อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'พันตำรวจโท'อับจนคำพูด จับกุมเพื่อนรักที่เคยแย่งหญิง

สัปดาห์นี้มีเรื่องราว “ตำรวจหนุ่ม” ถูกเพื่อนสนิทนักธรุกิจแย่งจีบสาวที่เป็นรักครั้งแรกไป เจ็บปวดแต่ชีวิตต้องเดินต่อ...กระทั่งวันหนึ่งต้องจับกุมเพื่อนมันอับจนคำพูดจริงๆ เพราะอะไรไปติดตาม พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น.


“พันตำรวจโท” เคยรู้จักบุคคลนี้เมื่อนานหลายปีมาแล้ว คล้ายกับว่าเคยสนิท แต่ก็ห่างหายกันไปนานแสนนาน พร้อมเรื่องราวแต่หนหลังที่ยังตราตรึงในดวงจิตประทับแน่นในดวงใจเสมอมา เขาเคยเป็นเพื่อนสนิทบ้านเรือนเคียงกันกับชายคนนี้ ทั้ง 2 เที่ยวเล่นในชุมชนต่างจังหวัด อันมากด้วยสีสันมากมายเป็นอย่างยิ่ง...ไม่ว่าจะแอบคลานไปดูไอ้หนุ่มจ้ำจี้กับลูกสาวกำนันหลังรถกระบะที่จอดอยู่กลางที่ร้าง เป็นอันสนุกยิ่งนัก

เขานั้นไม่รวย ของเล่นมากมายมาจากเพื่อนอีกฝ่าย ที่มักจะมอบของเล่นให้เขากลับบ้านทุกครั้งไป เมื่อเห็นว่าเขาอยากได้ของเล่นชิ้นนี้ และเพื่อนคนนี้ก็เบื่อมันเสียแล้ว อนาคตเติบโตขึ้น เขาแยกจากไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพพระมหานคร เลือกเรียนวิชาทางกฎหมาย จบมาก็ไปสอบเนติบัณฑิตแล้วจับผลัดไปสอบตำรวจ เป็น
“ร้อยตำรวจตรี” ทำงานสืบสวนเป็นต้นมา แต่ก็ยังไม่ได้แยกขาดจากเพื่อนสนิทคนนี้



“โก้ไม่เบาเลยเว้ย ร้อยตำรวจตรีหนุ่ม” เพื่อนทักเขาเป็นอย่างดีกลางงานเลี้ยงพลันที่เจอหน้า ไม่ใช่งานเลี้ยงรับขวัญตำรวจใหม่หรอก พ่อกับแม่ของตำรวจใหม่ ไม่ได้มีเงินมากพอจะจัดงานเลี้ยงได้ แต่มันเป็นงานเลี้ยงของเพื่อนสนิทเขาที่ลงทุนเปิดบริษัททำการค้าขาย หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยมา เพื่อน 2 คนที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ได้นั่งพูดคุยรำลึกความหลังกันมา

ในคืนนั้น
“ร้อยตำรวจตรีหนุ่ม” กับ “ว่าที่นักธุรกิจหน้าใหม่” ก็ได้พบเห็นบุคคลคนหนึ่ง เป็นสาวงามตาคม ผิวแอปเปิ้ลถูกปลอกเปลือกแล้วผงาดอร่าม จุดไฟแห่งความรักในหัวใจของชายทั้ง 2ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก

“ร้อยตำรวจตรีหนุ่ม” จำได้ว่าเขาเดินไปทักเธอก่อน ส่วน “เจ้าของงานเลี้ยง” ไม่ทันได้ไปทัก เพราะต้องคุยกันอีกหลายโต๊ะ



คืนนั้น “ตำรวจหนุ่ม” คุยกับเธอได้อย่างสนุกสนานออกรส เขาอยากนัดเธอไปทานข้าวดูหนัง เรื่องคงจะจบอย่างมีความสุข หากทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาหวัง แต่แล้วคำสั่งด่วนส่งมาทำให้เขาต้องไปทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เสียก่อน นัดหมายที่จะได้พาเธอไปเที่ยว ไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริงของโลกใบนี้ มันเป็นได้เพียงความฝันและความหวังที่ “ตำรวจหนุ่ม” เคยครุ่นคิดในอากาศ

เมื่อนัดหมายนี้ไม่เคยเกิดขึ้นจริง “นักธุรกิจหนุ่ม” เจ้าของงานเลี้ยงจึงสบช่องสานต่อความสัมพันธ์ในทันที นัดหมายทานข้าว ดูหนัง พูดคุย หญิงสาวค่อยๆ ลืม “ตำรวจหนุ่ม” ไปในไม่ช้า และภาพของนักธุรกิจก็เข้ามาสวมทับแทน ไม่นานตำรวจหนุ่มก็จางหาย หัวใจของหญิงสาวค่อยก่อตัวสลักคำว่า
“รัก” ขึ้นแล้วส่งต่อไปยัง “นักธุรกิจหนุ่ม”

ไม่นานเกินรอ ทั้ง 2 ก็ได้เข้าสู่ประตูวิวาห์กัน วันนั้น “ตำรวจหนุ่ม” เดินทางมาด้วย เหมือนดั่งบทเรียนแรกในโลกของตำรวจที่โบยตีสอนสั่งตะคอกใส่ว่า “จงเสียสละเพื่อความสุขของประชาชน” นั่นคือบทเรียนแรกของชีวิตตำรวจที่จะมีตามมาให้เขาได้รู้ซึ้งอีกเยอะนับจากนี้เป็นต้นไป



ธุรกิจดำเนินไปได้ดี ความสามารถของ “นักธุรกิจหนุ่ม” ไม่ได้ดีเลิศมาก แต่ต้นทุนชีวิตมันมีเพียงพอให้กล้าทดลองกล้าลุยและกล้าสานต่อ ไม่นานเขาก็รวยเหมือนที่ชีวิตผันผ่านเคยรวยอยู่แล้ว ภรรยาก็มีความสุขกับชีวิตเป็นอย่างดี ขณะที่ “ตำรวจหนุ่ม” ฝ่าฟันลับคมฝีมือการสืบสวน ยศไต่ไปเรื่อยๆ ไม่โดดเด่น แต่ไม่อ่อนด้อย ไต่ไปตามเส้นทางแห่งอาชีพตำรวจ

ทั้ง 2 ไม่ค่อยได้คุยกัน “ตำรวจหนุ่ม” ไม่อยากพบเพื่อนสนิทวัยเด็ก คนผู้ซึ่งกุมหัวใจหญิงรักแรกคนนี้ของเขาไป อีกอย่างพวกเขาอยู่สูงไปเรื่อยๆ เกินกว่าที่ตำรวจหนุ่มจะไขว่คว้าและคบหาแล้ว

วันคืนมันผ่านไป หากไม่มีอะไรชีวิตก็คงจะดี แต่เมื่อเศรษฐกิจมันไม่ดี การค้าขายก็แย่ตามๆ กัน ธุรกิจเริ่มบรรลัย ชีวิตที่อู่ฟู่มาตลอดก็เริ่มซบเซา หน้าตาในสังคมที่ต้องแบกรับก็ต้องแบกไว้เป็นแอกไม่อาจปล่อยมันตกลงได้ ธุรกิจเริ่มแย่ ทุกอย่างไปไม่สวย นักธุรกิจไม่อาจปล่อยให้มันล้มไปตรงหน้าได้

จนวันหนึ่งเขาได้รู้จักชายหนุ่มคนหนึ่งที่มาขอข้อตกลง “รถบรรทุกสินค้านะ ขอร่วมขนสินค้าไปด้วยได้ไหม” ความจริงแล้ว สินค้าของเขาไม่เยอะดังเคย ยอดออเดอร์ลดลงจนแย่เป็นอย่างยิ่ง แต่ข้อตกลงที่อีกฝ่ายเสนอ ทำให้เขารับ ตอนนี้รถส่งสินค้าเพิ่มของอีกประเภท มันคือ
ยาเสพติด!! ที่ถูกขนผ่านรถของบริษัท ตำรวจไม่ค่อยยุ่ง เพราะเห็นนักธุรกิจใจป้ำนิสัยดีคนนี้มานาน ไม่มีใครคิดว่าจะเปลี่ยนสายงานธุรกิจไปลำเลียงยาเสียแล้ว



มันคงจะไม่เป็นไร หากนักธุรกิจคนอื่นๆ ที่ย่ำแย่กับเศรษฐกิจจะไม่อิจฉาบ้างว่าทำไมขณะที่คนอื่นซบเซา ทำไมครอบครัวนี้ยังคงอยู่ได้ ข้อสงสัยนำไปสู่การสอดรู้ ไม่นานพวกเขาก็พบความจริง เรื่องราวในโลกธุรกิจก็คือความโหดเหี้ยมที่ต้องมีเหนือกว่า คู่แข่งไม่อาจยอมรับได้

ตำรวจจึงได้รับข้อมูล สืบสวนอยู่นานแสนนาน จนได้รับความกระจ่าง ทั้งหลักฐาน พยานคนขับรถที่ยืนยันว่ารถที่ขนสินค้านั้น มีการเจือยาเสพติดมาด้วย แน่นอนว่าพยานคนขับรถขนสินค้าตัดสินใจรับสารภาพหลังยักยาเสพติดจากในรถไปขายต่อ โทษในโลกยาเสพติด ถึงตายจากความผิดนี้ แต่ในโลกของกฎหมายอนุญาตกลับข้างให้มาเป็นพยานเอาผิดเจ้านายตัวเองได้

ทุกอย่างเป็นหลักฐานชัดเจน
“พันตำรวจโทหนุ่ม” ได้รับหมายจับที่พนักงานสอบสวนรวบรวมสำนวนขออำนาจศาลอนุมัติออกหมายจับ พรุ่งนี้มันคงจะเป็นข่าวใหญ่ให้สื่อมวลชนเขมือบอย่างโอชะ กำลังตำรวจล้อมบ้านไปหมดแล้ว เดิมทีเขาคิดว่าน่าจะให้คนอื่นเข้าไปจับ แต่ส่วนหนึ่งในจิตใจบอกเขาว่า “ไปจับเองเถอะ” ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็ว



แต่วินาทีนั้น...
พันตำรวจโท” หวนคิดถึงวันงานเลี้ยง วันที่เขาได้คุยกับหญิงสาวเป็นครั้งแรก หากวันต่อมาเขาได้ไปเที่ยวกับเธอ ไม่ใช่ไปงานวันเกิดของผู้บังคับบัญชา เรื่องราวจะจบลงแบบนี้ไหม

เพียงเส้นทางสั้นๆ ของการตัดสินใจในประวัติศาสตร์อดีต ทำให้ทุกอย่างแปรผันและจบลงแบบนี้ “พันตำรวจโท” อยากย้อนเวลากลับไปได้ เขาอาจจะทำตัวให้ดีกว่านี้ และดูแลทั้งเพื่อนและหญิงสาวรักแรกให้ดีกว่านี้ หรือบางทีเขาอาจทำทุกอย่างผิดพลาดไปหมดแล้ว

เขาขบคิดทุกอย่างในหัวโดยไม่มีทางออก ขณะก้าวเท้าเข้าไปในบ้านหลังโตระดับคฤหาสน์ มีตำรวจพร้อมอาวุธวางกำลังเต็มที่ เขากำลังจะไปจับ
“อดีตคนรู้จัก” ในอดีตที่ทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง เท้าก้าวเดิน...แต่ยังไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี...มันดูอับจนคำพูดและหนทางไปหมด...
…...........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 55