อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 สิงหาคม 2561

มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล 32ปีออกหน่วยแพทย์ฯรับใช้ปชช.

32 ปีที่ยืนหยัดช่วยเหลือประชาชน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ “มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล” จับมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 27 ตระเวนรักษาผู้ป่วยฟรีทั่วไทย เสาร์ที่ 7 เมษายน 2561 เวลา 09.00 น.


ครบรอบ 54 ปีไปเมื่อวันที่ 28 มี..ที่ผ่านมา สำหรับ “นสพ.เดลินิวส์” ต้องขอขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับแขกผู้มีเกียรติที่มาอวยพรที่สำนักงานฯจำนวนมาก ขอบคุณสำหรับกระเช้าดอกไม้สวยๆ ขอบคุณกำลังใจที่ทุกๆ ท่านมอบให้ รวมถึงแฟนคลับที่ติดตาม “เดลินิวส์” มาโดยตลอด...อีกทั้งกราบขอบพระคุณผู้ที่บริจาคเงินสมทบทุนเข้าร่วมกับ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล ด้วยเช่นกัน

เดลินิวส์” นอกจากจะมีบทบาททางการนำเสนอข่าวให้กับประชาชนได้รับทราบเรื่องราวในสังคมแล้ว อีกภารกิจหนึ่งที่ค่ายสีบานเย็นทำมาตลอด-ทำมาอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญทำเพื่อสังคม...นั่นก็คือ การออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มูลนิธิ แสง-ไซกี เหตระกูล เดินทางเข้าช่วยเหลือรักษาฟรีให้กับชาวบ้านตามพื้นที่ชนบททั่วประเทศ จุดเริ่มต้นของมูลนิธิฯ-ทีมแพทย์จากที่ไหน? มีหน่วยงานอะไรเข้ามาสนับสนุน? หลายคนคงยังไม่ทราบ...ในวาระครบรอบ 54 ปี “เหยี่ยวขาว” จึงขอนำเรื่องราวภารกิจของ “สื่อหลัก” ของประเทศมาให้ทุกท่านได้ทราบ...

เมื่อปี 2529 เกิดเหตุ “พายุเกย์” พัดถล่มทางภาคใต้ สร้างความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ให้กับพื้นที่ด้ามขวานไทยบางบ้านสูญเสียคนในครอบครัว บางคนสูญเสียบ้านเนื่องจากถูกพายุพัดหายไปทั้งหลัง นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ชาวบ้านกำลังเผชิญกับความทุกข์อยู่นั้น...จุดเริ่มต้นของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล ก็เกิดขึ้น โดยได้ร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค นำแพทย์จาก นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเยียวยารักษาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากพายุถล่มทันที



และในเดือนต่อๆ มา คณะแพทย์เคลื่อนที่ชุดนี้ก็ได้ออกไปดูแลช่วยตรวจรักษา-จ่ายยาฟรี ให้กับชาวบ้านในชนบทที่ห่างไกลเรื่อยมา ตั้งแต่วันนั้นมาจนถึงวันนี้ 32 ปีแห่งความภาคภูมิใจของแพทย์ทุกคน ถ้านับจำนวนชาวบ้านที่มารับบริการจากหน่วยแพทย์เคลื่อนที่คณะนี้น่าจะเกินกว่า 5 แสนคน

ระยะแรกๆ แพทย์ทุกคนยังคงมีภาระหน้าที่ จึงหาเวลาว่างมาร่วมกันออกหน่วยแพทย์ได้ 3-4 เดือนครั้ง จน 10 ปีล่วงแล้ว หลังจากที่ทุกคนมีเวลาว่างมากขึ้น ความถี่ของการออกหน่วยแพทย์ก็เริ่มถี่ขึ้นเป็นลำดับ จนขณะนี้คณะแพทย์เคลื่อนที่ชุดนี้จะออกให้บริการทุกเดือน แบ่งเป็นการออกหน่วยเล็กตรวจโรคทั่วไปปีละ 8 ครั้ง และร่วมกับกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลขนาดใหญ่หลายแห่ง จัดเป็นคลินิกตรวจโรคเฉพาะทางคณะใหญ่ถึง 20 คลินิก จะออก 3 เดือนครั้ง รวมปีละ 4 ครั้ง



มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล นับว่าเป็นหัวแรงใหญ่ ส่วนคณะแพทย์เป็นทีมนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 27 และได้กำลังหนุนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ที่มีกำลังคนอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยมาเป็นตัวขับเคลื่อนให้หน่วยแพทย์ชุดนี้เดินหน้าเรื่อยมาจนถึง 32 ปี ทุกครั้งที่ออกทำงานจะใช้เวลา 2 วัน 2 แห่ง แต่ละแห่งจะมีชาวบ้านมารับบริการเฉลี่ย 500-600 คน แต่ถ้าเป็นคณะแพทย์ชุดใหญ่ จะมีชาวบ้านมารับบริการมากถึงแห่งละไม่น้อยกว่า 5,000 คน

นับเป็นความสำเร็จของ 3 องค์กรคือ มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 27 ที่ได้ผนึกกำลังกันอย่างเหนียวแน่นตลอดมา โดยมีอดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทุกยุคทุกสมัย ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดระยะเวลา 32 ปี รวมทั้งผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยก็ได้ให้ความอนุเคราะห์จัดสถานที่ให้กับคณะแพทย์ ในส่วนของมูลนิธิฯ รับภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าที่พัก ค่าเดินทางของคณะแพทย์ ค่าอาหาร ค่ายา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจัดงบประมาณเข้ามาสมทบด้วย



ต่อมาปี 2548 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เล็งเห็นความสำคัญ และคุณประโยชน์ของหน่วยแพทย์ชุดนี้ จึงได้จัดแพทย์จากคณะต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย โดยมีการตรวจส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร เพื่อตรวจหามะเร็งในลำไส้ ริดสีดวง และเครื่องอัลตร้าซาวน์ค้นหามะเร็งตับเข้ามาร่วมก่อน การออกหน่วยในแต่ละครั้งจะต้องขนกล้องตรวจที่มีราคาเครื่องละนับล้านบาทไปให้บริการครั้งละ 4-5 ตัว

ในระยะต่อมาจึงมีแพทย์เฉพาะทางจากคณะต่างๆ เข้ามาร่วมด้วย ทั้งจักษุ สูตินรีเวช ออโธโปดิกส์ ผิวหนัง โสต ศอ นาสิก แพทย์แผนไทย ฝังเข็ม แพทย์แผนจีน แผนไทย รักษาด้วยสมุนไพร ทันตกรรม และสถาบันเด็กแห่งชาติมหาราชินี รวมทั้งตรวจรักษาโรคนิ้วล็อก และยังมีเวชศาสตร์ฟื้นฟูเข้าร่วมด้วย

“สมพร ใช้บางยาง” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า นับเป็นคณะแพทย์เคลื่อนที่ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ที่ได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่คณะเล็กๆ มีแพทย์เข้าร่วมเพียงไม่กี่ท่าน จนมาถึงวันนี้สามารถพูดได้ว่า 
คณะแพทย์ชุดนี้เป็นแพทย์เคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุด มีแพทย์เข้าร่วมมากที่สุดนับร้อยคน มีบุคลากรจากภาคส่วนต่างๆ เข้ามาช่วยกันคนละไม้คนละมือเกือบ 500 คน สามารถตรวจรักษาชาวบ้านได้ภายในวันเดียวมากกว่า 5,000 คน

“ประพีร์ ปุ้ยพันธวงศ์” ประธาน มูลนิธิแสง-ไซ้กี เหตระกูล กล่าวว่า คณะแพทย์เคลื่อนที่ชุดนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าปราศจากแพทย์ทุกท่านที่มีจิตใจเดียวกันคือ สร้างคุณประโยชน์ให้แผ่นดิน เพื่อให้ประชาชนในชนบทปราศจากโรคภัยมีสุขภาพแข็งแรง เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ ในหลวงและพระราชินี ของเรา

และทุกแห่งหนที่หน่วยแพทย์ชุดนี้ไปออกหน่วย จะได้พนักงาน และเจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเข้ามาช่วยดูแลจัดสถานที่ จัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ ห้องน้ำแพทย์ ห้องน้ำประชาชน รวมทั้งอาหารการกินของคณะแพทย์ และชาวบ้านที่มาพบแพทย์อย่างทั่วถึงทุกหนแห่ง



“เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ได้รับบริจาคมาจากทุกท่านถูกนำย้อนกลับไปสู่สังคมแล้ว ตามที่ได้รายงานให้ทราบนี้ แม้แพทย์ทุกคนจากนักศึกษา วปอ.27 จะชราภาพลงไปมากแล้ว บางท่านที่มีอายุมากถึง 86 ปีแล้ว แม้ร่างกายของท่านจะอ่อนล้ากำลังวังชาจะถดถอย แต่ถ้ายังเดินทางไหวท่านก็ยังยืนยันที่จะออกหน่วยต่อไป เพื่อดูแลชาวบ้านที่ห่างไกลจากมือแพทย์ตามเมืองใหญ่ๆ ต่อไปจนกว่าจะหมดแรง

ตระเวนรักษาผู้คนไปทั่วประเทศ...เป็นการรวมพลังของ 3 หน่วยงาน รวมใจของกลุ่มบุคลากรที่เห็นถึงความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์...ไม่แบ่งชนชั้น ไม่แบ่งภาค ทำโดยหัวใจอย่างแท้จริงโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น...สิ่งที่พวกท่านทำให้กับสังคมนี้ “เหยี่ยวขาว” ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกๆ ท่านในความเสียสละ...และขอให้ภารกิจนี้อยู่คู่กับคนไทย ช่วยรักษาคนจน-ผู้ยากไร้ในถิ่นทุรกันดารตลอดไป.
..........................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม

โดย “เหยี่ยวขาว”

มีข้อมูลเรื่องคนทำดีสามารถแนะนำมาได้ที่ supalerkv4@gmail.com


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 70