อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อ้อมกอดบนความหายนะ! ภาพหลังไฟไหม้สุดตราตรึง

สัปดาห์นี้เจอภาพสุดตราตรึง ต่อให้กล้องแบตฯ ไม่หมดก็จะขอไม่ถ่ายภาพ อยากใช้สายตามองอย่างดื่มด่ำ เพราะเป็นนาทีหลังความตายที่บีบหัวใจ โปรดอ่านเถอะ!! พุธที่ 7 มีนาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ดึกคืนหนึ่ง...เกิดเหตุไฟไหม้ขึ้นในโกดังเก็บของหลังบ้าน ไฟสีแดงฉานไปเบียดเสียดฉีกอากาศแห่งราตรีของท้องฟ้า ควันดำก็พวยพุ่งออกมา เสียงข้าวของที่โดนไฟไหม้ก็คำรามสนั่นกำราบไปทั่ว เจ้าหน้าที่รถดับเพลิงวิ่งกันมาเป็นจำนวนหลายคัน บรรยากาศความโกลาหลกำลังเริ่มขึ้น ประชาชนรอบข้างบ้านหลังเกิดเหตุตื่นนอนกันจ้าละหวั่น!!

พอได้ยินเรื่องราว “หนอนโรงพัก” ก็พุ่งเป้าหมายไปจุดเกิดเหตุทันที ประกอบกล้องพร้อมติดแฟลช ลองซ้อมถ่ายภาพ ปรากฏว่า “แบตจะหมด” เวรแล้วครับ!! ลืมชาร์จแบต!! เพลินมัวแต่ใช้กล้องมือถือถ่ายบ่อยไปหน่อย จนลืมตรวจสอบ เวรล่ะครับ เวรแล้ว!! อย่าไหม้นานนะ ขอให้ดับไวๆ ผมภาวนา...จะให้ทำไงได้แบตกล้องใหญ่จะหมด แถมมืดขนาดนี้ใช้กล้องมือถือถ่ายก็ไม่ไหวครับ

พอมาถึงที่เกิดเหตุก็รีบลงจากรถไปทันที กดภาพควันพวยพุ่ง ไฟสีแดงซึ่งตอนนี้เริ่มลดระดับความร้อนแรงลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังไหม้อาคารหนักอยู่ ผมทะยานโดดหลบสายฉีดน้ำ หล่มน้ำต่างๆ นานา ที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเขาต่อท่อกันไว้ ประสงค์แรกคือพุ่งไปใกล้จุดเพลิงไหม้ที่สุดเพื่อบันทึกภาพ อีกจุดประสงค์คือรองเท้าผมซื้อมาจากญี่ปุ่นครับ ราคาแพง กลัวเสียหายเหมือนกัน



ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ก็หาต้นเพลิงไฟไหม้ เก็บภาพอย่างรวดเร็ว แบตกล้องซึ่งตอนนี้เหลืออยู่ขีดเดียว แบตสั่นกะพริบ หนักแล้วสิ!! ตอนนี้ไม่น่าจะพลาดมีอะไรล่ะครับ ผมปิดกล้องทันที ภาพน่าจะเพียงพอแล้ว ที่เหลือเก็บข่าวเอา

ปรากฏว่าเก็บข่าวไม่ทันไร ผมก็พบเหตุการณ์น่าระทึกขึ้น เพราะบ้านหลังเกิดเหตุมีคนพักอยู่ประมาณ 6 คน ครอบครัวใหญ่ ก่อนเกิดเหตุคนในบ้านซึ่งนอนหลับกันอยู่ ปรากฏว่าคนในบ้านคนหนึ่งรู้สึกร้อนเพราะไฟมันดับ จึงตื่นแล้วเดินออกจากห้องเพื่อสำรวจว่าไฟดับเกิดจากอะไร พอเปิดออกมาดู ปรากฏว่า...ไฟในบ้านดับเพื่อหลีกทางให้ไฟไหม้ ควันตระหง่าน พร้อมไฟที่ระอุออกมา


“ไฟไหม้!!” เสียงตะโกนดังออกมา...ปลุกทุกคนตื่นก่อนตั้งสติแล้วอพยพตัวเองและข้าวของลงจากบ้านโดยด่วน ทีนี้ตอนช่วงเกิดเหตุ ตำรวจ ดับเพลิง มูลนิธิ นักข่าวสำรวจคนในบ้านพบว่าลงมากัน 5 คน อ้าว!! แล้วหายไปไหนคนหนึ่ง ปรากฏว่า “คุณยาย” ไม่ได้ลงมาด้วย ตอนที่ทุกคนอพยพอุ้มเด็กกันออกมา คุณยายแกหลงไปกับควันไฟ ไม่ได้ออกมา

คราวนี้เจ้าหน้าที่ต้องเดินหากันรอบๆ จุดเกิดเหตุกันยกใหญ่ ไฟยังไม่ดับ จึงต้องกันคนในบ้านห้ามไม่ให้กลับเข้าไปในบ้านเพื่อค้นหา “คุณยาย” โดยเด็ดขาด ใช้เวลาไม่นานก็พบคุณยายอยู่ที่ชั้น 3 ของบ้าน ออกมาตรงดาดฟ้าด้านหลัง ถูกล้อมด้วยเปลวเพลิง ซึ่งหากปล่อยไม่นานมันจะไหม้ไปถึงและพรากชีวิตวิญญาณของคุณยายอย่างแน่นอน!!



เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงรีบต่อรถกระเช้าเพื่อไปช่วยแกลงมา แต่เพลิงยังระอุ เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำสกัดบริเวณโดยรอบ ความร้อนส่งผลต่อคนโดยรอบ และแน่นอน “คุณยาย” ต้องประสบกับเหตุดังกล่าวด้วย เจ้าหน้าที่พยายามช่วยเหลือแก้ไขสถานการณ์สุดฤทธิ์ น้ำถูกฉีดบริเวณโดยรอบ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่างปีนขึ้นตึกข้างๆ เพื่อเร่งช่วยคุณยายโดยเร็ว

ตอนนี้ผมเหงื่อตกแล้วครับ...ไม่ใช่เพราะความร้อน...แต่เพราะงานมันเข้า ต้องบันทึกภาพเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ให้ได้ ขณะที่แบตกล้องกำลังจะหมด ภาวนาให้เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือโดยไว...ไวหน่อย...ไวหน่อยโว้ย!!!
แบตกล้องจะหมดแล้ว”

เจ้าหน้าที่เหมือนจะอ่านใจผมออก คราวนี้จึงต่อรถกระเช้าขึ้นไปหา “คุณยาย” ทันที รถไปถึงแล้ว แต่ปัญหาคือคุณยายแกกลัวครับ...แน่นอนสถานการณ์ไฟไหม้แบบนี้เป็นใครก็ต้องกลัว แกก้าวขาไม่ออก ไทยมุงราษฎรจำนวนมากข้างล่างต่างตะโกนให้กำลังใจคุณยายออกมาว่า “ก้าวมาเลย ยาย ก้าวมาเลย ก้าวมาเลย” ทุกคนเปล่งเสียงสนับสนุนคุณยายให้ก้าวขาไปหาเจ้าหน้าที่เพื่อขึ้นรถกระเช้าลงไป



ส่วนผมก็ให้กำลังใจคุณยาย เพราะ “แบตกล้องจะหมดแล้ว เก็บภาพไปก็ต้องลุ้นแบตไป” เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเห็นท่าไม่ดี จึงก้าวตัวออกจากรถกระเช้าไปคุยกับ “คุณยาย” แกส่ายหน้ากลัวไม่กล้าก้าวขาออกมา กินเวลาท่ามกลางเปลวเพลิงที่ยังไหม้ต่อเนื่อง

“คุณยาย” แกกำลังตกอยู่ในอันตราย ช่วงน่าสิวน่าขวานอย่างยิ่ง ก้าวออกมาเลยครับ ก้าวออกมา ผมร่วมลุ้นไปด้วย...แบตกล้องก็จะหมด ชีวิตคุณยายก็อยากให้รอด ไม่ตกอยู่ในอ้อมกอดมัจจุราชในเปลวเพลิงเสียก่อน!!

คนในบ้านก็มาร่วมให้กำลังใจ “คุณยาย” หลานสาววัย 6 ขวบซึ่งเสียของเล่นตุ๊กตาในบ้าน ตะโกนออกมาว่า “คุณยายก้าวมาเถอะ ลงมาเร็ว มาหาหนู” ลูกสาวก็ตะโกนว่า “แม่ลงมาเร็ว ลงมาเร็ว หลานรออยู่” หลานสาวตะโกนดังออกมาอีกว่า “คุณยายหนูคิดถึงคุณยายลงมาหาหนูเร็ว”

ประโยคจากเด็กน้อยดังเปล่งออกมา “คุณยาย” แกได้ยิน...ราวกับมีกำลังใจหนุนหลังทำให้แกยืนขึ้นได้ และก้าวเท้าออกมา โดยมีนักผจญเพลิงประคองลงจากรถกระเช้ารอดจากวงล้อมของไฟชั้น 3 มาได้ ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงพื้น “คุณยาย” มีสภาพมอมแมมจากควันไฟ เท้าคงเป็นแผลจากความร้อนที่ระอุผิวพื้น แต่สีหน้าแกยังหายใจได้ปกติ ถือว่าไม่หนักหนาสาหัสมาก



พอลงจากรถกระเช้า เจ้าหน้าที่มูลนิธิก็เตรียมนำเปลเพื่อพา “คุณยาย” ส่งโรงพยาบาล ขณะก่อนที่จะพาคุณยายขึ้นเปล หลานสาววัย 6 ขวบก็ปรี่เข้ามากอดคุณยายเสียหมับ ยายหลานร้องไห้บนความหายนะ แต่อย่างน้อยทั้ง 2 ก็ได้เจอหน้ากันกอดกันโดยมีลมหายใจกันอยู่ คนในบ้านร่วมกันให้กำลังใจคุณยาย เสียงสะอื้นไห้ดังออกมา...

“แม้บ้านจะโดนไฟไหม้ แต่พวกเราก็ยังมีกันและกันอยู่ ไม่มีใครเป็นอะไร”

ใครสักคนในครอบครัวพูดออกมา ทุกคนบริเวณโดยรอบอึ้งไปตามๆ กัน ความอบอุ่นและสายใยแห่งครอบครัวก็เกิดออกมา ผมยืนดูเหตุการณ์ตรงนั้น “แบตเตอรี่” ของกล้องถ่ายรูปหมดไม่หมด ตอนนี้ไม่ได้สนใจแล้ว ในฐานะนักข่าวและช่างภาพได้บันทึกเหตุการณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ในฐานะมนุษย์ขอยืนชมภาพแห่งมนุษยสัมพันธ์ไว้ให้อิ่มใจ บนความหายนะ ทรัพย์สินเสียหายก็มีวันซ่อมแซมมาใหม่ได้ แต่ชีวิตมนุษย์นั้นหากได้จากไป มันสร้างรื้อฟื้นไม่ได้อีก

ภาพตรงหน้าตราตรึงยิ่งนัก เหตุการณ์บางอย่างต้องใช้เพียง “ดวงตา” เท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ดื่มด่ำได้... กล้องถ่ายรูป” คุณภาพสูงราคาแพงเท่าใดก็ไม่อาจทดแทนได้โดยเด็ดขาด!!
….........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ภาพประกอบจาก : PJ Jon Jon Sol

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 47