อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

'ครอบครัวกู้ภัย'ใจหนึ่งเดียว เราขอตอบแทนแผ่นดินเกิด

“ครอบครัวจิตอาสา” มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี ขอทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน เผยบาดเจ็บแต่ก็ยังใช้ไม้ค้ำพยุงตัวเองเข้าจุดเกิดเหตุช่วยเหลือผู้อื่นอย่างน่าชื่นชม เสาร์ที่ 3 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น.


“อุบัติเหตุ” เป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า...ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจากความ ประมาท โดยแต่ละปีคนไทยต้องสังเวยชีวิตให้กับอุบัติเหตุเป็นจำนวนมาก ภาพคุ้นตาที่เรามักจะพบเห็นอยู่เป็นประจำ คือ หลังเกิดเหตุไม่นานก็จะมีบรรดากู้ภัยฯ มูลนิธิต่างๆ เข้าไปช่วยเหลือผู้คน...

คนเหล่านี้ถือเป็นบุคคลที่เข้าถึงจุดเกิดเหตุได้เร็วกว่าหน่วยงานอื่น พวกเขาทำงานด้วยความเสียสละ ไม่มีเงินเดือน ทำเพราะ “จิตอาสา” อย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสังคมบ้านเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับพวกเขามากนัก...ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน ไม่มีใครสามารถไปห้ามความคิดคนอื่นได้



“เหยี่ยวขาว” เองรู้จัก และเห็นการทำงานของ “ชาวกู้ภัย-เหล่าอาสามูลนิธิต่างๆ” มานานหลายปี เรียกได้ว่าตั้งแต่เป็นนักข่าวภาคสนามสายอาชญากรรม...ยืนยันได้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่ล้วนมีจิตใจดี...อย่างที่ย้ำมาตลอดทุกอาชีพแม้กระทั่งสื่อฯ เองก็ตามมีทั้งคนดี และคนไม่ดีปะปนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น

เกริ่นนำเรื่องชาวกู้ภัยฯ วีคนี้อยากนำเรื่องราวของ
“รุจดนัย ภาสดา” หรือ “ชิต” อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี มานำเสนอ ชายคนนี้ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส แต่หลังจากพักฟื้นเพียงระยะสั้นๆ บาดแผลจากขาหักยังไม่หายดี “รุจดนัย” ไม่ยอมที่จะนอนอยู่บ้านไปวันๆ เขาใช้ไม้ค้ำพยุงตัวเองออกปฏิบัติหน้าที่ จนชาวบ้านและผู้ประสบเหตุเห็นถึงกับซึ้งในน้ำใจ

ซึ้งที่ชายคนนี้ไม่เคยคิดถึงตัวเองแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามกับคิดถึงผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับบาดเจ็บก่อนเสมอ...สิ่งที่เขาทำมันคือการเสียสละอุทิศตนให้กับสังคม ให้กับเพื่อนมนุษย์อย่างน่าชื่นชมมากๆ ไปฟังเรื่องราวกันดู...





 
“ชิต” เล่าว่า “ผมเป็นชาว .สุรินทร์โดยกำเนิด เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 13 ปี เริ่มเข้ามาในวงการกู้ภัยตอนอายุ 15 ปี โดยทำงานเป็นจิตอาสาอยู่กับมูลนิธิร่วมกตัญญูเป็นที่แรก แล้วอาสาสมัครบรรเทา ธน 37-00 และกู้ชีพวชิรพยาบาล ต่อมาปี 47 ย้ายมาอยู่ที่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณฯ ทำงานรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะมีครอบครัว...ด้วยความที่รัก และชื่นชอบวิถีกู้ภัยเลยได้ร่วมงานกับมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี โดยคุณพรชัย พันธุ์พืช ซึ่งเป็นประธานกู้ภัยในขณะนั้นชวนร่วมงานจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 14 ปี กับมูลนิธิเสมอกันฯ หากรวมเวลาที่เข้ามาอยู่วงการกู้ภัยก็ 20 กว่าปี”

“รุจดนัย” บอกต่อว่าอาชีพหลักเป็นหมอดู แต่หลังจากว่างงานก็จะมาช่วยเหลือสังคมทุกวัน ที่ทำงานกู้ภัยเพราะ ใจรัก อยากช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยต่างๆ เพื่อทำความดีตอบแทนคุณแผ่นดิน ตระหนักอยู่ในใจเสมอ โดยยึดแบบอย่างความเสียสละมาจาก “ในหลวง” รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ท่านได้เสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนไทยทั้งประเทศ

อยากบอกว่าการทำงานกู้ภัยไม่มีรายได้ ไม่มีเงินเดือน พวกเราเอาข้าวจากบ้านมากินที่ศูนย์ฯ ส่วนกับข้าวลูกข่ายบางคนขายอาหารก็จะนำมาสมทบให้วันละ 3 ถุง บางวันก็ได้ข้าวจากวัด พระท่านเมตตาฝากคนในตลาดเอามาให้บ้าง ชีวิตดำเนินไปแบบเรียบง่าย พวกเรามีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น





หลังจากแต่งงานมีครอบครัว ภรรยาสงสัยว่าทำไมถึงทุ่มเทให้กับงานจิตอาสา เขาเลยมาลองทำบ้างสุดท้ายเขาก็รู้คำตอบด้วยตัวเอง เราไม่ต้องการอะไร แค่เห็นรอยยิ้มของญาติคนเจ็บดีใจที่ลูกหลานเขาไม่เป็นอะไร-คำขอบคุณที่ได้รับก็ถือว่ามีความสุขมากแล้ว...ทุกวันนี้คนในครอบครัว เรียกว่าทั้งพ่อ แม่ และลูกต่างมีใจเป็นหนึ่งเดียวคือทำหน้าที่จิตอาสาเป็นกู้ภัยกันหมดทั้งบ้าน

“ช่วงปี 59 ผมประสบอุบัติเหตุขาหัก 4 ท่อน ต้องพักฟื้นยาวเลย ช่วงนี้ขายังไม่หายดี เพราะไม่ได้ผ่าตัดใส่เหล็ก หากเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ก็จะออกไปช่วยเหลือทุกครั้ง มันคือความสุขที่ได้ช่วยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ช่วงแรกออกไม่ได้ก็ช่วยศูนย์ฟัง ว.แจ้งเหตุ...หากนับเวลาคิดว่า 20 กว่าปีแล้วที่ผมทำหน้าที่เป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมมาโดยตลอด ไม่เคยคิดจะเรียกร้องอะไร หรือค่าตอบแทนใดๆ เลย ผมยึดหลักตามสโลแกนของมูลนิธิฯคือ ทุกชีวิตมีค่าเสมอกัน...เราช่วยหมดทุกคน ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกฐานะ คนเจ็บทุกคนเท่าเทียมกันหมด ถามว่าจะทำอีกนานหรือไม่ คำตอบคือจะทำจนกว่าร่างกายจะสู้ไม่ไหว”





“วินัย ศรีเมือง” รองนายกเทศมนตรีตำบลด่านช้าง บอกว่า รู้จักกับ
“รุจดนัย” และครอบครัวมานาน ทราบว่าเป็นคนที่อื่นมาทำมาหากินอยู่ที่ อ.ด่านช้าง ที่ผ่านมาเคยเห็นเขา และครอบครัวออกช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุได้รับความเดือดร้อนจากกรณีอื่นๆ ร่วมกับสมาชิกมูลนิธิฯ บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการเข้าจุดเกิดเหตุรวดเร็วมาก

กระทั่งทราบว่าเขาประสบอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บขาหัก แต่ก็ยังออกช่วยเหลือสังคมไม่เคยหยุด ทั้งนี้ทราบว่าการทำงานมูลนิธิฯ เป็นงานจิตอาสาไม่มีเงินค่าตอบแทน ทุกคนทำด้วยใจรัก การทำงานจิตอาสาของครอบครัว 
“รุจดนัย” เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมาก คนในพื้นที่รวมถึง นายปัญญา ประทีปพรศักดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลด่านช้างต่างก็ชื่นชม การทำงานให้ความช่วยเหลือสังคมแบบไม่เห็นแก่ตัวเองของครอบครัวนี้เช่นกัน

คนส่วนใหญ่หากเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บยังไม่หายดี น้อยคนนักที่จะลุกขึ้นมาช่วยเหลือผู้อื่น...กรณีของ 
“รุจดนัย” บ่งบอกถึงจุดประสงค์ชัดเจนว่า...เขาไม่ได้ทำเพื่อตัวเองแน่นอน...ที่ผ่านมาบางคนอาจมองบรรดาอาสากู้ภัยต่าง ๆ ในแง่ลบ...ย้ำกันอีกครั้งว่าหากจะมอง-จะตัดสินใคร...ควรมองที่การกระทำของเขามากกว่า.
...........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม
โดย “เหยี่ยวขาว”

ข้อมูล-ภาพ...ภัทรพล พรมพัก ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ ศูนย์ข่าว จ.สุพรรณบุรี
มีข้อมูลเรื่องคนทำดีสามารถแนะนำมาได้ที่ supalerkv4@gmail.com 


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 1.03K