อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เสียงร้องไห้โหยหวน ลบคำว่า'กูเกลียดพวกมันชะมัด!'

สัปดาห์นี้น่าสลดเมื่อ “ชายขับรถบัส” สุดเกลียดแรงงานต่างชาติที่มาแย่งเขาทำงาน ต้องเห็นภาพหนูน้อยร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางแสงเพลิงแผดเผารถบัสอีกคันเป็นอย่างไรไปอ่านกัน พุธที่ 4 เมษายน 2561 เวลา 08.00 น.


เสียงคำรามดังขึ้นในใจ  “ชายวัยเฉียด 50 ปี”  เขามีอายุมานานพอจะเห็นว่า...โลกนี้ชักไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เขาได้ และคงไม่ทำให้เขาพบคำว่ารวยอีกต่อไปในชีวิตนี้ ที่ทำได้ก็คือหาเงินมากินเหล้าให้เต็มที่ ชีวิตไม่มีอะไรแล้ว

“เมียก็ตายจาก...ลูกสาวก็หนีหาย...ลูกชายก็จบชีวิตตัวเองมานานมากแล้ว”

สิ่งที่ทำให้เขาน้อยใจที่สุด ไม่ใช่ชะตาชีวิต นั่นมันง่ายเกินไปที่จะโทษให้เป็นแพะรับบาป เขาโทษผู้โดยสารที่กำลังนั่งรถบัส ซึ่งเขาเป็นโชเฟอร์มากกว่า พวกแรงงานต่างชาติทั้งหลายแหล่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้กับประเทศไทยซึ่งเขาเกิดมา

พวกมันกอบโกยและสูบฉีดประเทศไทย เขาหางานทำลำบากยากเข็ญ เพราะนายจ้างคนไทยดันเลือกจะจ้าง
“ไอ้หนุ่มเขมร” สักคนที่ดูมีภาษีกว่าเขา ช่างเจ็บปวดยิ่งนักที่เขาต้องแพ้ให้กับคนจากประเทศนี้ เขาฝังใจกับคนพวกนี้ มันเข้ามาแย่งงานเขา ทำให้ชีวิตของเขาต้องจบลงที่การเป็น “คนขับรถโดยสาร” อย่างช่วยไม่ได้ ถ้าไม่ทำก็อดกิน

ความฝันที่จะได้แก่ตัวมีชีวิตสบายไม่มีวันเป็นจริงอีกแล้ว จะให้โทษใครได้ พวกแรงงานต่างชาติเหล่านี้นี่เอง...!!

แล้วกูต้องมารับภาระขับรถบัสให้พวกมันนั่งอีกเหรอ นายจ้างก็เฮงซวยเลือกกูไปขับรถให้พวกมัน กูไม่ใช่ขี้ข้า เขาอยากกดคันเร่งรถคันนี้ แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่ อยากจะขับเร็วให้พวกมันร้องโวยวายด้วยความกลัว คงจะสะใจเขาไม่น้อย แต่รถคันนี้มันไม่เอื้อให้ทำความเร็วเท่าไหร่นัก



“ชายวัยเฉียด 50 ปี” ไม่รู้เลยว่า...ทุกครั้งที่เขาคิดถึงเรื่องแบบนี้และเรื่องราวในอดีต นอกจากจะทำให้เขาโกรธโมโหแล้ว มันยังทำให้แก้มซ้ายเขากระตุกอย่างไร้สาเหตุด้วย ซึ่งเขาไม่ชอบเลย เหมือนเป็นโรคประหลาด วันนี้ขณะขับรถบัสก็เช่นกัน เมื่อคิด แก้มซ้ายก็กระตุก คนอื่นอาจสังเกตเห็นแล้วไม่พูด หรือบางคนไม่สังเกต

แต่ 
“เด็กหญิงพม่า” วัย 5 เดือนจากตักแม่ชาวพม่า ซึ่งนั่งหน้ารถข้างๆ กับเขา แม้จะเด็กเล็กพูดยังไม่ได้ ต้องนั่งตักแม่ตลอดเวลา กลับสังเกตเห็นทุกครั้งที่แก้มซ้ายเขากระตุก เด็กจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

เขารู้ดีว่าแม่ของเด็กพยายามจะบอกให้เด็กเงียบ โดยการส่งเสียงเป็นภาษาอะไรสักอย่างที่เขาแปลไม่ออก แต่เด็กมันก็หยุดไม่ได้ เขาหันมองเด็กเป็นครั้งคราว หน้าตาเด็กหญิงคลับคล้ายคลับคลาเหมือนลูกสาวคนโตของเขา คนที่หนีพ่อกับแม่ไปอยู่กับผัวสักคน แล้วไม่กลับมาใยดีอีก ถึงวันนี้ก็ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหนแล้ว



เขานึกถึง “ลูกสาวคนแรก” คนที่เขาจับมือให้เขียน ก.ไก่ ตัวแรก วันที่เขียน ก.ไก่ได้สำเร็จ ลูกสาวคนแรกตะโกนออกมาว่า “ทำได้แล้วๆ” ทั้งคืน เขาได้แต่ปรบมือให้แล้วก็ยิ้ม

แก้มซ้ายเขากระตุกอีกครั้ง เด็กก็หัวเราะออกมา คราวนี้แม่เด็กตีที่ปากเด็กเบาๆ ให้หยุดทำแบบนี้ แต่เด็กก็คือเด็ก ไม่รู้ว่าโลกมีเรื่องต้องห้ามมากมายที่ผู้ใหญ่กำหนดเอาเอง คราวนี้ร้องไห้ออกมาเสียงดัง เสียงร้องของเด็กทำให้เขาคิดถึง “ลูกสาวคนโต” ตอนสอนหัดปั่นจักรยานแล้วหกล้ม ร้องไห้โยเย...ทั้งที่หัวเข่าเป็นรอยถลอกนิดเดียว “ไม่อยากขี่จักรยานแล้ว ไม่เอาแล้วพ่อ”

พูดแบบนี้อยู่ 2 วัน พอวันที่ 3 ลูกสาวเขาก็ปั่นเป็น อา...แก้มซ้ายเขากระตุกอีกแล้ว...เด็กหญิงที่กำลังร้องไห้ หยุดชะงัก!! ก่อนจะปริรอยยิ้มออกมา หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข  
“ชายวัยเฉียด 50 ปี”  ยอมรับว่าพลันที่เด็กหัวเราะตอนแก้มซ้ายเขากระตุกนั้น ทีแรกเขาหงุดหงิดเหมือนกัน แต่พอหันไปมองก็ไม่ถือสา เด็กก็คือเด็กจะไปรู้อะไร น่ารักด้วย เขาคิดถึงลูกสาวเขาชะมัด

พลันที่เลี้ยวโค้งข้างหน้า เขาก็ผ่อนคันเร่ง แล้วจ้องมองภาพกระจ่างตา รถบัสอีกคันของบริษัทที่เขาทำงาน ซึ่งก็ได้รับคำสั่งให้ขน
“แรงงานต่างชาติ” มา...กลับล้มคว่ำพลิกตะแคง ไฟลุกท่วม เขาเหยียบเบรกทันที แล้วนำรถจอดข้างทาง ท่ามกลางความตกใจตื่นตะลึงของผู้โดยสารในรถของเขา ผู้คนมากมายพยายามช่วยเหลือ เสียงดังลั่นโกลาหลยิ่งนัก ตำรวจโบกมือห้ามรถเขาจอด ให้ขับเลยไป เพราะอันตรายเป็นอย่างยิ่ง!!



แม่ของเด็กเห็นภาพตรงหน้าแล้วตะโกนออกมาดังลั่น พยายามลงจากรถ แต่เขาไม่ได้เปิดประตู เธอเอาลูกสาวไปวางฝากไว้กับเพื่อน หันมาพูดภาษาอะไรบางอย่างกับเขา เข้าใจว่าให้เปิดประตูรถ แต่ชายหนุ่มส่ายหน้า เธอคงคิดว่าเขาไม่เข้าใจความหมาย จึงหันไปบอกเพื่อนผู้หญิงที่รับฝากลูกนั่งตักแทน

แฟนเธอพ่อของเด็กอยู่ในรถคันที่พลิกคว่ำและไฟลุกท่วม เธออยากให้เปิดประตูพาเธอลงไป” เพื่อนอีกคนพูดออกมา แต่เขาส่ายหน้า ไม่มีวันจะปล่อยเธอลงจากรถได้


“ชายวัยเฉียด 50 ปี” ตัดสินใจขับรถออกจากจุดเกิดเหตุ ขับให้ห่างไปสักหน่อย หญิงสาวพยายามอ้อนวอนร้องไห้ คนอื่นๆ ในรถต่างวิ่งมาห้ามปลอบโยนเธอ น้ำตาเธอไหลออกมา...

“แฟนเธออยู่ในรถ พ่อของเด็กนั่งรถอีกคัน เพราะคนมันเต็ม เลยไปขึ้นรถอีกคัน” ใครสักคนพูดภาษาไทยกระท่อนกระแท่นให้เขาฟัง



ถึงตอนนี้ “เด็กหญิง” วัย 5 เดือนเริ่มรู้แล้วว่าโลกเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นแม่ร้องไห้ เธอก็เริ่มร้องไห้ตาม ยื่นมือเพื่อจะไปหาแม่ แต่หญิงสาวลงไปนอนกับพื้นร้องไห้ กรีดเสียงออกมาอย่างเจ็บปวด!! เพื่อนๆ หลายคนกำลังปลอบ


“ชายหนุ่ม” หันไปบอกว่าปล่อยเธอลงจากรถไปไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่กำลังเข้าช่วยเหลือ เขาไปปลอบให้เธอสงบลงร่วมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ

แวบนั้น...เขาหวนนึกไปถึง “ลูกชายคนรอง” ที่เสียชีวิตจากการนั่งรถทัวร์แล้วตกเขาเมื่อหลายปีก่อน ขณะไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน ตอนนั้นเมียของเขาร้องไห้แทบจะขาดใจตาย ส่วนเขาไม่มีน้ำตาไหลออกมา เพราะมันไหลในร่างจนหมดสิ้นแล้ว จำได้ว่าเป็นความปวดช้ำรวดร้าวที่สุดในชีวิต



“เด็กหญิง” วัย 5 เดือนยังคงร้องไห้ออกมาอย่างต่อเนื่อง พยายามจะไปหาแม่ที่หมดสติไปแล้ว เขาหยุดรถตั้งสติ คงจะอีกนานกว่าจะเข้าที่เกิดเหตุได้ ตัดสินใจอุ้มทารกน้อยมาปลอบ ถึงตอนนี้แก้มซ้ายเขากระตุกอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีเสียงหัวเราะออกมาจากปากของเด็กหญิงวัย 5 เดือนอีกต่อไป

มันเป็นเสียงร้องไห้โหยหวนที่เจ็บปวดฉีกลึกลงไปกลางใจเขายิ่งนัก เป็นเสียงร้องไห้ให้กับการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นมาแม้แต่น้อย

เป็นเสียงร้องไห้ที่ทำให้
“ชายวัยเฉียด 50 ปี” ลืมความเกลียดชังในมนุษย์คนอื่นไปชั่วขณะ และเป็นเสียงร้องไห้ ซึ่งเขาฟังแล้วเศร้าใจที่มันยังคงดังก้องเสมอในสังคมไทยตลอดมา.
…...........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 160