อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 19 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ถึงเวลาปฏิรูป..."งานสัตว์ป่า"เมืองไทย

สัปดาห์นี้มี 3 ข้อเสนอว่าถึงเวลา “ปฏิรูปงานทางด้านสัตว์ป่า” ของไทยแล้ว หลังจากเกิดปรากฏการณ์ “เปรมชัยทุ่งใหญ่นเรศวร” อยากรู้ว่ามีอะไรบ้างต้องไปติดตามกัน... พุธที่ 7 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น.


แม้ประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศในหลายด้านแล้วก็ตาม แต่ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ “สัตว์ป่า” ยังก้าวไปไหนไม่ไกลเลย ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีกฏหมายว่าด้วยสัตว์ป่ามากกว่า 100 ปี แม้เราจะมีกฎหมายให้มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์สัตว์ป่ามากกว่า 50 ปี

ทั้งๆ ที่มีภาคเอกชนและมูลนิธิมากมายเข้ามาสนับสนุนงานด้าน
“สัตว์ป่า” แม้เราจะมีความร่วมมือระดับนานาชาติ และเป็นภาคีสมาชิกหลายสนธิสัญญา และทั้งๆ ที่มีสถาบันการศึกษา และชมรมอนุรักษ์มากมายให้ความสำคัญและสนับสนุนงานด้านสัตว์ป่าก็ตาม แต่การอนุรักษ์สัตว์ป่าของเรากลับไม่มีความก้าวหน้าและคืบหน้าเท่าที่ควร...

เพราะในวันนี้เราพบความจริงว่า...คนส่วนหนึ่งซึ่งมีจำนวนไม่น้อยยังไม่รู้จัก ไม่เข้าใจ ไม่เห็นคุณค่า และประโยชน์ของ
“สัตว์ป่า” จึงไม่มีความตระหนักและสำนึก หน่วยงานบางหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการอนุรักษ์สัตว์ป่ากลับไม่จริงจังต่อการทำหน้าที่ ไม่พัฒนา ยอมอยู่ท่ามกลางความขาดแคลน รัฐบาลบางรัฐบาลไม่มีนโยบาย และไม่จริงจังต่อการบริหารจัดการการอนุรักษ์สัตว์ป่า



จน สำนักงานส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายสัตว์ป่าและพืชป่า (LEEO-WEN) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีสมาชิก 62 ประเทศ และมีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วโลก ได้มีถ้อยแถลงถึงสถานการณ์ด้านสัตว์ป่าของประเทศไทยว่า... ยังมีการลักลอบล่าสัตว์ป่า มีการค้าสัตว์ป่า และมีการส่งสัตว์ป่าผ่านจากประเทศไทยไปประเทศอื่นอยู่อย่างต่อเนื่อง”

จากปรากฏการณ์
“เปรมชัยทุ่งใหญ่นเรศวร” รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องควรใช้โอกาสนี้ “ปฏิรูปงานทางด้านสัตว์ป่า” โดย...



1.ปฏิรูปหน่วยงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์สัตว์ป่าทั้งระบบ เพราะหน่วยงานที่ดูแลแก้ปัญหา และพัฒนาทรัพยากรสัตว์ป่ามีปัญหาทั้งขนาด และประสิทธิภาพในการปฏิบัติ โดยขนาดเป็นเพียงสำนักเล็กๆ อยู่ในกรมอุทยานแห่งชาติฯ คือ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า และกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา ควรยกระดับเป็นหน่วยงานขึ้นมาให้ใหญ่พอที่จะมารองรับปัญหาที่เพิ่มขึ้น มีเครื่องไม้เครื่องมือที่พรั่งพร้อม ให้คนทำงานด้านนี้ยังคงอุดมการณ์ไว้เช่นเดิม

เพราะในอดีตหน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานเล็กๆ แต่มีชื่อเสียงในด้านความมีอุดมการณ์ และร่วมมือกันทุ่มเททำงานอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างบุคคลที่ทำงานด้านนี้มา เช่น นายไพโรจน์ สุวรรณากร, นายสืบ นาคะเสถียร, นางสาวศิริพร ทองอารีย์, นายนพรัตน์ นาคสถิตย์, นายวีรวัธน์ ธีรประสาธน์ และอีกหลายคน

ประกอบกับช่วงหลังๆ ผู้บริหารในกรมอุทยานฯ ไม่ค่อยให้ความสนใจงานด้านนี้ ไม่มีการสนับสนุนเท่าที่ควร ปล่อยให้นักวิ่งเต้น ซึ่งไม่มีประสบการณ์และอุดมการณ์เข้ามาเอาตำแหน่งครั้งแล้วครั้งเล่า ข้ามหัวคนที่อยู่ในสำนักนี้ จนงานด้านนี้อ่อนแอลงเป็นลำดับ เหลือพวกที่มีอุดมการณ์จริงๆ ไม่มาก และหากปล่อยไว้เป็นเช่นนี้โดยไม่มีการปฏิรูปกันใหม่ จะทำให้งานการจัดการด้านทรัพยากรสัตว์ป่าทรุดโทรมและถดถอยลงไปอีก



2.ปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย และพัฒนาคนให้มีความรู้ความพร้อมในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย มีมาตรการในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ทำทั้งหมดไปด้วยกันจึงจะทำให้สามารถยับยั้งปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่าได้ ทั้งนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องด้วย

3.พัฒนาความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ทั้งภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานด้านสัตว์ป่า โดยการสร้างสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าขึ้นมาใหม่ จากที่หดหายไปนานแล้ว ยกตัวอย่างเช่น บางพื้นที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลก ซึ่งควรเก็บไว้เป็นสมบัติของธรรมชาติ กลับมาถูกบุกรุกทำลายทั้งป่าไม้และสัตว์ป่าโดยไม่มีสำนึกแต่อย่างใด ว่าเมื่อสัตว์ป่ามีจำนวนลดลงหรือสูญพันธุ์ไป ก็จะทำให้สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ ได้รับผลกระทบในระบบนิเวศน์ไปด้วย

อีกทั้งอยากให้รัฐบาลได้ตั้ง
“กองทุนด้านสัตว์ป่า” ขึ้นมาเพื่อการทำงานด้านสัตว์ป่าเป็นการเฉพาะ และที่สำคัญขอให้รัฐบาลเชิญชวนคนรวยที่มีกำลังทางการเงินมากๆ แทนที่จะไล่ล่าฆ่าสัตว์ป่า ให้เปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นผู้จัดตั้ง “กองทุนเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ป่า” เพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อทรัพยากรสัตว์ป่า และชาติบ้านเมือง.
…............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพจาก : pinterest

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 180