อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 23 ตุลาคม 2561

ชาวพุทธตามหา'องค์กรพุทธ' ใครทำอะไรที่ไหน??

สัปดาห์นี้มาตามหาองค์กรชาวพุทธในประเทศไทย ที่ทำหน้าที่ปกป้องพุทธศาสนาว่าหายไปไหนกันหมด ทำไมถึงไม่กล้าขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวมาก ไปติดตามกันเลย พุธที่ 31 มกราคม 2561 เวลา 10.00 น.


ความจริงสัปดาห์นี้ผมกำลังให้ความสนใจ “บ้าน 1 ล้านหลัง” ดังที่ของ คุณสรี สุทธิพันธ์ ศรีริกานนท์ ทูตพิเศษและคณะกรรมการกลางสำนักการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเงินระหว่างประเทศ องค์การสหประชาชาติ แถลงข่าวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ว่า...

“ขณะนี้โครงการสร้างบ้าน 1 ล้านหลังได้มีการอนุมัติการสร้างบ้าน 1 ล้านหลังต่อ 1 ประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการนำเม็ดเงินค่าก่อสร้างมาส่งมอบให้เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จในระยะ 4 ปี โดยมีจำนวนเงินมากกว่าสี่ล้านล้านบาท...”

ผมยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประชาสัมพันธ์ให้คนด้อยโอกาสไปยื่นขอบ้านตามโครงการนี้กับใคร? ที่ไหน? และโครงการนี้มันมีลักษณะแบบไหน? สร้างให้ใคร? จะไปสร้างจังหวัดไหนบ้าง? คุณสมบัติผู้ที่จะได้รับบ้านจะต้องมีคุณลักษณะอย่างไร? เพราะผมคิดว่า หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ “ขอยกย่องอย่างยิ่ง”

เผอิญเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ผมได้รับอีเมล์ฉบับหนึ่งจากคนอ่านคอลัมน์ “ริ้วผ้าเหลือง” ท่านหนึ่ง เนื้อหาในจดหมายถามว่า...ตอนนี้เจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์หรือเจ้าคุณประสาน เจ้าคุณโชว์ หรือทิดอภิชาติหายไปไหน และองค์กรชาวพุทธในประเทศไทย ที่ทำหน้าที่ปกป้องพุทธศาสนาหายไปไหนกันหมด กรณีที่มีสื่อออนไลน์แชร์เรื่อง “อริยะพันธุ์ใหม่” มีรูปพระภิกษุยืนรับไหว้ “สตรีนางหนึ่ง” ทำไมองค์กรชาวพุทธ จึงไม่ออกมาปกป้องเหมือนดังที่ผ่านมา...”

เมื่อเอาใจแฟนคลับผมพยายามหาข้อมูลทราบว่า ตอนนี้เจ้าคุณพระเมธีธรรมาจารย์ทำอะไรอยู่? ทราบท่านกำลังไปขยาย วิทยาเขตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดร้อยเอ็ด บ้านเกิดของท่าน ส่วนเรื่อง “กิจการคณะสงฆ์” ปล่อยให้คนที่มีหน้าที่ทำกันไป และทราบว่าท่านเจ้าคุณถูกสั่ง “ให้ปิดปากเงียบ” ห้ามเคลื่อนไหวโดยเด็ดขาด ทำนอง “ถูกบล็อค” ทั้งจากเจ้าหน้าที่รัฐและผู้บริหารคณะสงฆ์

ส่วน “เจ้าคุณโชว์” สอบถามจากลูกศิษย์ของท่าน เล่าว่ากำลังพักฟื้นหลังจากอาพาธต้องผ่าตัด แต่ก็ยังปฎิบัติศาสนกิได้ตามปกติในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพระพุทธศาสนาและบริการสังคม มหาจุฬาฯ ญาติโยมก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่เรื่องกิจการคณะสงฆ์ถูกสั่งให้เก็บตัวทำนองเดียวกับเจ้าคุณเมธีธรรมาจารย์



ส่วน “ทิดอภิชาติ” ผมไม่ทราบว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน หรือทำหน้าที่อะไรแล้ว แม้ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีแบบสุดโต่ง แบบรุนแรงประเภท “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” แบบทิดอภิชาติ แต่คิดว่าทิดอภิชาติเป็นคนต่อสู้เพื่อปกป้องมาตุภูมิแบบนี้ “ฟ้าย่อมคุ้มครอง”

ส่วนกลุ่มชาวพุทธอื่นๆ เท่าที่ติดตาม มีองค์กรที่ปกป้องพุทธศาสนาและสถาบันสงฆ์ที่รู้มี 3 องค์ก็คือ 1.ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ซึ่งก็มี “เจ้าคุณพระเมธีธรรมาจารย์” นั่นแลเป็นหัวหลักใหญ่ ส่วน “เจ้าคุณพระธรรมกิตติเมธี” ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เนื่องจากตอนนี้ถือว่าเป็นพระมีสมณศักดิ์สูงและเป็นผู้ใหญ่แล้วบทบาทความรุนแรงเผ็ดร้อนด้านความเคลื่อนไหวต่างๆ อาจจะเพลาๆ ลงบ้าง



โดยส่งไม้ต่อให้กับ “พระครูปลัดกวีวัฒน์” รองเลขาศูนย์พิทักษ์ฯ เป็น “หัวหมู่ทะทวงฟัน” เข้าทำรับทำหน้าที่แทน และส่วนใหญ่กิจกรรมก็เน้นไปเพื่อความมั่นคงพุทธศาสนาและการช่วยเหลือชาวพุทธในภาคใต้เสียเป็นส่วนใหญ่

ส่วน กลุ่มที่ 2.สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา หรือ สนพ. ที่มี “ดร.เสถียร วิพรมหา” และ “ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์” 2 คู่หูจอมยุทธเป็นหัวจักรใหญ่ ตอนนี้ความเคลื่อนไหวนิ่งสนิทหมดเวลา “รับจ๊อบจัดอีเว้นท์” และทั้ง “ติดชะงัก” มีคดีติดตัว ซ้ำมีปัญหาเรื่องสีเสื้อเข้ามาเกี่ยวข้อง จะขยับอะไรก็ลำบากและซ้ำไปผูกมัดกับ “พระผู้ใหญ่” อาจถูกขอร้องให้ลดบาทลงไปตามความต้องการของรัฐบาลและพระผู้ใหญ่เหล่านั้น



ส่วน กลุ่มที่ 3 น้องใหม่กำลังมาแรงในแวดวงชาวพุทธ ทำงานลงพื้นที่สร้างเครือข่ายชาวพุทธต่อเนื่องและมีแววจะพัฒนาเป็น “พรรคการเมือง” คือสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กลุ่มนี้น่าจับมอง เพราะเท่าที่ทราบคุณกรณ์ มีดี เลขาสมาพันธ์ชาวพุทธฯ สร้างเครือข่ายและจัดตั้งสมาพันธ์ชาวพุทธประจำจังหวัดได้เกือบครบแล้ว โดยมี ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

เรื่องความแม่นเรื่องความรู้ทางพระพุทธศาสนาคงไม่ต้องพูดถึง เพราะ ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ในวงการชาวพุทธถือว่าเป็นดั่ง
“พระไตรปิฎกเคลื่อนที่” ส่วนความเจนชัดทางการเมืองคง “ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม” แต่ชาวพุทธส่วนใหญ่เท่าที่รับฟังก็ยอมรับความคิด “เชิงรุก” ของคนกลุ่มนี้ที่สามารถต่อยอดไปได้



แต่ในข้อดีก็มีจุดอ่อน คือกลุ่มนี้ไม่มีเงินทุน และซ้ำเลขากรณ์ ก็เคยสังกัด “คนการเมือง” มาก่อนทำให้อาจเป็นจุดอ่อนได้ ส่วนการตอบโต้ การออกแถลงการณ์กลุ่มนี้ก็ทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เน้นออนไลน์ เพราะสื่อหลักคงไม่ได้ให้ความสำคัญมาก

เป็นอันว่าเรื่องโครงการ “บ้าน 1 ล้านหลัง” หากข้อมูลพร้อมจะเสนอในตอนต่อไป ส่วนตอนนี้ทั้งพระภิกษุที่เคยขับเคลื่อนเรื่องพุทธศาสนา ทั้งองค์กรชาวพุทธดังที่ยกมาอ้างข้างต้น ก็ยังทำงานเพื่อพุทธศาสนาอยู่ แต่ที่ไม่กล้าขยับเขยื้อนมาก พระท่านก็
“กลัวถูกถอดจีวร” ส่วนฆราวาสก็ “กลัวติดคุก” เอวัง...ก็มีด้วยประการฉะนี้แล!!
…....................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณแหล่งภาพ https://www.bpct.org/ เฟชบุ๊ก : สมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา เฟชบุ๊ก : สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย : พระสุธีวีรบัณฑิต ดร.พระมหาโชว์ ทสฺสนีโย


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    57%
  • ไม่เห็นด้วย
    43%

บอกต่อ : 161