อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'ผู้กอง'ไปงานบวชเพื่อน ถูกดุ!อดปลงผมอนุโมทนาสาธุ

สัปดาห์นี้ “ผู้กองหนุ่ม” ไปงานบวชเพื่อนกลับถูกดุเสียงเข้ม!! ไม่ให้ปลงผมอนุโมทนาสาธุ แถมห้ามคุยเสียงดังและปิดโทรศัพท์มือถือด้วย เพราะอะไรไปติดตามกัน พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 08.00 น.


“ร.ต.อ.หนุ่ม” เดินทางไปร่วมงานบวชเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แน่นอน!! เขาไม่ได้จบตรงจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และด้วยความที่ “ตำรวจ” จำต้องใช้บุคลากรในองค์กรที่หลากหลายและเป็นจำนวนมาก

การฝ่าฝันทำให้
“ผู้กองหนุ่ม” เข้าเป็น “ตำรวจสัญญาบัตร” ได้ในที่สุด โลดแล่นในงานสืบสวน แต่วันหยุดที่ผ่านมาต้องขอพักผ่อน โดยการไปร่วมงานบวชของเพื่อนที่จังหวัดห่างไกลจากกรุงเทพพระมหานครเพียง 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น



เพื่อนคนที่บวชนั้นวางแพลนโครงการบวชทั้งหมด 1 เดือน เมื่อไปถึงที่วัด
“ร.ต.อ.หนุ่ม” ที่ไปกับเพื่อนสนิทอีก 2 คนมุ่งหน้าไปร่วมพิธีบวชนาคตอนเช้า พลันที่ถึงวัด เพื่อนที่กำลังจะบวชเดินมาหา อารามดีใจต้องการจะตะโกนทักเพื่อน แต่ก็ต้องชะงัก!! เมื่อเพื่อนที่นุ่งขาวห่มขาวทำมือจุ๊ปากไว้ก่อนมาแต่ไกล ก่อนเดินมาใกล้ๆ แล้วพูดเสียงกระซิบว่า...

“พระอาจารย์เขาเคร่ง อย่าเสียงดังและก็ปิดเสียงมือถือด้วยนะ”


“ร.ต.อ.หนุ่ม” และเพื่อนอีก 2 คนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ก่อนเดินตามเพื่อนที่พร้อมจะบวชนนาคไปจุดที่จะปลงผมอย่างเงียบๆ ระหว่างนั้นก็มีการชวนคุยบ้างเล็กน้อย แต่ด้วยความที่กลัวพระอาจารย์จะว่าเลยไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไรกันบ้าง เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ได้ยิน ได้แต่พยักหน้างึมๆ งัมๆ กันไปมาว่าเข้าใจในคำพูด ทั้งๆ ที่จริงไม่ได้ยินอะไรแม้แต่พยางค์เดียวเลย

“ทำไมคุยกันเบาจัง รู้เรื่องเหรอวะ” วิชัยกระซิบถาม
“ร.ต.อ.หนุ่ม” (ใช่ครับ!! วิชัยเป็นเพื่อนสนิทของ ร.ต.อ.หนุ่มและไปกับเขามาด้วยก่อนนำเรื่องมาเล่าให้หนอนโรงพักฟัง) ไม่รู้เรื่องเลย...มันคุยอะไรมา ก็ได้แต่...ได้ๆๆ อย่างเดียว ไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไรบ้าง” ผู้กองตอบ



เมื่อไปถึงจุดปลงผม ผู้ปกครองพ่อแม่ญาติมิตรก็พร้อมจะตัดผมแล้ว ผู้กอง วิชัย และเพื่อนก็ต่อคิวจะปลงผม อนุโมทนาสาธุเพื่อนด้วย ปรากฏว่าพอพ่อแม่ญาติมิตรตัดผมเสร็จ ผู้กองก็เดินจะไปตัดผม...


“เอาเฉพาะพ่อแม่ญาติ เพื่อนไม่ต้อง!!” เสียงไม่ดุแต่เฉียบขาดจากพระอาจารย์ ทำเอา “ผู้กอง” เดินหันกลับมาแทบไม่ทัน “เขินเลย...ไม่บอกก่อน...เดินจะไปหยิบกรรไกรอยู่แล้ว พึ่งบอก” ไม่พอพระอาจารย์ยังเคร่งแสนเคร่ง ห้ามถ่ายรูปติดพระอาจารย์ไปด้วย คราวนี้พระอาจารย์โกนผมนาคใหม่อยู่ ผู้กอง วิชัย และเพื่อนเลยต้องฉะตัวออกมาห่างๆ แล้วแอบถ่ายเอา “นี่เรากำลังสืบคดีหรือทำงานข่าวกันอยู่หรือเปล่าวะ...ดูมันลำบากจัง”

กินเวลาเสร็จสรรพ
“ผู้กองหนุ่ม” ก็ต้องพานาคใหม่ พระอาจารย์เดินทางไปที่วัดในตัวเมืองเพื่อทำพิธีอุปสมบทให้ เพราะวัดป่าห่างไกลนั้น ไม่มีพระอุปัชฌาย์ ต้องไปทำพิธีกันในวัดกลางเมือง ถนนหนทางนั้นก็ 2 เลนและซ่อมแซมกันตลอดปี ประเทศไทยนี้แปลก ซ่อมถนนกันได้ทุกปี พอซ่อมเสร็จ ก็ได้ฤกษ์ซ่อมใหม่อีกแล้ว ไม่รู้ทำไมถนนเมืองไทยอ่อนแอกันจัง



เมื่อมาถึงที่วัดในตัวเมือง บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลง เพื่อนๆ หลายคนเริ่มมากันมากขึ้น (เพราะพึ่งตื่นนอนกันมา) ก็เลยได้ส่งเสียงทักทายกันดังๆ หลังจากอัดอั้นกับวัดป่า เดินเที่ยวถ่ายรูปเล่นกันอย่างคึกคัก จนถึงพิธีอุปสมบทก็ต่างสำรวมอย่างรู้กาลเทศะ เข้าไปในโบสถ์ ปรากฏว่าพระอาจารย์ได้สั่งนาคใหม่ว่า...ไม่ให้มีพิธีแห่ หรืออะไรต่างๆ นานา เลยอดเห็นเมียนาคใหม่ถือหมอนกันไปตามๆ กัน

“สงสารเลย อดเจอแฟน 1 เดือน หวังว่าพระสึกมายังจะรออยู่นะ อิอิ” วิชัยแซวแต่ตาจ้องเมียนาคตาเป็นมัน ทะลึ่งจริงๆ

พิธีการก็ดังที่ทราบกันอยู่แล้ว ซ้อมท่องกันมาดีก็เลยผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อบวชเสร็จก็มีเพื่อนหญิงคนหนึ่งกำลังเร่งเดินทางมาที่วัดเพื่อมาให้ทันพระใหม่ ปรากฏว่าพระอาจารย์เคร่งบอกให้กลับวัดป่าได้แล้ว “โยมผู้กองบอกเพื่อนนะว่ากลับกันได้เลย ส่วนคนที่มายังไม่ถึง ไม่ต้องไปตามที่วัดนะ เพราะพระอาจารย์ไม่อนุญาตแล้วมันดึกเกิน”

“ผู้กอง” มองนาฬิกาแล้วทำหน้างง “ดึกแล้วเหรอครับพระ พึ่งจะบ่ายสามโมงเองนะ แดดยังเปรี้ยงอยู่เลย”

“พระอาจารย์ท่านว่าไว้” ผู้กอง วิชัยและผองเพื่อนต่างพยักหน้ายกมือไหว้อำลา ก่อนให้นมกล่องไปกิน เพราะกลัวพระใหม่วันแรกจะหิวเสียก่อนในตอนกลางคืน “กุฎิที่พักก็น่ากลัวเหลือเกิน ใบไม้พลิ้วไหวครึ้มไปหมด คิดดูสิสักเที่ยงคืนลมพัดพร้อมกัน มันจะเหมือนคนเดินไปๆ มาๆ หลอนหูยิ่งนักนะ” วิชัยเกริ่นให้พระใหม่ทราบ

“โยมวิชัย...มันบาปนะขู่พระเนี่ย” แต่พระใหม่หน้าดูเครียดๆ หลังพึ่งนึกภาพตาม แม้จะมาอยู่ที่วัดป่าได้ 7 วันแล้ว แต่ตอนนี้เป็นพระ นอนกุฎิคนเดียวกลางป่าโล่งๆ ก็อดเสียวไม่ได้เหมือนกัน



พระกลับไปแล้ว ทุกคนก็ไปเที่ยวเล่นในตัวเมืองกันต่อ เที่ยวกันจนเพลิน จิบเครื่องดื่มกันเบาๆ ยกเว้น “ผู้กอง” ที่ขับรถเป็นสารถีบริการเพื่อนๆ ตอนนี้ทุ่มกว่าๆ แล้ว ต่างจังหวัดนั้นเงียบเป็นอย่างยิ่ง ชนิดวังเวง จึงได้ฤกษ์เลิกดื่มกินแล้วขับกลับกรุงเทพพระมหานครกันดีกว่า...

และด้วยบรรยากาศดูขนลุก จึงเปิดเพลงฟังกัน เปิดกันไป 5-6 เพลงต่อเนื่อง เช่น เขียนไว้ข้างเตียง ลมเปลี่ยนทิศ เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย รักแท้ดูแลไม่ได้ ฯลฯ ฟังกันไปสักพัก “ผู้กอง”กำพวงมาลัยฮัมเพลงตามไปด้วยก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังขึ้น คล้ายเสียงกระซิกๆ สูดจมูก สะอื้นไห้ มือปาดน้ำตากันไปมา แล้วตามมาด้วยประโยคเหล่านี้

“มันบล็อกกูทุกอย่าง ไม่รักกูแล้ว ทำไมทำแบบนี้กับกูได้”

“มันอ้างว่ามีคนใหม่ แต่จริงๆ ไม่อยากคุยกับกู ทั้งๆ ที่กูทำดีกับมันมาตลอด”

“คบกันมาตั้งนาน ไม่คิดว่าจะเลวได้ขนาดนี้ เจ็บใจตัวเองจริงๆ ที่โง่ไปหลงรักหลงเชื่อมันอยู่ตั้งนาน”

เป็นเพลงเศร้าๆ อกหักนั่นเอง ที่ดั่งมีดกรีดหัวใจ “วิชัย” และเพื่อนอีกคนให้ชอกช้ำ ผสมกับฤทธิ์เครื่องดื่มจึงง่ายที่น้ำตาจะหล่นไหลอาบแก้มอย่างรวดร้าวถึงทรวงใน ทั้ง 2 ร้องไห้และร้องเพลงให้มันตอกย้ำความชอกช้ำเข้าไปด้วยเข้าไปอีก



“เสียงเพลงมันเศร้า ขอเล่าเข้มๆ ได้ไหม” วิชัยและเพื่อนเกริ่นออกมาแทบจะพร้อมกัน


“ร.ต.อ.หนุ่ม” กุมขมับ ขณะขับรถไปตามความมืดมิด เพลงก็ยังมีแต่ความเศร้า ทำไมหนอ...เราถึงโหลดแต่เพลงเศร้ามาเก็บไว้ในมือถือนะ เสียงกระซิกยังดังสนั่น เสียงร้องไห้ระงมเต็มรถ น้ำตาไหลเปื้อนเบาะแล้ว ทั้ง 2 คงอยากจะระบาย

เอาล่ะ!! ไหนๆ ก็เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีหน้าที่บริการประชาชน เพื่อนฟังเพลงเศร้าขนาดนี้ และอยากจะเล่าเข้มๆ ถึงความเจ็บปวดแห่งความรัก เราก็ต้องฟัง “เชิญเล่ามาได้เลย ท่านทั้งหลาย”

แต่กลับไม่มีเสียงใดดังออกมา นอกจากเสียงร้องไห้พร้อมความพยายามจะร้องคลอไปกับเพลงที่ฟังแล้วเศร้าจับจิตร้าวรานหัวใจเสียเหลือเกิน
“ร.ต.อ.หนุ่ม” กุมขมับอีกข้าง ช่างเป็นวันพักผ่อนที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดองเสียจริงๆ เลย...
….........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 91