อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

มนุษย์โหดเหี้ยมโดยไม่รู้ตัว เหลือ'ซากสัตว์'ให้เห็นเพื่อลืม

สัปดาห์นี้ย้อนดูจิตใจ “มนุษย์” สัตว์ประเสิรฐที่สุดว่าจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ที่เหี้ยมโหดไหม เพราะรู้เห็นการชำแหละสัตว์จนเหลือแต่ซาก และคงลืมเลือนไปอย่างไม่ใยดี ใครเป็นบ้าง? พุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น.


เรื่องของ “เสือ” ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก มีข่าวต่างๆ นานาออกไปมากมาย “หนอนโรงพัก” ตอนนี้ขอเล่าเรื่องข่าวเสือชิ้นหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...

ชุดจับยาเสพติด ของบก.แห่งหนึ่งในกรุงเทพพระมหานคร ออกตรวจพื้นที่ในยามค่ำคืน นายเร่งรัดให้จับผู้ต้องหาคดียาเสพติดมาให้ได้เพื่อต้องการจะแถลง พวกเขาขับรถตู้โทรมๆ ออกไปในพื้นที่ของบก. เพื่อจับกุมขี้ยาสักคนแล้วค่อยต่อยอดไปหาผู้ขายต่อกันไปเรื่อยๆ เท่าที่งบเงินหลวงที่ตั้งไว้ เป็นงบล่อซื้อยาเสพติดจะถูกจำกัด ถ้าได้ผู้ขายพร้อมยาเยอะ ก็จะได้ให้นายแถลง

วันนี้ขับรถตู้ไปตามซอยแห่งหนึ่งที่กว้างใหญ่ราวกับถนน ปรากฏว่าท้องถนนเงียบกริบ ไม่มีขี้ยาสักคนร่อนเร่ออกมา พวกเขาชักเบื่อและเซ็ง วนไปวนมาจนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว

“วันนี้ทำไมพื้นที่เราเป็นคนดีกันจังวะ” ใครสักคนเอ่ย

“แวะซื้อน้ำกินหน่อย คอแห้งชะมัด” รถตู้จอด ตำรวจลงไปซื้อน้ำพร้อมรับออเดอร์จากคนในรถให้ซื้อน้ำอัดลมมาด้วยหลายขวด “เบียร์ไม่ต้อง เพราะที่กองมีเหลือหลายกระป๋อง จ่าเก่งแกซื้อไว้ให้” จำชื่อ
“จ่าเก่ง” ไว้ดีๆ นะครับคุณผู้อ่าน นี่จะเป็นตัวละครคนต่อไปที่ “หนอนโรงพัก” จะเปิดตัวในเร็ววันนี้ แต่ตอนนี้ “จ่าเก่ง” ยังไม่พร้อม จึงซื้อเบียร์ฝากตำรวจนายอื่นๆ เท่านั้น

ตำรวจลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อออกจากร้าน สายตาตำรวจก็เหวี่ยงไปพบชายคนหนึ่ง ที่มือสองข้างมีคราบสีแดงคล้ายเลือดติดอยู่ ตำรวจจึงรีบวิ่งไปที่รถตู้พร้อมแจ้งเรื่องราวที่พบเห็นให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ให้ทราบ คนในรถตู้จึงลอบสังเกตชายคนนี้ แล้วเริ่มเดินลงจากรถเพื่อติดตามไปโดยพยายามไม่ให้รู้ตัว รถตู้ก็เคลื่อนตามไปแบบช้าๆ ของช้าๆ

“มันแวะซื้อถุงดำด้วยวะ มือเปื้อนเลือดแบบนี้ แม่ง!! หั่นศพเปล่าวะพี่” ใครสักคนอุทาน

“ได้เรื่องล่ะ ถ้าจริง ต้องจับ แต่ทำไมชาวบ้านแถวนี้มันไม่แจ้งตำรวจกันวะ เจอคนแบบนี้เดินเลือดเปื้อนมือ” พวกเขาเดินตามจนถึงหน้าบ้าน หากเข้าไปในบ้านจะยากแก่การตรวจค้น “เหตุซึ่งหน้าล่ะวะ อย่าให้เข้าบ้าน ชาร์จจับเลย” หัวหน้าชุดสั่งการ

ลูกน้องทำงานเข้าชาร์จทันที “มือมึงเป็นอะไรเปื้อนเลือด หั่นศพใครในบ้าน”

ชายหนุ่มจำนนสิ้นรับสารภาพ เมื่อเข้าไปในบ้าน ชุดจับกุมยาของบก.ต่างตะลึงงัน “มันผิดกฎหมายไหมครับ” ลูกน้องถาม

หัวหน้าชุดกลืนน้ำลายคิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูก จึงโทรศัพท์หาที่ปรึกษา...นั่นก็คือ...



“หนอนโรงพัก” หรือผมนั่นเอง ซึ่งขณะนั้น กำลังลุ้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในห้องสืบสวนสักแห่ง ปรากฏว่าลุ้นไม่ขึ้น ช่วงนี้ลุ้นอะไรไม่ค่อยขึ้น สิ่งที่ชอบมักไปไม่รอด จึงนั่งเซ็งๆ ระหว่างนั้นมือถือก็ดังจึงรับสาย “หนอนโรงพัก...พี่เจอซากเสือในบ้านหลังหนึ่งนะ”

“เสือ?!?” ผมทวน

“เสือโคร่งลายพาดกลอนเลย หัวยังไม่ได้ชำแหละ ที่เหลือชำแหละหมดแล้ว”

สัญชาตญาณนักข่าวฉุดผมจากความผิดหวัง เซ็งๆ ทุกอย่าง มีข่าวมันเหมือนปลุกเร้าวิญญาณในตัวให้มีพลังอีกครั้ง

“พี่อยู่ไหน รอตรงนั้นเลย จะไปหา...” ว่าแล้วผมก็โดดขึ้นรถตระเวนไปทันที กินเวลา 20 นาทีก็ถึงที่หมาย เดินเข้าไปในบ้าน พร้อมกล้องถ่ายรูป เมื่อเห็นภาพตรงหน้าก็อยู่ในอาการตื่นตะลึงทันที

“หัวเสือ” วางผงาดแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของตัวมันครั้นมีชีวิตอยู่ บัดนี้แม้สิ้นใจไปแล้ว แต่ปากก็ยังเปิดอ้า แสดงให้เห็น “เขี้ยว” ทรงพลังที่เคยฉีกฆ่าตามกฎสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัจธรรมอยู่ในป่าแห่งขุนเขาธรรมชาติ เสียดายที่ตอนนี้ตามันปิด ไร้ซึ่งลมหายใจ เหลือเพียงหัว ส่วนตัวถูกแล่ออกไปเสียแล้ว

หากมันพูดได้ ก่อนตาย มันจะร่ำไห้ร้องร่ำหรือไม่หนอ...

“หนัง” ของมันครั้นอยู่ในป่า คือการแสดงถึงความทรงพลังแห่งสัตว์นักล่า ตอนนี้ถูกแล่ออกมาพร้อมกลายเป็นสิ่งไร้ค่าหมดประโยชน์อีกแล้ว ยกเว้นว่านักล่าที่เหนือกว่าอย่างมนุษย์จะนำไปเป็นเครื่องประดับ

ผมถ่ายรูปทำข่าวคนใจร้าย ซึ่งก็เป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ทำหน้าชำแหละเพียงเท่านั้น มันมีออร์เดอร์และมีการเอาศพของ “เสือ” มาไว้ที่บ้าน รับคำสั่งให้ชำแหละ เนื้อส่งร้านอาหารป่าแห่งหนึ่งทำเป็นเมนูอร่อยๆ ให้คนกิน นอกจากนี้ภายในบ้านยังพบ “เขาสัตว์” ที่ยังประดับติดในหัว
“ซากเสือ” ที่ถูกสต๊าฟ มันเป็นเสือตัวเล็กๆ ที่หากไม่สิ้นใจลง คงมีโอกาสผงาดตามกฎสัจธรรมแห่งธรรมชาติเป็นแน่แท้



ถ่ายรูปทำข่าวส่งเข้าไป ติดตามคดีนี้อยู่เกือบสัปดาห์หนึ่ง สุดท้ายเรื่องเงียบหายราวน้ำฝนตกที่หยดลงพื้นก่อนระเหยหายขึ้นฟ้าไป

เหตุการณ์วันนั้นตราตรึงให้ผมคิดได้ว่า...ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวก็รู้ว่า...ชายมือเปื้อนเลือดนั้นทำอะไร แต่ไม่มีใครคิดว่าจะหั่น
“ซากเสือ” กลางเมืองหลวงกรุงเทพพระมหานครแห่งนี้ พวกเขาคิดว่าคงชำแหละสัตว์เล็กสักตัวกระมัง จึงไม่ได้สนใจแม้ว่ามือชายดังกล่าวจะเปื้อนเลือดเพียงใด ตราบใดที่ไม่ใช่เลือดคน พวกเขาก็จะไม่กระตือรือร้นแต่อย่างใด...

บางทีมนุษย์เราอาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่เห็นแก่ตัวและใจดำที่สุดในโลกกระมัง และไม่ใช่เพียงชาวบ้านในละแวก ไม่ใช่เพียงชายมือเปื้อนเลือด ไม่ใช่เพียงคนในบ้านที่หั่นซากเสือ แต่รวมถึงผม - หนอนโรงพัก ตำรวจชุดจับกุม คนทุกคนที่อาจเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความใจดำและโหดเหี้ยมให้กับเผ่าพันธ์มนุษย์โดยไม่รู้ตัวก็ได้

เราเป็นสัตว์ประเภทเดียวที่กินสัตว์ด้วยกันเองอย่างพิธีพิถันอวัยวะทุกส่วน เลี้ยงสัตว์อื่นทรมานพวกมันให้ได้ความอร่อยที่สุดในโลก ถ้าไม่เรียกว่า
“เหี้ยม” ก็ไม่รู้จะใช้คำใดแล้ว และที่สำคัญเราเหี้ยมกับสัตว์อื่น โดยไม่ยอมและไม่รับรู้เลยว่าสัตว์อื่นๆ จะมอง จะคิดเกี่ยวกับพวกเรา - มนุษย์ว่าอย่างไร?

หรือบางทีมันอาจจะพยายามแล้ว แต่สุดท้ายความพยายามก็สูญเปล่าเหลือเพียง
“ซากสัตว์” ให้เรามองเห็นเพื่อผ่านลืมไปเท่านั้น.
…..........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 47