่อีกฝั่งถนนมาคุยเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนจะชวนกันนำเบ็ดมาทำเป็นยืนตกปลาบนสะพานฝั่งเดียวกับเด็กคนนั้น ทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย แต่ยังคงอยู่ในระยะที่พวกผมสามารถเฝ้าดูพฤติกรรม หรือท่าทีได้อย่างชัดเจน”

โบว์” เล่าต่อว่า...หลังเฝ้าดูอยู่นานสิ่งที่สันนิษฐานไว้ก็เป็นจริง!! ผู้ก่อเหตุปรี่ขึ้นไปยืนบนราวสะพานก่อนจะทิ้งตัวลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็วจมหายไปในพริบตา ตอนนั้นตกใจมาก คิดอย่างเดียวต้องช่วยชีวิตเขาเอาไว้ให้ได้ จึงรีบวิ่งปีนข้ามราวสะพานลงไปยังตลิ่งด้านล่าง โดยวิ่งผ่าพงหญ้า รั้วลวดหนาม เศษแก้ว และกองหินเล็กใหญ่ตลอดแนวคลอง

พร้อมบอกน้องชายว่าจะกระโดดลงน้ำลงไปช่วยก่อน ให้น้องวิ่งไปดักข้างหน้า ซึ่งเมื่อกระโดดลงไปช่วยสิ่งแรกที่เจอ คือ
บ่าซ้ายกระแทกเข้ากับก้อนหินจนเจ็บ เพราะวันนั้นระดับน้ำในคลองตรงริมฝั่งลึกประมาณ 3 เมตรเท่านั้น แต่ต้องแข็งใจว่ายน้ำไปกลางคลองเพื่อช่วยเด็กที่เริ่มโผล่ขึ้นจากน้ำ พยามตะเกียกตะกายร้องไห้อยู่ตลอดเวลา





พลเมืองดี เล่าต่อว่า “เมื่อว่ายไปถึงตัวเด็กด้านหลังก็ใช้มือข้างหนึ่งออกแรงดันรักแร้ ยกตัวเด็กเพื่อให้ส่วนของใบหน้าอยู่เหนือน้ำเพื่อเด็กหายใจได้ ก่อนพยายามประคองทั้งตัวเอง และผู้ก่อเหตุให้ลอยไปกับกระแสน้ำไกลเกือบ 100 เมตร และส่งสัญญาณให้น้องชาย ซึ่งวิ่งไปดักรออยู่ข้างหน้ากระโดดลงมาดึงร่างขึ้นฝั่งได้สำเร็จ ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จะมาช่วยรับตัวเด็กไปส่ง รพ.”

พาทราบว่าเด็กอาการปลอดภัยแล้วรู้สึกดีใจมากที่สามารถช่วยคนให้พ้นจากความตายได้
แม้ว่าจะเจ็บจากการไปกระแทกกับหิน และของหายเป็นเรื่องเล็ก หน้าที่ของพลเมืองดีสำคัญกว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ใช่เพิกเฉย เมื่อเห็นคนกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา หลังเกิดเหตุทราบว่าน้องเป็นชาว อ.หาดใหญ่ และเป็นนักศึกษาด้วย ผมกับน้องดีใจมากที่ได้ช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์เอาไว้ได้ พ่อของเด็กหลังเกิดเรื่องก็เดินทางมาขอบคุณเราทั้งคู่ จึงปลื้มใจมาก

“จำเนียร เพิ่มพูน” อายุ 55 ปี แม่ค้าขายของริมสะพานท่าเคียน บอกว่า 2 พี่น้องเป็นคนนิสัยดี ไม่เกะกะเกเรเอางานเอาการ ชอบช่วยเหลือผู้คน ไม่เว้นแม้แต่สุนัข หรือสัตว์เลี้ยง การช่วยเหลือคนฆ่าตัวตายจนรอดตายมาได้ถือเป็นสิ่งที่ดี น่าชื่นชมมาก หากเป็นคนอื่นอาจะไม่ช่วย-ไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้ก็ได้



“โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่าเห็นข่าวนี้แล้วนับถือน้ำใจ 2 พี่น้องมาก ช่วยกันเถอะครับอะไรที่เราช่วยได้ โดยเรายังปลอดภัยอยู่ ทำแล้วความดีจะทำให้สุขใจทุกครั้งที่นึกถึง ความภาคภูมิใจจะอยู่ในใจของท่านทั้งสองตลอดไป ผมมั่นใจว่าทั้งสองจะภาคภูมิใจกับสิ่งที่ได้ทำ และสุขใจทุกครั้งที่นึกถึงความดีในครั้งนี้ ขอยกย่อง และชื่นชมแบบอย่างที่ดีในสังคมไทย อีกทั้งขอเป็นกำลังใจให้น้องผู้หญิง ชีวิตทุกคนมีปัญหาต้องเดินหน้าต่อไป ก่อนตัดสินใจทำอะไร นึกถึงคนที่รักที่ห่วงเรา พวกเขาจะเสียใจมากหากเราเป็นอะไรไป


บุญอันยิ่งใหญ่คือการช่วยชีวิตคน...ทราบว่าขณะลงไปช่วยเหลือน้องผู้หญิงโทรศัพท์มือถือของ “โบว์” จมหายไปในน้ำยังไม่ได้ซื้อใหม่ เพราะต้องใช้เงินพอสมควร ตอนนี้อาศัยมือถือแฟนใช้ไปก่อน...เขาไม่ได้รวยเงิน แต่รวยน้ำใจ...

คนแบบนี้สังคมควรจะช่วยเหลือหรือเปล่า? โล่คนดีของจังหวัดสมควรได้รับหรือไม่?...หน่วยงานใน จ.สงขลา-ชาวหาดใหญ่ท่านคือคนกำหนด...ย้ำว่า 2 พี่น้องเขาไม่ได้ขอหรือเรียกร้องอะไรเลย “เหยี่ยวขาว” แค่อยากให้คนในพื้นที่มองเห็นความสำคัญ สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เราควรจะช่วยเขาไหม? เพื่อตอบแทนความดีที่เขาทำให้จังหวัด...อย่าให้สิ่งดีๆ มันพัดผ่านเลยไปเหมือนกระแสลมเลยครับ.
.........................................
คอลัมน์ : คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ ทักษิณ อรุณ -สมเพชร เสาร์คำ ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.สงขลา


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


พี่น้องฮีโร่!ช่วยชีวิตทัน 'นศ.สาวแม่ฟ้าหลวง'คิดสั้นโดดน้ำ
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 192