อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2563

โคราช-ขอนแก่น-ระยอง ร้องว๊าว!ได้นั่งรถไฟฟ้า

สัปดาห์นี้ชาวโคราช-ขอนแก่น-ระยอง เตรียมร้องว๊าว!! ต่อคิวรอได้นั่งรถไฟฟ้าเหมือนคนกรุง ส่วนอุดรฯ รอลุ้น!! แต่ชาวสองแควโหนรถเมล์รอไปก่อน ไปดูสิว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่?? อังคารที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 08.00 น.


สัปดาห์ที่แล้วพาไปอัพเดท “โครงการรถไฟฟ้าในต่างจังหวัด” ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษารายละเอียดเสร็จแล้ว เริ่มจากใต้สุด...โมโนเรลหาดใหญ่ จ.สงขลา และรถไฟฟ้ารางเบาภูเก็ต รวมทั้งขึ้นเหนือไปสแกนรถไฟฟ้ารางเบา จ.เชียงใหม่กันแล้ว

สัปดาห์นี้จะพาไปส่องความคืบหน้ารถไฟฟ้าภาคอีสานและภาคกลางกัน ล่าสุดการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล รับทราบโครงการศึกษาแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา


ที่ได้ข้อสรุปว่า...ระบบขนส่งสาธารณะที่เหมาะสม คือระบบรถไฟฟ้ารางเบา 3 เส้นทาง ได้แก่ สีเขียว สีส้ม และสีม่วง ระยะทางรวม 70 กม. รวม 75 สถานี แบ่งเป็น 2 ระยะ (เฟส) เฟสแรกสายสีเขียวพร้อมสายสีส้ม และเฟส 2 สายสีม่วง ให้ดำเนินการหลังสายสีเขียวและสีส้มเปิดให้บริการแล้ว 3 ปี



พร้อมพัฒนาพื้นที่รอบสถานีหรือจุดจอดของระบบขนส่งสาธารณะ 2 แห่ง ได้แก่ ย่านสถานีรถไฟนครราชสีมา และสถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นครราชสีมา แห่งที่ 2 โดยให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) พิจารณารูปแบบการลงทุนและการก่อสร้างน่าจะตอกเสาเข็มได้ในปี 62 ใช้เวลา 3 ปี เปิดบริการปี 65

โดย
“สายสีเขียว” เส้นทางชลประทาน-สำนักงานขนส่ง2 มี 34 สถานี ระยะทาง 30 กม., สายสีส้ม” เส้นทางดูโฮม-รพ.ป.แพทย์ 22 สถานี 20 กม. และ “สายสีม่วง” เส้นทางตลาดเซฟวัน-ค่ายสุรนารายณ์ 22 สถานี 20 กม.วงเงินลงทุน 32,000 ล้านบาท





ต่อด้วย รถไฟฟ้ารางเบาขอนแก่น ที่ประชุม คจร. รับทราบผลการศึกษาโครงการฯ รูปแบบการลงทุนรัฐเวนคืนที่ดินแล้วให้เอกชนร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งานระบบและจัดหาตัวรถ งานดำเนินการและบำรุงรักษา สำหรับเส้นทางที่เหมาะสมนำร่อง คือเส้นทางแนวเหนือ - ใต้ (บ้านสำราญ ต.สำราญ - ต.ท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น) ระยะทาง 22.8 กม.

ล่าสุดบริษัท ขอนแก่นทรานซิทซิสเต็มจำกัด (เคเคทีเอส) ผู้บริหารโครงการฯ จะเข้าพบ รมว.มหาดไทย หรือ มท.1 เพื่อหารือการดำเนินโครงการ โดยเฉพาะการขอใช้พื้นที่ของศูนย์วิจัยข้าว 200 ไร่ มาพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมบำรุง และพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังเข้าพบ รมว.เกษตรและสหกรณ์ขอใช้พื้นที่ของศูนย์วิจัยข้าว 200 ไร่ไปแล้ว วางแผนเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ หรืออย่างช้าปี 62 เปิดบริการปี 63

ส่วนรูปแบบการลงทุนจะจ้างเอกชนบริหารการเดินรถมีเคเคทีเอสเป็นผู้กำกับดูแล ออกนโยบายและบริหารภาพรวม สำหรับเคเคทีเอส ท้องถิ่นได้ผลักดันให้เกิดขึ้นมาจากการจดทะเบียนจัดตั้งจาก 5 เทศบาล ได้แก่ เทศบาลตำบลสำราญ เทศบาลเมืองศิลา เทศบาลนครขอนแก่น เทศบาลตำบลเมืองเก่า และเทศบาลตำบลท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น



นอกจากนี้ คจร. ยังรับทราบผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองพิษณุโลก ที่มีความเป็นไปได้ใน 3 รูปแบบ ได้แก่ รถโดยสารขนาดปกติ (Regular Bus) รถโดยสารขนาดเล็ก (Micro Bus) และรถรางล้อยาง (Auto Tram) อัตราค่าโดยสารสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้สูงอายุและผู้พิการ 10 บาท ประชาชนทั่วไป 20 บาท และนักท่องเที่ยว 30 บาท

มีแนวทางการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลก แห่งที่ 1 ขนาด 6 ไร่ รองรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์เป็นหลัก ศูนย์การค้าโลตัส ท่าทอง ขนาด 25 ไร่ รองรับกิจกรรมที่พักอาศัยเป็นหลัก และสถานีขนส่งผู้โดยสารพิษณุโลก แห่งที่ 2 ขนาด 50 ไร่ รองรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ การบริการขนส่งสาธารณะและบริการด้านโลจิสติกส์

สนข. จะไปศึกษารายละเอียดแนวเส้นทางเพิ่มเติม แต่แน่นอนแล้วว่า...ชาวสองแควที่รอรถไฟฟ้าก็ต้องทำใจว่า... รถไฟฟ้ายังไม่ไปหานะเธอ” ต้องใช้รถ 2 แถวและรถเมล์ไปก่อนในรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น

นอกจากนี้ สนข. อยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสมและออกแบบระบบขนส่งสาธารณะเมืองอุดรธานี แต่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเป็น ระบบรถไฟฟ้ารางเบา (แทรม) ระบบรถโดยสารสาธารณะ (มินิบัส) รถรางเบาล้อยาง หรือรถโดยสารด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในปีนี้...ชาวอุดรฯ ต้องลุ้นว่าจะได้นั่งรถไฟฟ้าหรือไม่?!?



ปิดท้ายกับภาคกลางที่ จ.ระยอง ทำเลทองของ โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ “อีอีซี” อภิมหาโปรเจกต์ของรัฐบาล นอกจากชาวระยองฮิ!! จะได้ร้องว้าวว...กับ รถไฟฟ้าเชื่อม3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง และสนามบินอู่ตะเภาแล้ว

ล่าสุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ศรีราชมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตศรีราชา จ.ชลบุรี ยังวิจัยพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (ทีโอดี) ในเขตเทศบาลนครระยอง ผลการศึกษามี 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.รถรางไฟฟ้า (LRT) โครงข่ายสายสีแดง เส้นทางสถานีห้วยโป่ง-ไออาร์พีซี ระยะทาง 23 กม.มี 18 สถานี

ใช้แนวเกาะกลางถนนสุขุมวิทตลอดสาย เงินลงทุน 17,000 ล้านบาท ค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท ต่อไปคิด 1.8 บาท/กม. หรือจากต้นทาง-ปลายทาง 15-56 บาท ใช้เวลา 3 ปี เริ่มก่อสร้าง 62-64 เปิดบริการปี 65



2.รถไฟฟ้าล้อยาง (Trolley Bus) โครงข่ายสายสีแดง เส้นทางสถานีห้วยโป่ง-ไออาร์พีซี 23 กม. วิ่งบนถนนสุขุมวิทตลอดแนวเส้นทาง ใช้เงินลงทุน 4,000 ล้านบาท และ 3.รถโดยสารประจำทางไฟฟ้า (ชัตเติ้ลบัส) แบบเส้นทางเฉพาะ (Exclusive Lane) โครงข่ายสายสีแดง เส้นทางสถานีห้วยโป่ง-ไออาร์พีซี 23 กม. ตามแนวถนนสุขุมวิท ใช้เงินลงทุน 3,000 ล้านบาท

ผลการศึกษาชี้ชัดว่า...
“โครงข่ายสายสีแดง” เหมาะที่จะใช้ระบบรถรางไฟฟ้ามากที่สุด เนื่องจากคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ช่วยประหยัดเวลาเดินทาง จากปกติใช้รถยนต์ราว 1 ชม. ถึงจุดหมาย หากใช้รถไฟฟ้ารางเบาจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ประหยัดได้ถึงครึ่ง คือ 30 นาที

นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการเดินทางและช่วยลดอุบัติเหตุทางถนนด้วย แต่การลงทุนรถรางไฟฟ้าอาจขาดทุน รัฐบาลควรช่วยสนับสนุนโครงการให้เดินหน้าไปได้ ทั้งนี้จะสรุปรายงานฉบับสมบูรณ์ภายในเดือน มี.ค. นี้เพื่อนำผลการศึกษาเสนอสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผู้ให้ทุนวิจัยโครงการนำเสนอเทศบาลนครระยองและเสนอผู้บริหารจังหวัดช่วยกันผลักดันต่อไป

ฝันของคนต่างจังหวัดได้นั่ง
“รถไฟฟ้า”...สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยเหมือนคนกรุงเทพฯ คงไม่ไกลเกินเอื้อม...
…..........................................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 918