อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

'ลุงหมี'ล้อนี้เพื่อ 9 รพ.9 อำเภอ ปั่นวีลแชร์หาเงินช่วยรัฐฯ

ไม่ใช่ก้าวที่ยิ่งใหญ่แต่ก็เป็นก้าวที่น่ายกย่องชื่นชม ‘ลุงหมี’แม้กายพิการแต่หัวใจแกร่งปั่นวีลแชร์หาเงินสมทบทุนบริจาคโครงการ “ล้อนี้เพื่อ 9 โรงพยาบาล 9 อำเภอในพิษณุโลก” เสาร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 น.


จากกระแส นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” ที่ออกมาวิ่งระดมทุนเพี่อซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ในโครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ออกวิ่งตั้งแต่ อ.เบตง จ.ยะลา ถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ใช้เวลาวิ่ง 55 วัน ระยะทางกว่า 2,215 กม. โดยมีพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศร่วมสนับสนุน และออกมาให้กำลังใจพร้อมบริจาคเงินมากกว่า 1 พันล้านบาท

จากที่เคยตั้งเป้าไว้ 700 ล้านบาท โดยภารกิจวิ่งเพื่อชาติสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.60 ที่ผ่านมา โดย
“ตูน” กลายเป็นฮีโร่ขวัญใจของชาวไทยทุกคน พร้อมสร้างความตื่นตัวให้กับคนไทยตระหนักเห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามยังพบว่ายังมีอีกหลายโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่อีกไม่น้อย

โดยเฉพาะที่ จ.พิษณุโลก นายสาธิต จันทะรังสี อายุ 56 ปี หรือ
“ลุงหมี” อยู่บ้านเลขที่ 85/1 ถ.ศรีธรรมไตรปิฎก อ.เมืองพิษณุโลก ชายพิการหัวใจแกร่ง ที่ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS ซึ่งเคยปั่นรถวีลแชร์จาก จ.พิษณุโลก ไปถวายพระพรในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช วันนี้ “ลุงหมี” ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงการก้าวคนละก้าวของ “ตูน บอดี้สแลม” อยากทำโครงการหาเงินมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ของ จ.พิษณุโลก ด้วยการปั่นวีลแชร์ออกรับบริจาคจากประชาชนทั้ง 9 อำเภอ เพื่อสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลประจำอำเภอ 9 แห่ง ระหว่างวันที่ 23 - 31 ม.ค.ที่ผ่านมา

ใช้ชื่อโครงการ “ล้อนี้เพื่อ 9 โรงพยาบาล 9 อำเภอในพิษณุโลก” ปั่นวีลแชร์พร้อมกลุ่มนักวิ่ง และนักปั่นจักรยานอาสาหลายคน เริ่มออกสตาร์ทวันแรกจากศาลากลางจังหวัดพิษณุโลกมุ่งหน้าสู่ อ.พรหมพิราม อ.วัดโบสถ์ อ.ชาติตระการ อ.นครไทย อ.วังทอง อ.เนินมะปราง อ.บางกระทุ่ม อ.บางระกำ แล้ววกกลับมาที่ อ.เมืองพิษณุโลก ตลอดเส้นทางจะเปิดกล่องรับบริจาคเพื่อนำเงินไปเข้าบัญชีทุกวันอย่างโปร่งใส





“สาธิต” เล่าว่า “ผมป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ไม่สามารถลุกเดินได้เหมือนคนปกติทั่วไป จะเดินทางไหนก็ต้องใช้รถวีลแชร์คู่ใจ ที่ผ่านมาเดินทางไปมาแล้วทุกภูมิภาคทั่วไทยโดยใช้รถวีลแชร์ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย และเข้าร่วมทำกิจกรรมกับทางจังหวัดฯ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมปั่นเพื่อแม่ กิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ กิจกรรมเดิน-วิ่ง ทั้งระยะสั้น และแบบมาราธอน ด้วยความไม่ย่อท้อจึงพยายามหัดเดินอีกครั้ง หลังจากได้รับการรักษาผ่าตัดกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทจนกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยค้ำพยุงตัว สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้พิการที่กำลังท้อแท้ใจให้ลุกขึ้นสู้ เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระให้แก่สังคม”

ชายพิการหัวใจแกร่ง บอกต่อว่า สาเหตุที่ตัดสินใจออกมาปั่นวีลแชร์โครงการ “ล้อนี้เพื่อ 9 โรงพยาบาล 9 อำเภอในพิษณุโลก” ช่วงแรกไม่ได้คาดหวังหรือตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องได้เงินบริจาคเท่าใด เพียงอยากปลูกจิตสำนึกให้ทุกคนรักสุขภาพตัวเองมากกว่า จะได้ไม่เป็นภาระของหมอ เพราะทุกวันนี้ตัวเองก็ยังมีสถานะเป็นคนป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เมื่อตั้งใจทำโครงการนี้ให้สำเร็จก็เตรียมฟิตร่างกาย ตรวจเช็คสภาพอุปกรณ์รถวีลแชร์ โดยปั่นไปทุกอำเภอจะไม่ได้เงินบริจาคก็ให้มันรู้ไป ระหว่างทางต้องผ่านเส้นทางทั้งขึ้นภูเขาสูง ทางชัน ทางขรุขระ สภาพอากาศที่ร้อนท่ามกลางแสงแดด ค่ำไหนนอนนั่น ปั่นวีลแชร์วันละ 20-30 กม. รวมเป็นระยะทางทั้งหมดประมาณ 447 กม.





ผมภูมิใจมากได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับบ้านเกิดเมืองนอน คนปกติอาจดูไม่ยากเย็น แต่ผู้พิการก็หนักหนาเอาเรื่องอยู่แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยสองมือที่ทุ่มเทกับแรงใจที่มีชาวบ้านต่างทราบข่าว หรือหน่วยงานราชการ สถานศึกษาออกมาคอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นนำเงินมาบริจาคมามอบให้คนละเล็กละน้อย เพราะทราบถึงเจตนารมณ์ และความตั้งใจจริง ล่าสุดมียอดเงินบริจาคจำนวน 475,000 บาท โดยจะประสานไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้รับมอบนำไปจัดสรรให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ต่อไป”

“ณฐภัทร สิริมงคลพันธุ์” อายุ 30 ปี เจ้าของร้านอาหารย่านพระราม 3 กรุงเทพฯ หนึ่งในผู้ที่ร่วมวิ่งกับ
“ลุงหมี” บอกว่าเป็นเพื่อนกับลุงหมีในเฟซบุ๊ก เคยเจอตามงานกิจกรรมวิ่งมาราธอนต่างๆ หลังทราบข่าวว่าลุงจะปั่นวีลแชร์เพื่อระดมทุนหาเงินบริจาคมามอบให้กับโรงพยาบาล จึงตัดสินใจเดินทางมาขอร่วมวิ่งเคียงข้างด้วย โดยมีเพื่อนๆ จากลุ่มสองแควรันเนอร์ที่ชอบวิ่งออกกำลังกายมาวิ่งร่วมกันไปตลอดทาง เพราะทุกคนเห็นความตั้งใจอันแน่วแน่ของลุง ถึงจะไม่ใช่ก้าวที่ยิ่งใหญ่แต่ก็เป็นก้าวหนึ่งที่อยากจะช่วยโรงพยาบาลในบ้านเกิดของตัวเอง เป็นเรื่องที่น่ายกย่องชื่นชมอย่างแท้จริง



สุดยอดครับ 
“ลุงหมี” พิการกายแต่ไม่พิการใจ...หัวใจแกร่งเลือดนักสู้เต็มร้อย แรงบันดาลใจมาจาก “ตูน บอดี้สแลม” ฮีโร่ของคนไทย และที่สำคัญอยากทำประโยชน์ให้กับบ้านเกิดของตัวเอง...จังหวัดอื่นมีบ้างหรือป่าวคนดีแบบนี้??...หากมีส่งข้อมูลแนะนำมาได้ที่ supalerkv4@gmail.com เหยี่ยวขาว” ยินดี และพร้อมนำเสนอเรื่องราวคนดีของจังหวัดท่านด้วยความเต็มใจ.
..........................................
คอลัมน์  : คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ : เทพฤทธิ์ นาคดี-ณัฐพล ยุติธรรม ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.พิษณุโลก


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15