อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 25 เมษายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ใครฆ่าผัวกู?เมียสะอื้นถาม ตำรวจรู้แต่ยังไม่ถึงเวลาบอก

สัปดาห์นี้สุดเศร้าเมียคว้าหมวกกันน็อกเหวี่ยงออกไปเพื่อป้องกันตัวโดนหน้าผัวน็อกพื้นดับอนาถ ถึงขั้นช็อกสติหลุด!! ถามตำรวจใครฆ่าผัวกู? พุธที่ 11 เมษายน 2561 เวลา 08.00 น.


วันนี้เธอปวดท้องอย่างถึงที่สุด เดินก็แทบจะไม่ไหว เหงื่อแตกผุดออกมาตามร่าง ได้แต่พยายามกลั้นมันให้ไหว ก่อนกำลังคิดว่า อาการปวดท้องนี้เกิดจากอะไร?? แน่นอนเธอไม่ได้เรียนสูงและจบแพทย์มา จึงไม่อาจสันนิษฐานได้ ทำได้คิดตัดไปทีละตัวเลือก

เช่น ไม่น่าใช่อาการประจำเดือน เพราะตลอดชีวิตเธอไม่เคยปวดท้องประจำเดือน อาหารเป็นพิษก็ไม่ใช่ เธอไม่ได้กินอะไรอิ่มๆ หรือผิดสำแดงมานานมากแล้ว การถ่ายก็ปกติดีทุกอย่าง แต่มันไม่ใช่การปวดท้องลักษณะนั้น เธอปวดเหมือนมีคนเอามือมากุมลำไส้ใหญ่ไว้และบีบให้แน่น พร้อมทั้งเขย่า จนเธอเดินแทบไม่ไหว

ตื่นเช้ามาก็เริ่มปวดแล้ว ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น “ลูกสาว” ของเธอยังไม่กลับมาบ้านเลยตอนตี 5 นี้ หลังจากดอดออกจากบ้านไปตั้งแต่ 2 ทุ่มเมื่อวาน ห้ามก็เหมือนลมผ่าน รู้สึกแต่ไม่เคารพ เธอไม่มีเรี่ยวแรงพอจะบังคับลูกคนนี้ได้อีกแล้ว



ลุกขึ้นมาชงกาแฟให้ “สามี” เดินอย่างลำบาก เขานอนกรนอยู่บนเตียง เธอเดินข้ามเขามาในขณะที่เขาหลับ หากเขาไม่หลับแล้วเธอเผลอเดินข้าม ตีนเขาจะฟาดเข้าที่ลำตัวเธอทันที พร้อมก่นด่าประณามอย่างรุนแรง “มึงมาข้ามกูได้ไง”

ทุกวันนี้เวลาที่เขาหงุดหงิดเธอ เขาจะตบหัวเธออย่างจัง หลายๆ ครั้งจนแทบจะเบลอ เหมือนนักมวยเมาหมัด เธอต้องย้ำเตือนตัวเองว่าอย่าทำให้ผัวโมโห ยิ่งวันใดถ้าเขาเมากลับมา เธอจะต้องอยู่ให้เงียบที่สุด



“ลูกสาว” พยายามถามแม่ว่า ทำไมถึงยอมทนกับคนเลวๆ แบบนี้ได้?? แต่เธอย้ำเตือนว่าคนเลวคนนี้ก็คือพ่อแท้ๆ ของลูก ครั้งหนึ่งพ่อเป็นคนที่ดีมาก แต่เมื่อเหล้าเข้าปาก สติเขาก็หล่นลงหายจากปัจจุบัน สู่โลกจินตนาการในสักที่ พ่อเคยทำงานในอู่รถแห่งหนึ่ง ที่ต่อมาเขาก็ปิดตัวลง เพราะย้ายการผลิตไปที่อื่น ชีวิตพ่อเคว้ง ความหวังที่จะมีบ้านมีรถกับใครเขาหายไป

ชีวิตจบลงที่การขี่วินจยย.แบบนี้ ผัวเธอคนนี้เริ่มตบตีเธอ เมื่อเขาออกไปเป็นวินจยย.ได้ไม่กี่เดือน เขาอายและเจ็บปวดแต่ไม่มีที่ลง วันหนึ่งเขาบ่นกับอาชีพใหม่ และพร่ำถึงชีวิตในอดีต เธอพยายามบอกให้เขาสู้ แต่เหมือนโยนถ่านเข้าไปในกองไฟ ชายหนุ่มหงุดหงิดโดยพลัน เขาปาฝาเหล้าขาวใส่หน้าเธอ ทำเอาสะดุ้ง ก่อนจะตามมาด้วยฝ่ามือฟาดเข้าที่หน้าอย่างแรง “มึงไม่เป็นกู มึงไม่รู้หรอก ว่าต้องเป็นยังไง ไม่รู้แล้วชอบแส่อีก”

เธอยกมือไหว้ขอโทษเพราะความกลัว แต่ “ชายหนุ่ม” โมโหราวกับว่าวที่หลุดบนท้องฟ้ายามฝนลงแล้ว มันปลิวว่อนไปกับแรงลมแห่งพายุ ชายหนุ่มลุกขึ้นตบหัวเธอเป็นชุด ผลักเธอจนล้มกองกับพื้น พร่ำด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย เท้าเตะเข้าที่ขาของเธอและลำตัวอย่างต่อเนื่อง คืนนั้นหญิงสาวนอนร้องไห้ ไม่เชื่อว่าผัวของเธอที่เคยรักจะกลายเป็นแบบนี้ได้



แต่รุ่งเช้าเขาก็มาขอโทษ “พี่เมาไปหน่อย” นั่นคือคำพูดที่เขามักจะหล่นประจำหลังจากทำร้ายเธอ

“ลูกสาว” รับรู้เหตุการณ์ทุกอย่าง...น่าแปลกที่ “ชายหนุ่ม” ไม่เคยลงมือกับลูกสาวที่เริ่มผลิดอกออกความสวยเย้ายวนหนุ่มๆ แถวบ้าน เมื่อบ้านไม้สังกะสีกลายเป็นสนามซ้อมมวยระหว่างพ่อที่กระทำกับแม่ เธอก็เหมือนเด็กที่ไม่สนุกกับบ้านหลังนี้ ขึ้นหลังรถจยย.กับใครสักคนขี่รถแล่นไปยามกลางคืนจะสนุกกว่า พอไปเรียนก็ไปหลับ เธอเบื่อที่บ้านเกลียดภาพตรงหน้า ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต

วันนี้ “หญิงสาว” ตื่นมาแล้วเจ็บท้อง พยายามต้มกาแฟให้ผัวกิน...ทันใด “ชายหนุ่ม” ตื่นขึ้นมา แล้วโวยวาย “กาแฟกูอยู่ไหน!” เขาโวย ก่อนลุกมาประจันหน้าเมีย “ยังทำไม่เสร็จอีกเหรอ มึงจะขี้เกียจสันหลังยาวไปไหนวะ แค่ชงกาแฟให้กูก็ทำไม่ได้” เขาโวย!!

“หญิงสาว” อยากบอกว่าเธอเจ็บท้องเดินแทบจะไม่ไหว แต่ไม่ทันการณ์ เขาตบเข้าที่หัวเธออย่างแรง ก่อนถีบเข้าที่ท้องซึ่งเจ็บอยู่แล้ว คราวนี้ความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง “หญิงสาว” ร้องออกมาอย่างแรง อีกฝ่ายด่าว่าสำออย แค่ยันนิดหน่อยเพียงเท่านั้น แต่เธอเจ็บเป็นอย่างยิ่ง มือจับหมวกกันน็อกของเขาที่วางไว้ใกล้ๆ ในพริบตาเธอกำมันไว้แน่นแล้วเหวี่ยงออกไป มันไม่ได้เกิดจากการเหลืออด แต่เป็นเพราะความเจ็บปลุกสัญชาตญาณเอาตัวรอดของมนุษย์ขึ้นมา

หมวกฟาดกับหน้าของผัวอย่างแรง มีเสียงเหมือนไข่ตกแตก หน้าสะบัด เขายังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ถูกกระทบด้วยของแข็ง แล้วร่างก็ล้มฟาดกับพื้น เหลี่ยมเสาปะทะเข้ากับหัว มีอะไรบางอย่างดังออกมาเบาๆ คล้ายกิ่งไม้หักผัวนอนอยู่อย่างนั้นนานแสนนาน



ขณะที่ “หญิงสาว” ได้สติ ท้องหายเจ็บไปแล้ว หายไปในบัดดล มองร่างของ “ชายหนุ่ม” ก็ตกใจกลัว เดินออกมาจากบ้าน แล้วเดินหายออกไป

“ลูกสาว” กลับมาบ้านในสภาพเมามาย เห็นพ่อที่น่ารังเกียจนอนนิ่งกับพื้น เลือดอาบที่หัว ไม่หายใจ เธอตื่นตะลึงรีบวิ่งไปบอกเพื่อนชาย ทีแรกนึกว่าโจรบุกบ้าน โทร.แจ้งตำรวจ ที่ส่งมูลนิธิมาดูก่อน ตามด้วยสายตรวจ และสายสืบ ร้อยเวร อาวุธสังหารวางอยู่ตรงนั้น หมวกกันน็อกเปื้อนเลือด

“ลูกสาว” ให้ปากคำเบื้องต้น
“รองสารวัตรสืบสวน” วางทฤษฎีเบื้องต้น แล้วไล่เรื่องไปไม่ยากก็พอเดาว่าเหตุการณ์มันเป็นอย่างไร “แม่ไปไหน?” นั่นทำให้ลูกสาวนึกขึ้นได้ แม่หายไปไหน



ไม่นานและไม่นาน...สายตรวจก็พบ “หญิงสาว” นั่งอยู่ริมทางรถไฟห่างจากบ้านไปเกือบ 2 กิโลเมตร เธอเหม่อลอยเดินออกไปอย่างไร้จุดหมาย แล้วนั่งนิ่งมองรถไฟผ่าน ตำรวจคุมตัวเธอมาที่โรงพักนั่งคุย แล้วถามว่าจำเหตุการณ์ได้ไหม

ฝ่าย “หญิงสาว” เหมือนว่าวที่หลุดลอยในวันที่ลมแรง เธอพูดเพียงแค่ว่า “ผัวเธอไปทำงานแล้วหรือยัง กินกาแฟที่ต้มไว้ให้แล้วยัง เขาจะเก็บเงินและทำงานไว้ไปหาบ้านใหม่ ชีวิตคงดีกว่านี้ได้แน่นอนสักวัน”


“รองสารวัตรสืบสวน” รู้ดีว่าคนตายชอบซ้อมเมีย วันนี้คงเหลืออด ขีดอดทนความเจ็บปวดในชีวิตมนุษย์มีจำกัด หมวกกันน็อกฉวยติดมือฟาดไป แต่คงไม่คิดว่าถึงตาย เขาต้องแตะแขนหญิงสาว แล้วพูดว่า...ผัวเอ็งตายแล้ว”



หญิงฟังแล้วเหมือนร่างในกายค่อยๆ รับรู้ ก่อนจะสั่นไปทั่วสรรพางค์กาย ไม่นานและไม่นาน...เธอก็ร้องไห้ออกมา ไม่มีเสียงสะอื้นไห้แต่อย่างใด“ใครทำมัน ใครฆ่าผัวกู ใครทำมัน”


“รองสารวัตรสืบสวน” ส่ายหน้า คล้ายจะบอกว่าไม่มีใครทำ แต่มันเป็นไปไม่ได้ เขาจะต้องพูดออกมาในที่สุดเพียงแต่เวลานี้ขณะที่หญิงสาวร้องไห้อย่างเจ็บปวด มันอาจจะยังไม่ถึงเวลา...
…..........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.26K