อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

'น้องมิว'เด็กอภิชาติบุตร "ผมขอเป็นลูกแม่ทุกชาติไป"

เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน “น้องมิว” สัปเหร่อจิ๋วยอดกตัญญูก็ยังคงรักษาความดีไว้อย่างเหนียวแน่น...สิ่งดี ๆ ที่พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้บุตรหลานดูเป็นตัวอย่าง เสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 น.


หากใครเป็นแฟนคอลัมน์ “คนดีของสังคม” คงจะจำกันได้ตอน "แม่จ๋าหนูได้เงินมาแล้ว" คำพูดที่ยิ่งใหญ่จากเด็กยอดกตัญญู นำเสนอไปเมื่อวันที่ เสาร์ที่ 3 ธ.ค.59 ที่ผ่านมา หลังเรื่องราวของ ..พีรพงษ์ ชูประเสริฐ อายุ 11 ปี หรือ “น้องมิว” ถูกตีแผ่ออกไปไม่นานปรากฏว่าหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือเด็กยอดกตัญญูฐานะยากจนคนนี้อย่างมากมายจนทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของ 2 แม่ลูกดีขึ้นตามลำดับ

อย่างไรก็ตามไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม “น้องมิว” ก็ยังคงรักษา
“ความดี” ยิ่งกว่าเกลือรักษาความเค็มได้อย่างน่าชื่นชม...ความรัก ความกตัญญู และการประพฤติตัวของเด็กคนนี้ที่มีให้กับผู้หญิงที่เขาเรียกว่า “แม่” ที่ป่วยโรคเบาหวานจนตัวเองต้องลาออกจากการเรียนมาดูแล สิ่งที่เด็กคนนี้ทำเป็นแบบอย่างที่ผู้ปกครอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้บุตรหลานของท่านดูเพื่อซึมซับใน “ความกตัญญู” เพื่อนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต...

เด็กคนนี้ไม่เคยลืมตัว...รู้ว่าตัวเองยากจน...รู้ว่าสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่ต้องเหนื่อยก็เพื่อแม่ ปัจจุบัน ด.ช.พีรพงษ์ อายุ 13 ปีแล้ว อาศัยอยู่ใน ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แม้ได้บ้านหลังใหม่แต่ชีวิตยังคงเหมือนเดิม ตื่นแต่เช้ามืดช่วยแม่กรีดยางเสร็จก็มาเป็นเด็กวัดเดินตามหลังพระบิณฑบาต และก็ยังช่วยวัดเผาศพเหมือนเดิม ที่เปลี่ยนไปคือเขาได้เรียนต่อชั้น ป.5 ที่ กศน.ทุ่งตำเสา





“น้องมิว” กล่าวอย่างอารมดีว่า “ตอนนี้เรื่องที่อยู่อาศัยดีกว่าแต่ก่อนมาก เพราะมีบ้านที่มั่นคงแข็งแรงไม่ต้องกลัวว่าจะพังลงมา ได้กินอยู่หลับนอนกับแม่สบายขึ้น ทุกวันก็ยังใช้ชีวิตตามปกติโดยเฉพาะการดูแลแม่ เนื่องจากสภาพร่างกายท่านเริ่มทรุดโทรมจากโรคเบาหวาน กรีดยางได้บ้างไม่ได้บ้าง หนักสุดเมื่อเร็วๆ นี้ไปซื้อยาแผนโบราณจากตลาดนัดมากินเพื่อลดน้ำตาลในเลือด แต่กลับมีผลข้างเคียงต้องหามส่งโรงพยาบาลหมอบอกว่าหากมาช้าแม่คงไม่ได้อยู่กับผมแล้วผมกลัวมาก”

ส่วนเรื่องการเรียนตอนนี้ได้กลับไปเรียนหนังสือแล้ว เรียนที่ กศน.ทุ่งตำเสา ชั้น ป.5 ทุกวันพุธ และวันอาทิตย์ จะตั้งใจเรียนหากมีโอกาสก็จะเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะเรียนได้ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยเหลือไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็ตาม ส่วนชีวิตปกติประจำวันยังคงเหมือนเดิม คือหากว่างจากการช่วยแม่กรีดยางช่วงกลางวันก็จะไปอยู่ที่วัดคอยช่วยงานวัดทุกอย่างเพื่อแลกกับอาหาร และเงินที่พระให้ไว้ใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ได้ทุกวัน ซึ่งไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะเป็นความสมัครใจที่จะไปช่วย...สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ
“แม่” ที่ทำทุกอย่างในวันนี้ก็เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่ที่ต้องทำงานหนักออกไปกรีดยางทั้งๆ ที่ป่วย อยากให้แม่สบาย และอยู่กับตัวเองไปนานๆ



“ปรีดา ชูประเสริฐ” อายุ 52 ปี แม่น้องมิว บอกว่า “ตอนนี้สภาพความเป็นอยู่ฉันกับลูกดีขึ้น เพราะได้บ้านหลังใหม่เป็นอาคารชั้นเดียว แต่สำหรับน้องมิวยังคงทำหน้าที่ลูกที่คอยช่วยหาเลี้ยงแม่ และช่วยงานสาธารณกุศลเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อไปเป็นเพื่อนแม่กรีดยาง จากนั้นก็กลับมาช่วยพระวัดหูแร่ออกเดินบิณฑบาต เสร็จแล้วก็ต้องกลับไปช่วยแม่เก็บน้ำยางจนเสร็จเป็นแบบนี้ทุกวัน ยามว่างก็ออกรับจ้างทั่วไปเพื่อหารายได้เสริม หากมีงานบ้านงานบุญก็ออกไปช่วยไม่ขาด รวมทั้งยังคงทำหน้าที่เป็นสัปเหร่อทุกครั้งที่มีงานศพ น้ำตาไหลทุกครั้งเมื่อคิดถึงภาพลูกที่ยอมเหนื่อย ยอมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อแม่ ถึงเราจะยากจนแต่ก็มีความสุขกับสิ่งที่ได้รับจากลูกคนนี้ อย่างไรก็ตามต้องกราบขอบคุณทุกๆ ท่านให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ฉันกับลูกจะไม่ลืมเลย”



นักข่าวถาม “น้องมิว” เล่นๆ ว่า หากเลือกเกิดได้ ชาติหน้าอยากเป็นอะไร?? อยากร่ำรวยไม่ต้องลำบากหรือไม่?? เด็กคนนี้ตอบได้อย่างน่าประทับใจว่า...


หากเลือกเกิดได้ไม่ว่าชาติไหนก็ตาม ผมขอเป็นลูกแม่ตลอดไป รวยหรือจนไม่ใช่สิ่งสำคัญ ผมต้องการอยู่กับแม่ของผมคนนี้เท่านั้น”

บอกตรงๆ อึ้งตื้นตันใจแทนผู้เป็นมารดา...ถึงจะยากจนลำบากเพียงใด แต่หัวใจของคนเป็นแม่จะปลื้มขนาดไหน สุขขนาดไหนกับคำพูดของลูกชายคนนี้ไม่มีอีกแล้ว...บุญจริงๆ ที่ได้ลูกที่ถือเป็น “อภิชาตบุตร” อย่างแท้จริง.
.....................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ : ธวัช หลำเบ็ญส๊ะ หัวหน้าศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคใต้ตอนล่าง จ.สงขลา

ใครมีส่งข้อมูลเรื่องคนทำดีสามารถแนะนำเรื่องราวมาได้ที่ supalerkv4@gmail.com


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 243