อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'มลพิษทางอากาศ'ภัยร้ายเมืองหลวง อย่ารีรอแก้ไขด่วน

สถานการณ์ “มลพิษทางอากาศ” ของกรุงเทพฯ วิกฤติพอสมควร!! แต่รัฐฯ ยังรีรอที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งๆ ที่มีการเรียกร้องจากหลายภาคส่วนแล้ว หรือทำงานไม่เป็นใครรู้ช่วยบอกที!! พุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 09.00 น.


“เมืองหลวง” เกือบทุกเมืองทั่วโลก จะเป็นที่อยู่อาศัยกันอย่างหนาแน่นของประชาชน เพราะจะเป็นศูนย์ราชการ เป็นศูนย์การค้าพาณิชย์ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา และเมืองหลวงหลายแห่งยังเป็นเมืองท่า เมืองอุตสาหกรรมอีกด้วย จึงทำให้มี “มลพิษทางอากาศ” มากกว่าเมืองอื่น จนบางเมืองถึงกับเป็นพิษร้ายกับประชาชน ทั้งทางด้านสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจได้ด้วย

ทุกประเทศจึงมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหา 
“มลพิษทางอากาศ” กันมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ทักษะ และความคิดของรัฐบาลรวมถึงผู้นำของประเทศนั้นๆ จนบางเมืองก็ประสบความสำเร็จ เช่น “ปักกิ่ง” ซึ่งเคยมีมลพิษที่รุนแรงมายาวนาน ก็เบาบางลงในขณะนี้ เป็นเพราะผู้นำและรัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา

สวนทางกับ “กรุงเทพมหานคร” ที่กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน และข่าวคราวเรื่อง
“มลพิษทางอากาศ” มากมายในกรุงเทพฯ ก็กระจายไปทั่วโลก ทำลายทั้งการท่องเที่ยวและการลงทุนลงไปอย่างย่อยยับ เป็นเพราะอะไรทำไมถึงเป็นเช่นนี้?? คำตอบก็คงสวนทางกับของปักกิ่งเช่นกัน



ฉะนั้นเพื่อแก้ไขปัญหานี้รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังกว่าที่เป็นอยู่ ด้วยการทุ่มเทเงินงบประมาณและทรัพยากรทุกด้านเข้าแก้ไขและป้องกัน ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นเมืองร้างได้!!

“มลพิษทางอากาศ” หมายถึงภาวะอากาศไม่บริสุทธิ์ เพราะมีสารเจือปนอยู่ในปริมาณที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เป็นช่วงเวลาที่นานพอที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่สัตว์ พืช คน หรือทรัพย์สินต่างๆ

มลพิษทางอากาศ มี 2 ชนิด คือ....

1.เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ฝุ่นละอองที่เกิดจากลมพายุ จากภูเขาไฟระเบิด จากแผ่นดินไหว จากไฟไหม้ป่า จากก๊าซธรรมชาติ เกิดจากการระเหยของสารเคมีโดยธรรมชาติ

2.เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ มลพิษจากท่อไอเสียของรถยนต์ เรือยนต์ เครื่องบิน เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เกิดจากขบวนการผลิตจากกิจกรรมด้านการเกษตร การเผาขยะ เกิดจากการจราจรที่ติดขัดทำให้รถเคลื่อนตัวได้ช้า และมีการระบายสารมลพิษทางท่อไอเสียเพิ่มมากขึ้น



แนวทางการแก้ปัญหา คือ...

1.พยายามใช้เครื่องยนต์ที่ไม่ค่อยมีมลพิษ และลดมลพิษจากยานพาหนะ แก้ไขกระบวนการผลิตที่ก่อมลพิษ โดยรัฐบาลใช้ทั้งทางกฏระเบียบและกฏหมาย ใช้แรงจูงใจ ใช้การตอบแทนทางภาษี และสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ตลอดจนปลูกสำนึกต่อสังคม เพื่อให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกัน

2.ใช้รถขนส่งมวลชนเป็นหลัก เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า รถไฟไต้ดิน ให้มากขึ้น ใช้พาหนะส่วนตัวให้น้อยลง จะเป็นการลดมลพิษทางอากาศให้น้อยลง ตลอดจนรณรงค์ให้ใช้รถจักรยาน และการเดินทางด้วยการเดิน

3.ช่วยกันสนับสนุนเทคโนโลยี ที่ใช้วัสดุเหลือใช้มาใช้เป็นพลังงานมาแทนพลังงานเดิมที่ทำให้กระบวนการผลิตเกิดมลพิษ

4.บริหารจัดการการเผาหญ้าและขยะมูลฝอย เพื่อลดการเผาไหม้ในที่โล่งเตียน ที่เป็นสาเหตุของการเกิดมลพิษทางอากาศ ทั้งโดยการเผาในที่ควบคุมได้ หรือวิธีฝังกลบ



5.รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนเข้าใจในภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะมลพิษในอากาศ เพื่อให้เกิดความตระหนัก และร่วมมือกันแก้ไขและป้องกันปัญหามลพิษทางอากาศ

6.เปลี่ยนรถเมล์เป็นรถเมล์ไฟฟ้า โดยการสนับสนุนให้เปลี่ยนรถเมล์ที่เดิมที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง มาใช้เป็นไฟฟ้าแทน ตลาดจนพาหนะและเครื่องยนต์อื่นด้วย โดยให้เริ่มที่รถของราชการก่อน

7.มีมาตรการเข้มงวดในการควบคุมงานก่อสร้างเพื่อป้องกันการเกิดและกระจายของฝุ่น และมีบทลงโทษอย่างจริงจัง

8.มีการติดตั้งเครื่องมือ อุปกรณ์ ขจัดหรือบำบัดมลพิษ ที่เหมาะสมกับมลพิษชนิดนั้นๆ อย่างเพียงพอ

9.มีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศที่เป็นมาตฐานสากล มีการตรวจสอบติดตามอย่างเข้มข้น มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาและกว้างขวาง สามารถใช้เป็นข้อมูลเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาได้

10.มีมาตรการในการแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้น โดยการใส่หน้ากากอนามัย ป้องกันเขม่าควัน และฝุ่นละออง ป้องกันมลพิษจากก๊าซหรือสารเคมีต่างๆ ไม่ให้เข้าสู่ระบบหายใจ และใส่หน้ากากอนามัยสำหรับการป้องกันเชื้อโรคต่างๆ และในระยะยาวให้มีการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับ และลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศ



11.มีการนำระบบผังเมือง มาใช้ในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยกำหนดให้แหล่งกำเนิดมลพิษ ห่างจากชุมชนในระยะที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้มลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน หรือหากมีก็ให้น้อยที่สุด หรือให้มีพื้นที่กันชนเพื่อป้องกันมลพิษทางอากาศ

สถานการณ์ 
“มลพิษทางอากาศ” ของกรุงเทพมหานคร อยู่ในภาวะวิกฤติพอสมควร!! แต่รัฐบาลยังรีรอที่จะแก้ไขปัญหา ทั้งๆ ที่มีข้อเสนอ หรือมีการเรียกร้องจากหลายภาคส่วนแล้วก็ตาม อาจจะไม่ค่อยฟังใคร หรือไม่เชื่อใคร หรือ ทำงานไม่เป็น จึงไม่มีมาตรการเพื่อแก้ปัญหาออกมาแต่อย่างใด

ปล่อยให้ 
“มลพิษทางอากาศ” เป็น “ภัยร้าย” คอยทำลาย เมืองหลวง อยู่อย่างปัจจุบันนี้.
…...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), thestandard

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 12