อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 ธันวาคม 2561

ทุนนิยม4.0'โชห่วย'ตายแล้ว 'รถพุ่มพวง'กำลังจะสูญพันธุ์

สัปดาห์นี้น่าเห็นใจพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ ที่ถูกนายทุนใหญ่แย่งช่องทางทำกินอย่าง “โชห่วย” ที่ตายไปแล้ว ถึงคราว “รถพุ่มพวง” ที่กำลังจะสูญพันธุ์ รัฐฯ มีมาตรการช่วยหรือไม่? พฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม 2561 เวลา 08.00 น.


2-3 วันที่ผ่านมานี้โลกออนไลน์และสื่อสิ่งพิมพ์ประโคมข่าวและวิพากษ์วิจารณ์ กลยุทธ์ค้าปลีกรูปแบบใหม่ของ “บิ๊กซี” ที่จัดคาราวาน “รถมินิบิ๊กซี” เร่ขายสินค้ากระจายไปตามหมู่บ้าน

อันที่จริงไม่ได้มีค่ายเดียว “ยักษ์ใหญ่บางค่าย” ก็มีรถมินิเหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ เป็นเพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น หรือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น



นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่
“ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” ราวๆ สิบกว่าปีก่อน ก็เกิดปรากฏการณ์ฮือฮา เมื่อโมเดิร์นเทรดต่างชาติ ร้านสะดวกซื้อยักษ์ใหญ่ “คอนวีเนี่ยนสโตร์” ในรูปแบบ “เอกเพรส เอ็กซ์ตร้า” หรือ “มินิมาร์ท” รุกคืบเข้ายึดหัวถนนตามตรอกซอกซอยทั่ว กทม. ทุกวันนี้มีเกือบครบทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ ร้านโชห่วยเจ้าถิ่นต้องถอยร่นไปอยู่ในซอยหรือเลิกกิจการไปเลย

สัก 3-4 ปีมานี้ พ่อค้าแม่ค้าข้างถนนก็โดนร้านสะดวกซื้อรายใหญ่ทั้งไทยและเทศโดดมาแย่งตลาดอาหารตามสั่ง ขายตั้งแต่ผัดกระเพรา ผัดไทย กล้วยบวชชี ขนมบัวลอย ตะโก้ ข้าวโพดต้มยันกล้วยปิ้ง ภาพพ่อค้าแม่ค้าข้างทาง ที่ต้องเลิกอาชีพนี้ อาจจะไม่ชัดเจนเท่า
“โชห่วย” แต่ที่รู้ๆ คือของขายไม่ดีเหมือนเดิม

“จุดอ่อน” ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกงข้างทางคงไม่ต่างจาก 
“โชห่วย” ที่มีปัญหา ความไม่สะอาด ไม่มีมาตรฐานบางทีโกงลูกค้า ต่างจากร้านสะดวกซื้อ มีของกินครบ มีโปรโมชั่นลดราคาแถมนั่นแถมนี่ตลอด อาหารตามสั่งที่วางขายก็สะอาด วัตถุดิบดี ปริมาณได้มาตรฐาน ที่สำคัญแบรนด์และภาพลักษณ์ดีกว่า...



ตอนนี้ก็มาถึงคิว
“รถเร่ขายกับข้าว” หรือชาวบ้านเรียกว่า “รถพุ่มพวง” บ้างก็เรียก “รถโตงเตง” มีทั้งเร่ขายกับข้าว ขายของกิน และขายสินค้าอุปโภคบริโภคตามหมู่บ้าน กำลังจะโดน “รถมินิบิ๊กซี” ที่จะตีท้ายครัว!!

แม้บริษัทจะอ้างว่าแค่อยู่ในขั้นทดลองแผนธุรกิจก็ตาม แต่ถ้าทำจริงๆ คงทะยอยล้มหายตายจากกระทั่งสูญพันธุ์ไปเลย ธุรกิจนี้เป็นของพวก “ทุนน้อย” ปลาซิวปลาสร้อย สายป่านสู้ไม่ได้ ไม่มีการจัดการ ต้นทุนสูง เพราะไม่มีอำนาจต่อรองผู้ผลิตเหมือน “ทุนใหญ่” ภาพลักษณ์ก็สู้ไม่ได้ แบรนด์ก็ไม่มี

น่าห่วงที่สุด ตรงผลกระทบจะขยายวงกว้างไปถึงกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่เป็นพวกโรงานขนาดเล็ก เอสเอ็มอี หรือเกษตรกรที่ปลูกผักผลไม้ป้อนให้ ก็คงโดนหางเลขแย่ไปตามๆ กัน

เคยมีคนบอกว่าหากอยากจะรู้ว่าธุรกิจรถเร่ใหญ่ขนาดไหน ให้ไปแถวๆ ตลาดสดขนาดใหญ่แถบๆ ชานเมือง แหล่งใหญ่ที่สุดอยู่แถวๆ ตลาดพระราม 5 จะมีรถสิบล้อนับสิบๆ คัน ขนสินค้าจากโรงงานเอสเอ็มอี ขนผักผลไม้จากเกษตรกรมาส่งให้กับ
“รถพุ่มพวง” ที่จอดรอนับร้อยๆ คัน



หาก “รถพุ่มพวง” หายไป จะกระทบชีวิตคนที่อยู่ในวงจรเศรษฐกิจนี้ไม่รู้เท่าไหร่???

จะบอกว่า เป็นความผิดของนายทุนหรือไม่?? ก็คงไม่ใช่ข้ออ้างตลอด คือบ้านเราเป็นระบบค้าเสรีส่วนจะไปถามหา สปิริตคงจะยาก จะให้ไทยช่วยไทยก็คงยากเช่นกัน เคยมีการสำรวจเมื่อคราวยักษ์โมเดิร์นเทรดเข้ายึดตลาดร้านโชห่วย ผลออกมาว่า “คนไทยส่วนใหญ่เห็นใจร้านโชห่วยที่เป็นคนไทย แต่ยังจะซื้อของจากร้านสะดวกซื้อ”

คงเป็น “ภาระรัฐบาล” หรือกระทรวงพาณิชย์ต้องเข้ามาดูแลว่า การกระทำของ “ยักษ์ค้าปลีก” เข้าข่ายการแข่งกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือเป็นการค้าแบบผูกขาดหรือไม่?? เข้าข่ายมีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่??

ควรก็ตีกรอบสร้าง
“ลู่แข่ง” แยกกันให้ชัดเจน วิ่งกันคนละลู่ อย่าปล่อยให้รายใหญ่ทุนหนามาล้ำเส้น!! แม้ว่าการแข่งขันจะทำให้ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ก็ตาม

หน้าที่ของรัฐบาลจะต้องดูแลคนไทยทุกคนเท่าเทียม ต้องปกป้องผลประโยชน์ของ “คนตัวเล็กตัวน้อย พ่อค้ารายเล็กรายน้อย” ให้มีช่องทางทำมาหากินบ้าง...!!
…..................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


ขอบคุณภาพจาก : ข่าวสารเมืองปราการ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 3.08K