อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

'วัคซีนพิษสุนัขบ้า' ฉีด'ก่อน-หลัง'ถูกกัดป้องกันได้ดีกว่า?

สัปดาห์นี้คงไม่มีเรื่องไหนน่ากลัวเท่า “โรคพิษสุนัขบ้า” เพราะหากติดเชื้อมีอาการแล้วไม่มียารักษาเสียชีวิตทุกราย!! ฉะนั้นหากเราวัคซีนป้องล่วงหน้าถือเป็นอีกหนึ่งทางรอด...ไปติดตามกัน เสาร์ที่ 17 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น.


“โรคพิษสุนัขบ้า” หรือ “โรคกลัวน้ำ” หรือในภาษาอีสานเรียก “โรคหมาว้อ เป็นโรคติดเชื้อร้ายแรงที่ต้องเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ของไทย รวมถึง กทม.ด้วย ซึ่งสาเหตุมาจาก Rabies virus” พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด เช่น สุนัข แมว กระรอก เสือ หมี หนู และคน โดยพบมากที่สุดใน “สุนัข” รองลงมาคือ “แมว”

โดย นพ.วิชาญ ปาวัน ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค อธิบายว่าเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อสู่คนได้จากสัตว์ที่เป็นโรค กัด ข่วน หรือน้ำลายของสัตว์ที่เป็นโรคสัมผัสบาดแผล หากเชื้อเข้าสู่สมอง ผู้ป่วยจะมีอาการคลุ้มคลั่ง ดุร้าย กระวนกระวาย และหากเชื้อเข้าสู่ไขสันหลังแล้วจะมีการเพิ่มจำนวนทำให้สมองและไขสันหลังทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยมีอาการอัมพาตและเสียชีวิตในที่สุด!!



ความจริงที่ทุกคนต้องทราบคือ 
“โรคพิษสุนัขบ้า” หากคนหรือสัตว์แสดงอาการแล้วจะตายทุกราย!! เพราะไม่มียารักษา ซึ่งใน 1 ปี มีคนไทยถูกสุนัขกัดทุกเพศทุกวัยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน หรือแค่ถูกเลีย หรือข่วนก็ติดเชื้อได้ และสามารถพบโรคนี้ได้ตลอดทั้งปีแม้ไม่ใช่หน้าร้อน

ระยะฟักตัวหลังจากเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายไปจนเกิดอาการ ใช้เวลาประมาณ 2 - 8 สัปดาห์ หรืออาจสั้นเพียง 5 วัน หรือยาวนานเกินกว่า 1 ปี ซึ่งระยะฟักตัวจะสั้นหรือยาวขึ้นกับปัจจัยบางอย่าง เช่น ความรุนแรงของบาดแผล ปริมาณของปลายประสาทที่ตำแหน่งของแผล และระยะทางแผลไปยังสมอง เช่น แผลที่หน้า ศีรษะ คอ หรือมือ อีกทั้งลักษณะของเครื่องนุ่งห่ม และการล้างแผลจะมีส่วนช่วยลดจำนวนเชื้อลงได้มาก

ถึงแม้จะยังไม่มียารักษา แต่!! เราสามารถป้องกันได้ด้วยการนำสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งขณะนี้มีให้บริการฉีดฟรีในหลายพื้นที่ ไม่ปล่อยให้สุนัขออกไปเพ่นพ่านนอกบ้าน อย่าปล่อยให้เด็กอยู่กับสัตว์โดยลำพัง หลีกเลี่ยงการถูกสุนัขกัด และเมื่อถูกสุนัขหรือแมวกัดหรือข่วนให้รีบล้างแผล ใส่ยา กักหมาดูอาการ ไปพบแพทย์และฉีควัคซีนให้ครบตามแพทย์นัด



หลายคนอยากทราบว่าในเมื่อสัตว์ยังมีการฉีดวัคซีนป้องกัน
“โรคพิษสุนัขบ้า” ได้เลย แล้วในคนสามารถฉีดวัคซีนป้องกันล่วงหน้าก่อนได้หรือไม่? และจะป้องกันได้ดีกว่าฉีดวัคซีนหลังถูกกัดหรือไม่อย่างไร?

อาจารย์จันทนา ห่วงสายทอง อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความรู้ว่าสามารถฉีดวัคซีนป้องกัน
“โรคพิษสุนัขบ้า” แบบก่อนการสัมผัสสัตว์ได้หากมีความกังวล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กหรือคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในบ้าน เช่น สุนัข แมว กระต่าย คนที่ต้องเดินผ่านบริเวณที่มีสุนัขจรจัดจำนวนมาก บุคลากรทางการแพทย์ คนที่ทำงานใกล้ชิดสัตว์ บุรุษไปรษณีย์



การฉีดวัคซีนป้องกัน
“โรคพิษสุนัขบ้า” สามารถฉีดได้ทั้งแบบเข้ากล้ามเนื้อและฉีดเข้าในผิวหนัง หากเป็นการฉีดป้องกันล่วงหน้า (ฉีดก่อนการสัมผัสสัตว์) ซึ่งฉีดทั้งหมด 3 เข็มในวันที่ 0 (คือวันที่ฉีดวันแรก), 7 (เข็มที่ 2) และ 21 หรือ 28 (เข้มที่ 3) หลังจากฉีด 3 เข็มครบแล้วเมื่อถูกสุนัขกัดก็จะฉีดระตุ้นภูมิคุ้มกัน 1-2 เข็ม

ส่วนการฉีดหลังถูกกัด (การฉีดวัคซีนหลังการสัมผัส) ต้องพิจารณาความเสี่ยงในการติดเชื้อด้วยเสมอ ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภทตามองค์การอนามัยโลก คือ
1.กรณีที่สัมผัสโดยผิวหนังไม่มีแผลหรือรอยถลอก เช่น การให้อาหารสัตว์ ถูกเลีย สัมผัสน้ำลายหรือเลือด (ไม่ต้องฉีดวัคซีน) แต่ถ้ากังวลมากก็สามารถฉีดได้เพื่อความปลอดภัย (ยกเว้นน้ำลายหรือเลือดกระเด็นเข้าตาหรือปากต้องได้รับการฉีดวัคซีน)

2.กรณีถูกงับเป็นรอยช้ำที่ผิวหนังไม่มีเลือดออก ถูกเลียหรือน้ำลายถูกผิวหนังที่มีรอยถลอกหรือมีแผล ถูกข่วนที่ผิวหนังไม่มีเลือดออก หรือออกซิบๆ ถูกกัดหรือข่วนเป็นแผลมีเลือดออก (ต้องฉีดวัคซีน) 3.กรณีถูกกัดรุนแรงมาก เช่น บริเวณใบหน้า ศีรษะ และลำคอเป็นแผลฉีกขาด เหวอะหวะ แผลลึก หรือมีหลายแผล นอกจากจะต้องฉีดวัคซีนแล้วยังต้องฉีดอิมมูโนโกลบุลิน (ให้ภูมิคุ้มกัน) ด้วย



การฉีดวัคซีนป้องกัน
“โรคพิษสุนัขบ้า” หลังถูกกัด ซึ่งหากเราไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนจะต้องฉีดทั้งหมด 5 เข็ม ในวันที่ 0 (วันที่เริ่มฉีดเข็มแรก), และวันที่ 3,7,14 และ 28

“การฉีดก่อนล่วงหน้า” และ “ฉีดหลังถูกกัด” สามารถป้องกันได้ดีไม่แตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญคือต้องฉีดให้ครบตามแพทย์นัด และเร็ว คือหลังถูกกัดแล้ว 24-48 ชม. ต้องได้รับการฉีดเข็มแรก และต้องได้รับวัคซีนครบ 3 เข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เพียงพอต่อการป้องกันโรค หลังจากนั้นการมาฉีดกระตุ้นอีก 2 เข็มก็จะป้องกันโรคได้นาน 1 ปี

ถามว่าถ้าฉีดครบ 3 เข็มแล้วไม่มาฉีดกระตุ้นต่อได้หรือไม่?? คำตอบคือได้ แต่ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้ไม่ครบ 1 ปี ฉะนั้นควรขยันไปฉีดให้ครบจะป้องกันได้ดีกว่า...เพราะ
“โรคพิษสุนัขบ้า” หากมีอาการแล้วรักษาไม่ได้เสียชีวิตทุกราย...!!
…...........................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”


ขอบคุณภาพประกอบจาก : pinterest , ondacero




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 381