อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 11 ธันวาคม 2561

แสวงบุญ'เมืองมอญ' ในความทรงจำ ตอน 2

สัปดาห์นี้เล่าประการณ์การเดินทางไปแสวงบุญยังเมืองเมาะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศเมียนมากันต่อว่าราบรื่นหรือติดขัดอย่างไร ลองไปติดตามดูครับ พุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 เวลา 10.00 น.


ตอนที่แล้วผมได้เล่าบรรยากาศการเดินทางไปถวายจีวรและถวายภัตตาหารเพลให้แด่คณะสงฆ์รามัญนิกายคร่าวๆ พอให้ท่านอ่านได้เห็นภาพการเดินทาง แต่หากจะถามว่า การเดินทางแบบนี้ดีไหม? ในความคิดส่วนตัวผมว่าดี เพราะหนึ่งได้เห็นภาพบรรยากาศชนบท สองได้ลิ้มรสชาติของวิถีชีวิตชาวบ้าน สามไม่ต้องมีคนนำทัวร์แล้วลงหรือแวะเป็นจุดๆ

และสี่สำคัญ คือประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ตรงด่านแม่สอดทั้งทางการไทยและเมียนมา การบริการก็รวดเร็วและทันสมัยเป็นมิตร หรือแม้กระทั้งรถที่นำเราเข้าไปยังตัว “เมืองเมาะละแหม่ง” ก็สบายดีมาก อาจจะรำคาญด่านเยอะไปหน่อย แต่หากเสียเงินค่าผ่านด่านก็ไม่มีอะไรที่น่าจะวิตกกังวล



ตอนที่แล้วผมจบลงตอนที่คณะแสวงบุญเราไปถึงยัง มหาวิทยาลัยสงฆ์ แห่งคณะสงฆ์รามัญนิกาย คืนนั้นพวกเราในคณะได้รับการต้อนรับจากเจ้าของสถานที่ซึ่งเป็น พระนักเทศน์ชื่อดัง ของชาติพันธุ์มอญ ท่านเป็นผู้ริ่เริ่มก่อสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ มีอาคารใหญ่โตหลายหลัง ตอนนี้เปิดสอนในระดับอนุปริญญาอยู่ และทราบจากท่านว่าท่านและคณะสงฆ์รามัญนิกาย ได้ประสานกับ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แห่งคณะสงฆ์ไทย เพื่อขอเป็นสถานบันสมทบเรียบร้อยแล้ว รอแต่ทางผู้บริหารมหาจุฬาฯ เรียกคุยเพื่อจะได้ทำงานร่วมกัน

รุ่งขึ้นพวกเราในคณะตื่นเช้ามา เดินสำรวจรอบบริเวร มหาวิทยาลัยสงฆ์มอญ มีพื้นที้กว้างใหญ่มาก เดียวนี้ราคาที่ดินใน “เมืองเมาะละแหม่ง” แพงพอๆ กับกรุงเทพมหานคร ยิ่งในตัวเมืองยิ่งแพงมาก หลังจากพวกเราเดินสำรวจเสร็จก็ไปรับประทานอาหารเช้า ซึ่งทางเจ้าบ้านมีอาหารพื้นบ้านรองรับพร้อมเสร็จสรรพ

และต่อจากนั้น คณะสงฆ์รามัญนิกาย ได้จัดเตรียมรถตู้ไว้คอยต้อนรับจำนวน 2 คัน เป้าหมาย คือ พระธาตุอินทร์แขวน หรือ “กย๊าจซ้อยเย่อ” เดินทางไปได้เล็กน้อยพระมอญที่นำเที่ยวแจ้งให้คณะเราทราบว่า
“กุ้นแหมะ” คือ ชื่อพระนักเทศน์ ที่สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ อยากพบคณะพวกเรา ที่นำโดย พระศรีสุทธิเวที และท่านจะรอรับพวกเราอยู่ในวัดมอญใกล้เมืองสะเทิม อันเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของมอญ



ความจริงแล้วผมกับพระนักเทศน์สนิทกันดี ตอนที่ท่านมาเทศน์ที่เมืองไทยผมเคยถวายบ้านเป็นสถานที่ท่านพำนักพักผ่อนให้ท่านและลูกศิษย์ที่ติดตามมาร่วม 2 เดือน มาคราวนี้ผมมาเมืองมอญ ท่านก็เมตตาดูแลคณะเราเต็มที่

เมื่อผ่านหมู่บ้านที่
“กุ้นแหมะ” รอคณะเราอยู่ เมื่อรถคณะเราที่มีพระนั่งอยู่ด้านหน้า ผ่านบ้านเรือน สังเกตเห็นสุภาพสตรีและเด็กทุกคนนั่งพับเพียบกับพื้นแล้วยมือไหว้ บางคนก็ลงกราบกับพื้น ผมเคยแต่ได้ยินคำบอกเล่า วันนี้มาเห็นของจริงสิ่งที่ “คนมอญ” มีความศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนาแล้วก็อดชื่นใจยกย่องมิได้ มันแปลกกับสังคมไทย บ้านเมืองยิ่งเจริญจิตใจผู้คนยิ่งเคารพพระลดน้อยถอยลง

วัดที่ 
“กุ้นแหมะ” หรือพระนักเทศน์ชื่อดังรอพวกเรานั้นกำลังมีงานประจำปี เป็นวัดเล็กๆ เมื่อคณะเราไปถึงผมก็แปลกใจว่า เอ...ใครเรียกชื่อเรา สุดท้ายมีพระรูปหนึ่งเดินถือไมล์ลงมาจับมือ เอ้า...นี้สหธรรมิกเก่า คือเป็นพระเพื่อนตอนนี้เป็นเจ้าอาวาสมอญอยู่ที่สหรัฐเมริกา ท่านมาจัดงานประจำปีในวัดบ้านเกิดของท่าน



ท่านพาคณะเราขึ้นไปรับประทานขนมและผลไม้บนศาลา พวกเราเจอ
“กุ้นแหมะ” ท่านมากระซิบกับผมว่า...วันนี้ท่านยกเลิกงานเทศน์ไปหนึ่งแห่งเพื่อตอนรับคณะของเรา ท่านจะพาไปเที่ยวเมืองโบราณของมอญ พาไปไหว้พระธาตุอินทร์แขวนและจะรับเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารพวกเราด้วย

สรุปคือว่า
“กุ้นแหมะ” หรือพระนักเทศน์ชื่อดังของมอญ จะขอรับเป็นเจ้าภาพพาคณะเราเที่ยวทั้งวัน

หลังจากร่ำลาพระเพื่อนที่มาจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ทักทายกับชาวบ้านที่มาต้อนรับคณะพวกเราที่นำโดย
“กุ้นแหมะ” ก็ออกเดินทางไปรับประทานร้านอาหารไทยก่อน การเปิดร้านอาหารไทยที่พม่าเดี๋ยวนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก ผมเคยคุยกับรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่านหนึ่ง บอกว่าเหตุผลที่ร้านอาหารไทยในพม่าได้รับความนิยม เพราะ

1.อาหารไทยอร่อยและแรงงานที่มาอยู่ในประเทศไทยชินกับการกินอาหารไทย เมื่อกลับไปพม่าก็นิยมกินอาหารไทย

2.มันเป็นค่านิยมว่าเมื่อพาครอบครัวหรือกินอาหารไทยแล้วดูดีมีบารมีอะไรประมาณนั้น พวกเราในคณะ มื้อนี้รู้สึกเหมือนอยู่ประเทศไทย รสชาติอาหารแม้ไม่เหมือนกับของไทยมาก แต่ก็พอชดเชยได้



เมื่อกินอิ่มหน่ำสำราญแล้ว พระนักเทศน์ ก็พาพวกเราไปดูวัดเก่าแก่และสันกำแพงโบราณแห่งหนึ่ง ท่านเล่าว่าที่นี้เป็นวัดเก่าแก่ของพระมหากษัตริย์มอญและเป็นวังเก่า วัดตอนนี้มีพระสงฆ์พม่าคอรบครองแล้ว ต่อจากนั้นพาไปไหว้เจดีย์เก่าแก่ยิ่งกว่าพระธาตุชะเวดากองอีก คือ
“เจดีย์เมืองสะเทิม” อันเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของมอญ

หลังจากกราบ
“เจดีย์เมืองสะเทิม” เสร็จเรียบร้อยแล้ว “กุ้นแหมะ” พาไปดูหินอ่อนที่สร้างโดยพระมหากษัตริย์มอญสังเกตมีหลายแผ่น เป็นแท่งๆ มีความสมบูรณ์ ลักษณะเหมือนกับแผ่นจารึกหินอ่อนพระไตรปิฏกที่พุทธมณฑลบ้านเรา และสถานที่ พระนักเทศน์ พาไปสถานที่สุดท้ายในเมืองสะเทิม คือ ลานเล็กๆ มีเสาเหมือนเสาอโศก



ท่านเล่าว่าสถานที่ตรงนี้เดิมที่เป็นบ่อน้ำ เวลาพระมหากษัตริย์จะไปออกศึกจะต้องมาตักน้ำดื่มที่นี้ สถานที่ตรงนี้เลยมีชื่อว่า
“บ่อแห่งชัยชนะ” ปัจจุบันปากบ่อถูกปิดแล้ว เหลือแต่มีช่องว่างเล็กๆ ให้คนในคณะพวกเราคงไปแตะกับแผ่นอิฐและดิน พอมีขวัญกำลังใจต่อ...ยังไปไม่ถึง “กย๊าจซ้อยเย่อ” นะครับ สัปดาห์หน้าถึงแน่ๆ อย่าลืมติดตามกันครับ.
…......................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย เปรียญ10 : riwpaalueng@gmail.com


บทความอื่นที่เกี่ยวข้อง

แสวงบุญ'เมืองมอญ' ในความทรงจำ ตอน 1 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 156