อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อนาคตระวัง!! สถาบันสงฆ์"หนีเสือปะจระเข้"

สัปดาห์นี้มาฟังความคิดเห็นจากพระสงฆ์และบรรดาฆราวาสในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อพุทธศาสนาและปัญหาที่เกิดขึ้นในคณะสงฆ์ว่าจะเข้าทำนองหนีเสือปะจระเข้ไหม?? พุธที่ 28 มีนาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ช่วงนี้ผมมีภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อย การที่ผมได้มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยๆ แบบนี้สิ่งหนึ่งที่ได้และส่งผลดีต่อการเขียนบทความคอลัมน์ “ริ้วผ้าเหลือง” นั่นก็คือการได้รับฟังความคิดเห็นจากพระสงฆ์และบรรดาฆราวาสที่สนใจกิจการพุทธศาสนาในมิติต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นภัยที่ส่งผลกระทบต่อพุทธศาสนา ปัญหาที่เกิดขึ้นในคณะสงฆ์ หรือแม้กระทั้งผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาและสถาบันสงฆ์ ที่มาจากรัฐบาลอนาคตหรือแม้กระทั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ในวงการพูดคุยส่วนใหญ่สรุปค่อนข้างเหมือนกันว่ารัฐบาลชุด พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลหนึ่งที่ดำเนินนโยบายส่งผลกระทบต่อสถาบันสงฆ์มากที่สุด โดยเฉพาะการรื้อสำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์และวัดต่างๆ ที่รัฐบาลคิดว่าเป็นอุปสรรคต่อนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” วัดและสำนักสงฆ์บางแห่งสร้างมาก่อนที่จะประกาศใช้เป็นเขตป่าของรัฐ วัดหรือสำนักสงฆ์บางแห่งอยู่มาเนิ่นนานเป็นที่พึ่งของประชาชนบริเวณรอบข้าง



รัฐบาลชุดนี้ก็
“สร้างตราบาป” รื้อทิ้ง สอบถามชาวบ้านหลายบ้าน แม้ตอนนี้ก็ยังผวาอยู่กับนโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” ของรัฐบาลชุดนี้ จากการพูดคุยกับชาวบ้านปัจจุบันจะสร้างบ้านในที่ดินของรัฐไม่ว่าจะเป็นที่ดินในเขตอุทยาน, ในเขตป่าสงวน, กรมธนารักษ์หรือแม้ที่ดิน ส.ป.ก.เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ออกเลขที่บ้านและหม้อไฟให้ อันนี้ไม่นับสิ่งที่รัฐบาล พล..ประยุทธ์ ทำ

เช่นการแก้กฎหมายคณะสงฆ์ การจัดระเบียบบัญชีวัด การปฎิรูปคณะสงฆ์ที่รัฐบาลมองว่า “วิกฤติ” ที่พูดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ทำ บางเรื่องผมเห็นด้วย แต่บางเรื่องการดำเนินการออกจะใช้ “อำนาจเกินควร” หากย้อนดูบทความเก่าๆ ของผม จะเห็นว่าผมนี้แหละที่ยุให้รัฐบาลรีบปฎิรูปจัดระเบียบคณะสงฆ์ แต่วิธีการมิใช่ทำอะไรที่กระทบจิตใจชาวพุทธดังปัจจุบัน

ผมเคยคุยกับสมาชิกทั้ง สปช.และสปท. หลายคนไม่เห็นด้วยกับ นโยบาย “ทวงคืนผืนป่า” ของรัฐบาล เพราะเรื่องนี้หลัก “นิติศาสตร์” ไม่สมารถแก้ได้มันต้องผสมหลัก “รัฐศาสตร์” เข้าไปด้วย บางคนเสนอ
“เก็บค่าเช่า” เอาเงินเข้ารัฐดีกว่าที่จะไปไล่ชาวบ้านออกจากป่า เพราะบางหมู่บ้านอยู่มาเกือบร้อยปีแล้ว เว้นพวกบุกรุกใหม่อันนี่ก็ว่ากันไปเป็นกรณีๆ ไป

แต่ผมเชื่อว่านโยบาย “ทวงคืนผืนป่า”  ทุบวัด รื้อสำนักสงฆ์นี้ คนเมืองชอบ แต่เท่าที่สัมผัสชาวบ้าน พระสงฆ์ต่างจังหวัด สรุปตรงกันว่า “ไม่ปลื้ม” และพาลไปกระทบหัวหน้ารัฐบาล คือ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย

กลับมาจากต่างจังหวัดไปเจอข่าวๆ หนึ่งเพื่อนๆ ส่งมาทางไลน์ กรณีเศรษฐีวัยรุ่นคนหนึ่งที่ผันตัวเองจะลงเล่นการเมืองเพื่อเป็น “ทางเลือกใหม่” ร่วมสร้าง “อนาคตใหม่” ให้กับประเทศไทย และประกาศพูดในเชิงว่า...



“ประเทศไทยไม่ควรอุปถัมภ์ศาสนาพุทธ เพราะการอุปถัมภ์พุทธศาสนาเป็นต้นเหตุ ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และคนศาสนาอื่นในพื้นที่จะกลายเป็นพลเมืองชั้นสอง”

เรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องที่เจ้าตัวพูดไว้ตั้งแต่ปี 60 แต่โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มาจากพุทธศาสนา แต่ผมเชื่อว่า “มีคนบางกลุ่มสร้างขบวนการที่ความต้องการแยกดินแดนหรือไม่ก็เขตปกครองพิเศษ”

ผมลงไปทำข่าวในพื้นที่ชายแดนภาคใต้หลายครั้ง พระสงฆ์ ชาวพุทธ และคนในพื้นที่อยู่ร่วมกันได้ดี แต่ระยะหลังๆ เพราะเราเชื่อแบบที่นักการเมืองรุ่นใหม่นี้เชื่อว่า “ศาสนาคือมูลเหตุความไม่สงบ” ศาสนาจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือให้กับทั้ง “คนของรัฐ” และ “ผู้ก่อเหตุความไม่สงบ” ศาสนาจึงผูกโยงกับความไม่สงบในพื้นที่ด้วย



ทั้งๆ ที่ในอดีตคนในพื้นที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข ไม่ได้มีความเชื่อทางศาสนาเป็นสิ่งขวางกั้นในการทำกิจกรรมร่วมกัน กรณีนี้ผมสอบถามนักวิชาการในพื้นที่และพระสงฆ์หลายรูปส่วนใหญ่ก็คิดอย่างที่ผมคิดนี่แหละ ผมว่าเศรษฐีวัยรุ่นคนนี้คิดจะเล่นการเมืองมองปัญหาภาคใต้ผิด ตั้งแต่พรรคยังไม่ตั้งไข่แบบนี้เข้าทำนอง “ติดกระดุมเม็ดแรกผิด ต่อไปก็จะผิดไปเรื่อยๆ”

แต่ความคิดแบบนี้อาจจะได้ใจบรรดาพวกกระหายสิทธิ สิทธิเสรีนิยมสุดโต่ง แต่ผมไม่เชื่อว่าพรรคการเมืองนี้จะจุดติดในสังคมไทย แต่บางเรื่องพูดเห็นด้วยกับแนวคิดของเขา เช่น รัฐควรจะถอยตัวเองออกจากศาสนา ไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่มย่าม หรือแทรกแซงจนป่วนดั่งที่ผมกล่าวว่าตอนแรก

ก็ไม่รู้ว่าอนาคตประเทศไทยและวงการคณะสงฆ์จะเข้าสำนวนที่ว่า “หนีเสือปะจระเข้” หรือเปล่า??
…......................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 102