อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

นักข่าวพลาดท่า'ตำรวจ' แอบส่งตัวผู้ต้องหาก่อนเวลา

สัปดาห์นี้ถึงคราวนักข่าวพลาดท่าให้ “ตำรวจ” โทรเช็กเวลาส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังบ่าย 2 จึงไปหาข้าวกินกัน กลับมาตอนเที่ยง ตำรวจดันส่งตัวผู้ต้องหาไปเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ!! พุธที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 08.00 น.


ชีวิตการทำข่าวของนักข่าวนั้น ส่วนใหญ่ผลาญไปกับ “การรอ” ครับ รอกันจนชิน เวลาทำงานนั้นสั้นแสนสั้นมากหากเทียบกับการรอ บางครั้งรอ 3 ชั่วโมง เพื่อจะถ่ายรูปสัมภาษณ์ไม่ถึง 3 นาที!!

วันนี้นักข่าวจำนวนมากก็เดินทางมารอที่หมาย หลังมีกระแสข่าวว่าจะพา
“ผู้ต้องหา” รายหนึ่งไปขออำนาจศาลยื่นฝากขัง ตอนนี้ตัว “ผู้ต้องหา” อยู่ในห้องขังรอเวลาที่จะไปส่ง นักข่าวก็พยายามรีบมาแต่รถมันติดแสนติดเหลือเกิน 10 โมง “หนอนโรงพัก” เดินทางมาถึงที่หมายอย่างเหนื่อยล้ากับรถติด



พบ “วิชัย” และ “กิตติ” ยืนรอสะพายกล้องอย่างเท่เดินเมาท์นินทาคนกันไปมา “วิชัย” นั้นตอนนี้มีหน้าที่ใหม่ก็คือ ต้องทำการใช้มือถือไลฟ์สดผ่านทางโลกโซเชียลตามคำสั่งนโยบายของต้นสังกัด เขาเขียนหัวข่าวรอการไลฟ์สดแล้ว แต่บัดนี้ยังไม่มีการพาตัว 
“ผู้ต้องหา” ออกมา ก็เลยต้องรอกันต่อไป

จนกระทั่ง11 โมง ท้องไส้เริ่มกระซิบดังๆ แล้วว่า
“หิวโว้ย!!!!!” ผองเพื่อนนักข่าวที่รู้จักกันมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากแบบนี้ แต่ไปไหนไม่ได้ เพราะไม่แน่ใจว่า “ผู้ต้องหา” จะออกจากห้องขังเดินทางไปศาลกี่โมง ก็เลยต้องรอกันต่อไป

อนงค์นางนักข่าวท่านหนึ่ง ขอสงวนชื่อเรียกว่า “เจ้าหญิงแห่งวงการข่าวอาชญากรรม” เห็นว่ารุ่นพี่และเพื่อนๆ รอกัน จึงยกโทรศัพท์สอบถามหาตำรวจเพื่อสอบถามว่าจะนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขังกี่โมง



“โอ้ย...แหล่งข่าวตำรวจส่งเสียงโรยรา “พึ่งสอบเสร็จกันตอนเกือบสว่างเอง พี่ขอนอนก่อน คาดว่าสักบ่ายสองนั่นแหละ ถึงจะพาตัวออกจากห้องขังได้”

พลันที่อนงค์นางแจ้งข่าวที่เช็กมาได้แก่นักข่าว ทุกคนก็เป็นอันเข้าใจ เพราะบ่ายสองนั่นแหละ จะไม่เชื่อก็ยาก เพราะนักข่าวสาวท่านนี้ฝีมือการเช็กข่าวเฉียบขาดยิ่งนัก เมื่อเช็กมาได้แบบนี้ ก็ต้องเชื่อกันล่ะ(วะ)

“ถ้ามาบ่าย เราไปหาอะไรกินกันก่อนไหม? โรงอาหารก็ยังดีรองท้องหน่อย กลัวจะเป็นโรคกระเพาะเอานะสิ เช้าไม่กินข้าว เที่ยงเกือบบ่ายถึงได้กิน เย็นมาล่อเหล้าเบียร์ มันจะทรุดเอาสักวันได้นะ” กิตติส่งเสียงมา ทุกคนเห็นด้วยเฉพาะท่อนแรก ที่ว่าควรหาอะไรกินกันสักหน่อย

“เข้าร้านอาหารเลย สุกี้กันดีไหม” วิชัยปลุกระดม ทุกคนเห็นด้วยทันที ก็เลยเดินทางกันเป็นเป็นฝูงเดินออกจากจุดเฝ้ารอไปหาอะไรกิน ตรงไปยังร้านอาหารที่ต้องการในห้างสรรพสินค้า ยังไม่มีลูกค้า พวกฝูงนักข่าวก็เลยเข้าไปยึดจับจองนั่งโต๊ะยาว สั่งอาหารมากินอย่างเอร็ดอร่อยกันเป็นอย่างยิ่ง



“ราคาไม่ต้องกลัว เดือนนี้เงินเดือนเหลือ อยากใช้ให้หมด” วิชัยยังโม้ไม่เลิก แต่มนุษย์เรานั้นจะสั่งอาหารได้สักแค่ไหนก็ตาม ถ้าลงว่าอิ่มแล้วก็ยากจะกินต่อได้ ทุกคนกินกันเสร็จสรรพ เตรียมหาของหวานมาล้างปากเพื่อให้ท้องโล่งไม่แน่นเสียหน่อย

“ของหวานไม่ดี ไอติมดีกว่าไหม ไปหาอะไรกินอีกร้านดีกว่า” วิชัยเชิญชวน คราวนี้ทุกคนเห็นด้วย มองเวลา ยังไม่เที่ยงเลย ยังเหลือเวลา ก็เลยยกขโยงจากร้านหลังจ่ายเงินกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไปกินไอศกรีมกันอีกร้าน เมื่อไปถึงพบว่าลูกค้ายังไม่มีเลย นักข่าวก็สั่งอาหารกินกันอย่างคล่องปาก กินของหวานชะล้างของหนัก เป็นที่อร่อยต่อปากและกระเพาะเป็นอย่างยิ่ง



“กาแฟสักหน่อยดีไหม ล้างปากอีกสักนิด” วิชัยเชิญชวน

แต่คราวนี้ใครหลายคนบอกว่า ไม่ไหวแล้วนะ ท้องจะแตกตายเป็นชูชกเอา จึงไม่เห็นด้วย และคิดว่าควรจะกลับไปเฝ้ารอการนำผู้ต้องหาออกจากห้องขังจะดีกว่า “เข้าห้องน้ำเสียหน่อย” กิตติบอก ทุกคนก็เลยรอกิตติเข้าห้องน้ำเสียนาน

สงสัยมันถ่ายของออก” หลายคนสงสัย กินเวลาเที่ยงนิด กิตติเดินออกจากห้องน้ำอย่างสบายตัว จากนั้นทุกคนก็ยกขโยงเป็นฝูงเดินไปยังจุดเฝ้ารอในตอนแรก ต่างพูดคุยเมาท์นินทากาเลเหมือนเทน้ำกันหลายเรื่อง เมื่อเดินไปถึงที่หมาย อนงค์นางนักข่าวก็ตะโกนเสียงดังสนั่นว่า “พี่...นักข่าวทีวีเขาไปรุมอะไรนะ”

ได้ยินเพียงเท่านั้น พวกเราก็หูผึ่งสบตาไปมองยังที่หมายทันที จากนั้นไม่ว่าจะกินอะไรมาอิ่มแค่ไหน พวกเราก็ลืมสิ้นแล้ว ต่างสับขายิ่งกว่าหมาโกยหนีน้ำร้อน วิ่งไปยังที่หมาย หยิบกล้องถ่ายรูปที่ฝากไว้ในรถข่าวของสักคน หยิบมาแล้ววิ่งซอยเท้าราวกับเป็นยูเซน โบลต์ เพื่อไปพบว่า…


ผู้ต้องหาที่เราเฝ้ารอมาตั้งแต่เช้า ผู้ต้องหาที่แหล่งข่าวตำรวจบอกว่าบ่ายสองถึงจะพาออกหมาย ผู้ต้องหาคนเดียวกันนี้ บัดนี้ตำรวจพาขึ้นรถตำรวจเดินทางออกจากที่หมายเสียแล้ว กล้องยังไม่ทันยก ได้แต่มองตาด้วยความเจ็บปวด



“วิชัย” ตบหน้าผากตัวเอง ที่จะได้ไลฟ์สดให้ผองประชาชนเป็นอันอดในบัดดลทันที ทุกคนสิ้นหวังกันไปหมด ตกภาพตกข่าวตกเหตุการณ์อย่างเจ็บปวด นี่แหละหนา...เขาเรียกว่า รอจนว่างเลยพลาดท่าเข้าให้ อนาถแท้ๆ...

ทันใดสะดุ้ง!! นักศึกษาฝึกงานของกิตติเดินมาหาหน้านิ่งๆ “พี่ครับ ผมไปกินข้าวได้ยังครับ ถ่ายรูปผู้ต้องหาไว้แล้ว”

ราวกับเสียงสวรรค์ “กิตติ” รีบขอดูภาพจากกล้องถ่ายรูปที่ฝากนักศึกษาฝึกงานเฝ้าไว้ ปรากฏว่าภาพข่าวนั้นถ่ายมาเกือบ 20 ภาพ แต่ใช้ได้เพียง 7 ภาพ “ก็ยังดีวะ สุดยอดๆๆๆๆ” กิตติจับมือนักศึกษาฝึกงานที่ยังงงๆ ว่า พวกรุ่นพี่เลี้ยงนักข่าวนั้นไปไหนกันมาแสนนาน



“สุดยอดเลยวะ ฝึกงานจบไปทำงานกับพี่เลยนะ” ทุกคนต่างรุมซูฮกไอ้นักศึกษาฝึกงาน

เราควรจะเลี้ยงอาหารขอบใจนักศึกษาฝึกงานนะที่ช่วยชีวิตนักข่าวอาชีพอย่างพวกเราไว้” ใครสักคนนำเสนอ

“กิตติ” เดินมากระซิบผม

“เงินผมหมดเสียแล้ว เล่นกินกันหลายอย่างเกิน ว่าแต่หนอนโรงพักมีให้ยืมสักสองร้อยไหม ผมว่าไอเดียดีนะ แต่ให้ผมเอาไปเลี้ยงนักศึกษาฝึกงานส่วนตัวนะ มันจะได้ไม่บอกหัวหน้าว่า ผมทำงานพลาด”

ฟังแล้วเจ็บปวด...แต่ให้ทำไงได้เล่าน้องมันกล้าขอ ผมจำใจควักแบงค์ร้อยสองใบให้ “กิตติ” แต่ “กิตติ” ไวกว่าคว้าแบงค์ห้าร้อยผมไปเสียแล้ว พลางกระซิบว่า “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมขอยืมมาใช้ประทังชีวิตก่อนนะครับ กินมาม่ามาหลายวันแล้ว

ไม่เป็นไรครับ พี่น้องกัน มันเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แม้มันจะไม่เคยช่วยเหลืออะไรผมเลยก็ตาม เอ...ว่าแต่...เฮ้ย! ผมนึกขึ้นได้...นั่นมันแบงค์ห้าร้อยสุดท้ายของผมในเดือนนี้แล้วนิ!!

หันหน้าจะไปทวงเงินคืน...แต่ “กิตติ” มันหายไปไหนแล้วหว่า....โอ้โฮ...ทีแบบนี้ไวยิ่งกว่าเสือชีตาร์เสียอีก ไปไหนแล้วเนี่ย!!
…............................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย ณัฐกมล ไชยสุววรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9