อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

แสวงบุญ'เมืองมอญ' ในความทรงจำ ตอน 1

สัปดาห์นี้ขอเล่าประการณ์การเดินทางไปแสวงบุญยังเมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมา ว่าราบรื่นหรือติดขัดอย่างไร ลองไปติดตามกันดูครับ พุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00 น.


กลับมาจากไปถวายผ้าไตร และถวายภัตตาหารเพลแด่คณะสงฆ์รามัญนิกาย ณ วัดศาสน เมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมา เรียบร้อยแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกันทำบุญเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา...

การเดินทางในครั้งนี้ผมมีความภาคภูมิใจมากกว่าทุกครั้ง เริ่มจากเช้าตรู่ของวันที่ 14 ก.พ. คณะของเราประกอบด้วย คณะพระศรีสุทธิเวที เลขานุการเจ้าคณะภาค 9 จากวัดอรุณราชวราราม และทีมงานมูลนิธิรามัญรักษ์ ไปรวมตัวกันที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งในคณะเรามีบางส่วนออกเดินทางทางบกก่อนหน้านี้แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาสวัดสุธรรมวดี เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดปรกยานนาวา เจ้าอาวาสวัดใหม่คลองเจ็ด จ.ปทุมธานี และรวมทั้งกลุ่มสตรีมอญจามเทวี จากสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี รับอาสานำจีวรล่วงหน้าไปก่อนโดยออกไปทางด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี



เมื่อใกล้ถึงเวลาขึ้นเครื่องประมาณ 09.30 น. สายการแจ้งเลื่อนเป็นเวลา 11.15 น. ทำให้พระสงฆ์ต้องอดฉันเพล เพราะจะไปฉันที่แม่สอดที่ทางกลุ่มคนมอญจัดเตรียมไว้ก็ไม่ทัน ได้แต่ฉันขนมบรรเทาความหิวกันไป เมื่อลงเครื่องมีกลุ่มคนมอญมารับที่สนามบินพาคณะไปกินอาหารที่จัดเตรียมเอาไว้ ส่วนพระสงฆ์ฉันได้แต่น้ำปานะ



ต่อจากนั้นก็พาไปด่านแม่สอดเพื่อดำเนินการข้ามแดน โดยมี กลุ่มยุวสงฆ์ จากคณะรามัญนิกายมารับคณะสงฆ์และทีมงานมูลนิธิรามัญรักษ์ กว่าจะได้ออกจากด่านแม่สอดก็ประมาณ 14.30 น.แล้ว ตอนออกจากชายแดนสภาพถนนค่อนข้างดี ทราบว่า...รัฐบาลไทยไปสร้างเอาไว้ คณะเราเจอด่านหลายด่าน และที่แปลกก็คือว่า...ไปได้ไม่ไกลก็จะมีด่านวัยรุ่นเก็บเงินตลอดทาง

ถามพระคุณเจ้าท่านบอกว่า...เป็นภาษีทางข้ามเขตตำบลหรือหมู่บ้านอะไรประมาณนั้น และรถทุกคันต้องจอดต้องเสียค่าบำรุงตรงนี้ และคณะเราไม่ต้องเสียเพราะเป็นรถบรรทุกพระสงฆ์ไป ไม่ได้ไม่ไกลจากชายแดนเท่าไรเป็นทางขึ้นเนินเขา รถบัสที่นำคณะเราไปสายพานขาดแอร์ก็เสียต้องซ่อมกันเอง เสียเวลาอยู่เกือบชั่วโมง แต่สภาพแอร์ต้องหาสายพานใหม่



เมื่อผ่านเนินเขา คนขับรถจึงแวะเข้าไปในตัวเมืองเพื่อไปซื้อสายพานอันใหม่ สภาพบ้านเมืองส่วนใหญ่เป็นชุมชนกะเหรี่ยงและเห็นชุมชนคนมุสลิมหย่อมๆ หลังจากซ่อมเรียบร้อยก็ปาเข้าไปเกือบค่ำแล้ว เนื่องจากอยู่ในเขตรัฐกะเหรี่ยงชุมชนที่ผ่านไป จึงมีแต่ชุมชนกะเหรี่ยง แล้ววิบากกรรมก็มาถึงเมื่อคณะเราผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีงานวัดทราบว่าเป็น “งานฌาปนกิจพระเกจิชื่อดังของคนกระเหรี่ยง”

ถนนเป็นถนนลูกรังและมีการซ่อมถนน ประจวบกับมืดค่ำ ไม่มีแสงไฟเหมือนบ้านเรา จำนวนรถเป็นพันๆ คัน จราจรหนาแน่น ข้างทางเห็นรถคว่ำอยู่ 2-3 คัน ต่างกันต่างไป ต่างคนต่างมา รถนิ่งขยับไม่ได้อยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง จนกลุ่มพระสงฆ์บนรถทนไม่ไหวต้องลงไปเจรจาโบกรถ แต่ก็เอาไม่อยู่เพราะต่างคนต่างไม่ฟังกันและกันและจำนวนรถก็มากมาย จำนวนคนโบกไม่พอ



แม้ตอนหลังจะมี “ทหาร” มาควบคุมก็เอาไม่อยู่ จนสุดท้ายทหารและพระสงฆ์ต้องเจรจาให้รถที่สวนทางมาลงไปทางไหล่ทางอ้อมไปทางทุ่งนาที่มืดๆ รถจึงขยับขยายได้ ทำให้คณะเราเสียเวลาตรงจุดนี้ไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงจุดหมาย คือ “เมืองเมาะละแหม่ง” เมืองหลวงของเขตรัฐมอญ ก็ปาเข้าไปเกือบ 23.00 น. ซึ่งตามปกติใช้เวลาจากแม่สอด-เมืองเมาะละแหม่งใช้เวลาไม่เกิน 4 ชั่วโมง แต่นี้ใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมง





การนัดพูดคุยกับ “กลุ่มสตรีมอญและกลุ่มเยาวชน” ต้องคลาดเคลื่อนไปหมด สุดท้ายพวกเราก็พักนอนกันที่มหาวิทยาลัยรามัญรัฐะ แห่งคณะสงฆ์มอญ และพรุ่งนี้เรามีกำหนดการจะเดินทางไปกราบไหว้
“กย๊าจซ่อยเย” (ภาษามอญ) หรือที่คนไทยเรารู้จักคือ “พระธาตุอินทร์แขวน” ซึ่งคณะพวกเราถูกทางการพม่าจับด้วยเรื่องอะไร สัปดาห์หน้าจะเล่าต่อครับ...
….....................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

แสวงบุญ'เมืองมอญ' ในความทรงจำ ตอน 2

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 149