อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม 2561

ลูกกรดเซนเทนเนียล สมิธฯ 43C แอร์ไลท์

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ เซนเทนเนียล ขนาด .22LR มีจุดเด่นที่น้ำหนักตัวเบาที่สุด เพียง 325 กรัม เบากว่าคู่แข่งคือ รูเกอร์ LCR .22 เสาร์ที่ 31 มีนาคม 2561 เวลา 04.00 น.


ปืนลูกโม่โครงเล็กของ สมิธแอนด์เวสสัน ที่โรงงานเรียกว่า J-Frame เปิดตัวเมื่อปี 1950 ในงานประชุมสมาคมผู้บัญชาการตำรวจนานาชาติ (International Association of Chief of Police Convention) ใช้กระสุนมาตรฐานตำรวจของยุคนั้น คือ .38 สเปเชียล โม่เล็ก จุ 5 นัด ขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก สมิธฯ จัดประกวดตั้งชื่อรุ่นปืนในที่ประชุมนั้น ชื่อที่ได้คะแนนสูงสุดคือ “ชีฟสเปเชียล” (Chiefs Special) เข้ากับบรรยากาศของงาน ปืนรุ่นแรกที่เข้าสายการผลิตใช้ลำกล้อง 3 นิ้ว ตามคำเรียกร้องของกลุ่มลูกค้าหลัก

สองปีต่อมา สมิธฯ ปรับแบบปืน ชีฟสเปเชียล รุ่นลำกล้อง 2 นิ้ว ให้เหมาะเป็นปืนพกซ่อนยิ่งขึ้น คือใช้นกสับซ่อนในโครงปืน ไม่มีหางนกที่อาจเกาะเกี่ยวเสื้อผ้า ไกแบบดับเบิลทุกนัด หากจำเป็นสามารถยิงจากในกระเป๋ากางเกงหรือเสื้อโค้ตได้ และพอดีกับเป็นโอกาสครบรอบร้อยปีของการก่อตั้งบริษัท จึงตั้งชื่อรุ่นว่า “เซนเทนเนียล” (Centennial) ตามติดด้วยรุ่นโครงอัลลอยน้ำหนักเบา “แอร์เวท เซนเทนเนียล” (Air Weight Centennial) ภายในปีเดียวกัน ต่อมาเมื่อสมิธฯ เปลี่ยนการเรียกชื่อรุ่นปืนเป็นรหัสตัวเลข ปืนนกในคู่นี้ได้รหัสคือ โมเดล 40 และ 42 ตามลำดับ แต่ชื่อ เซนเทนเนียล ยังใช้เรียกติดปากนักนิยมปืนเสมอมา



ปืนรูปแบบเซนเทนเนียล จัดเป็นกลุ่มสินค้าขายดีของสมิธฯ ในแคตตาล็อกล่าสุดมีีลูกโม่โครงเล็กนกในเช่นนี้ให้เลือกถึง 10 แบบ ในขนาดกระสุน .22LR, .22 แม็กนั่ม, .32, .327 แม็กนั่ม, .38 สเปเชียล, 357 แม็กนั่ม และ 9 มม. ลูเกอร์ ตัวโม่ใหญ่เท่ากัน แต่จุกระสุนต่างกัน คือ 8 นัดสำหรับลูกกรด, 7 นัดสำหรับลูกกรดแม็กนั่ม, 6 นัดสำหรับ .32 และ 5 นัด สำหรับ .38/.357/9 มม.

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้ เป็นเซนเทนเนียล ขนาด .22LR ชื่อรหัสคือ โมเดล 43C ตัวเบาพิเศษในชุด “แอร์ไลท์” (Air Lite) มีจุดเด่นที่น้ำหนักตัวเบาที่สุด เพียง 325 กรัม เบากว่าคู่แข่งคือ รูเกอร์ LCR .22 ที่ใช้โครงโพลิเมอร์เกือบ 100 กรัม ซึ่งสมิธฯ พยายามสุดฝีมือในการลดน้ำหนัก เริ่มจากวัสดุอัลลอยทั้งโครงปืนและตัวโม่ เหลือส่วนที่เป็นเหล็กคือลำกล้องและชุดลั่นไก ​โครงปืนมีการเซาะร่องใต้โกร่งไกและหลังด้าม ทั้งยังปาดครอบลำกล้องสองด้านให้แบนเพื่อลดน้ำหนักลงอีกด้วย ตัวปืนเบามากเช่นนี้ถ้าเป็นขนาด .38 จะมีปัญหาเรื่องรีคอยล์ และหัวกระสุนในโม่นัดที่ยังไม่ยิงอาจขยับเคลื่อนจากปลอกทำให้ปืนติดขัดได้ แต่เมื่อใช้กระสุน .22LR ไม่มีปัญหา ยิงได้นิ่มนวลดี



ตัวปืนแต่งผิวดำด้านทั้งกระบอก ยกเว้นตัวลำกล้องสเตนเลสที่อยู่ในปลอกหุ้มอัลลอย กับแป้นคัดปลอกกระสุน กลไกเป็นแบบดั้งเดิมไม่มีกุญแจล็อก ไกดับเบิลแต่งมาค่อนข้างดี แรงเหนี่ยวไก 10 ปอนด์ ศูนย์ดีมาก โดยศูนย์หน้าฝังหมุดขาวเห็นได้ชัดเจน ศูนย์หลังเป็นร่องรูปตัว U ที่สันปืน เล็งได้รวดเร็ว ด้ามยางแข็ง ออกแบบสำหรับพกซ่อน กำด้ามได้แบบนิ้วก้อยลอย

กระสุนลูกกรด .22LR มาตรฐาน หัวกระสุนหนัก 40 เกรน เมื่อยิงจากปืนลำกล้องสั้นเช่นนี้ ได้ความ เร็วประมาณ 900–920 ฟุต/วินาที พลังงาน 70-75 ฟุต-ปอนด์ หรือถ้าเป็นลูก CCI Stinger หัว 32 เกรน ความเร็วทำได้ 1,020 ฟุต/วินาที พลังงาน 73 ฟุต-ปอนด์ ไม่ต่างกัน สำหรับปืน 43C นี้ ควรเลือกใช้ลูกความเร็วมาตรฐานจะเหมาะกว่า.


....................................
ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.71K