อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

'สถานการณ์ป่าไม้ไทย' ไปไม่ไกลอย่างที่หวัง

สัปดาห์นี้มาดูความล้มเหลว 3 เรื่องที่ตอบโจทย์ว่าสถานการณ์ป่าไม้ของไทยยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แล้วอย่างนี้ใครจะรับผิดชอบ? พุธที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 น.


วันนี้เป็นวันหลังวันที่ 1 กุมภาพันธุ์ 2561 อันเป็นวันที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประกาศเอาไว้ว่า...จะดำเนินการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารหน่วยงานระดับกรมในกระทรวง ทส. ที่มีภารกิจเกี่ยวกับการปราบปรามและฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ หากไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ จึงกลายเป็นวันที่เป็นความหวังของคนไทยทั้งประเทศว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ตามที่มีการคาดโทษเอาไว้

แต่กลับกลายเป็นว่าวันนี้...ทุกอย่างยังเหมือนเดิม หรืออาจมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง แต่ก็ไม่มากมายอะไรเลย ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังของ
“กองหนุน” ที่มีจำนวนมากมายในช่วงเริ่มต้นของรัฐบาลชุดนี้ จึงเริ่มมีการวิพากวิจารย์กันอย่างกว้างขวางมากขึ้น ถึงความรับผิดชอบต่อคำพูดดังกล่าวนี้ว่า... รมต.ทส.จะดำเนินการต่ออย่างไร?? พร้อมๆ กับกองหนุนเริ่มหนีหายไปเกือบหมดสิ้นแล้ว!!

แต่เรื่องนี้สำหรับผมไม่เกินความคาดหมายอะไรเลย เพราะผมได้ศึกษาเรียนรู้ผู้คนเหล่านี้มาเป็นอย่างดี แม้จะพบว่ามีคนดีอยู่มากมาย แต่คนส่วนน้อยที่มีอำนาจบางคนเพียงมีโอกาสวาสนามาบริหารทรัพยากรป่าไม้ของประเทศเท่านั้น ไม่สำเหนียกว่าเป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่และสำคัญ เพราะยังเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ สร้างภาพชูผลงานเต็มไปด้วยโฆษณาเกินจริง ทำภาพลักษณ์เป็นคนสุจริต แต่กล้ารับเงินชั่วอย่างหน้าตาเฉย อยู่อย่างไรก็อย่างนั้นไปวันๆ ขาดความจริงใจต่ออนาคต ทำลายความหวังของประชาชน บางคนมีความสามารถแค่เก็บส่วยแล้วส่งต่อเท่านั้น

ความล้มเหลว 3 เรื่องต่อไปนี้ ตอบโจทย์ว่าสถานการณ์ป่าไม้ยังอยู่ที่เดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

1. การป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้
ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีการสูญเสียพื้นที่ป่าอีกต่อไปอย่างไม่มีหยุดยั้ง โดยที่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด การยึดคืนผืนป่าก็ไม่ได้ครบตามเป้าหมายวางไว้ที่แท้จริง ยึดคืนกันแค่ในเอกสารแจ้งความร้องทุกข์ แต่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่ถูกยึดคืนกลับยังคงเป็นสวนยาง แถมยังคงกรีดได้อยู่เป็นปกติ หรือที่เป็นรีสอร์ท ก็ยังคงเปิดบริการอยู่

การฟื้นฟูป่าก็ทำได้ไม่ครบถ้วน เพราะยึดคืนมาไม่ได้จริง จึงใช้พื้นที่มาปลูกฟื้นฟูไม่ได้ จนไม่พบผืนป่าที่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ไม่มีการตรวจสอบสวนป่ารัฐทั้งหมดอย่างจริงจังตามหลักการบริหารและข้อเรียกร้อง กลับปล่อยให้สวนป่าของรัฐสูญหายทั้งพื้นที่และต้นไม้เกือบหมด โดยคนผิดยังลอยนวลไม่ต้องรับผิดชอบแต่อย่างใด ยังอยู่กันครบและเสวยสุขกันอยู่ทุกคน



 2.การปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวง ทส. 
ยังไม่มีการใช้ระบบธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง เพราะข่าวคราวการไม่มีหลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายยังมีอยู่ ตลอดจนข่าวการวิ่งเต้นเข้าสู่ตำแหน่งด้วยผลประโยชน์ การหาประโยชน์ และส่งต่อผลประโยชน์ให้ผู้มีอำนาจ ยังร่ำลือกันไม่มีที่สิ้นสุด การแต่งตั้งยังวนกันอยู่ในกลุ่มพวกพ้องเท่านั้น

บางคนมีผลงานยึดคืนฝืนป่ากลับมาเป็นของรัฐเป็นหมื่นๆ ไร่ แต่ไม่ได้เลื่อนระดับ แม้จะสอบเป็นสิบๆ ครั้งก็ตาม เพราะไม่มีเงิน และไม่เป็นคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ จึงไม่ได้เลื่อนระดับ ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เคยดูแลบุคคลเหล่านี้ ชะเง้อรอแต่กลุ่มหัวหน้าอุทยานทางทะเลว่าจะมาพบเมื่อไหร่? ความเป็นธรรมหายไปจากสารระบบ การโยกย้ายแต่งตั้งที่ล้มเหลว ส่งผลโดยตรงให้การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศไม่ประสบความสำเร็จตามมา



3.ยังเคลือบแคลงสงสัยต่อผลงานทางด้านการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
เพราะการเอาคนผิดมาลงโทษในหลายเรื่องยังทำไม่ได้ การจัดการกับการเรียกรับผลประโยชน์ยังไม่มีข้อยุติลงแต่อย่างใด เช่น เงินรายได้อุทยานฯ ที่สูญหายไปในอดีตยังไม่มีการสอบสวนจากหน่วยงานภายนอกที่เชื่อถือได้ เงินทอนจากการอนุมัติให้นำไปใช้หรือเงินทอนอื่นๆ จากงบประมาณแผ่นดิน ยังไม่มีการตรวจสอบ การขอความร่วมมือหน่วยงานภายนอก ไม่ว่าจะเป็น สตง.ปปท. ปปง. ปปช.หรือ บก. ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่มี เพราะอาจกลัวลูบหน้าปะจมูกก็เป็นได้

ในระดับรัฐบาล การสามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาบ้านเมืองได้ ต้องมีความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ วันนี้ประเด็นนี้จึงกลายมาเป็นปัญหาต่อรัฐบาลแล้ว เพราะความไม่น่าเชื่อถือของแค่รัฐมนตรีบางคนเท่านั้น แต่มีผลต่อการบริหารรัฐบาลคณะเป็นอย่างยิ่ง

ในระดับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็เช่นกัน หากปล่อยให้ความไม่น่าเชื่อถือเกิดขึ้น และไม่รีบแก้ไข ปล่อยให้ขยายกว้างออกไปเช่นนี้ จะมีปัญหาต่อการบริหารงานภายในกระทรวงตามมา เพราะปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา คนดีที่มีอยู่มาก และประชาชนซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ จะไม่ให้ความร่วมมือ ผลจะทำให้การบริหารงานของกระทรวงล้มเหลว ในเวลาที่เหลือนี้ “รมต.ทส.” ต้องทบทวนการทำงานทั้งหมด และเดินหน้าแก้ไขทันที ไม่ควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้อีกต่อไป โดยเร่งดำเนินการทุกเรื่องไปพร้อมกัน โดยเฉพาะไม่ปล่อยให้คนเลวที่ไม่มีผลงานลอยนวล และมีอำนาจอีกต่อไป

และหากไม่เร่งรีบจัดการ กระแสจะตีกลับมากองสุมที่ “รมต.ทส.” ไม่เชื่อลองดู หลังจากนี้อีก 2-3 สัปดาห์ ให้ลองถามประชาชนดูว่า...จะให้ท่านอยู่หรือให้ไปไหม? เชื่อว่าผลจะออกมาเหมือน “พล..ประวิตร” แน่นอนครับ.
…...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพประกอบจาก : พลังเกษตร 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 12