อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

เปิดกลุ่มเสี่ยง'โรคลมแดด' ร้อนระอุ!เจ็บป่วยเสียชีวิตได้

เตรียมเช็ก 6 อาการเจ็บป่วยฤดูร้อน รู้ทันตะคริว-ลมแดด กลุ่มไหนเสี่ยง มีวิธีป้องกันการเสียชีวิต เพราะร้อนระอุช่วงสงกรานต์อย่างไร? อาทิตย์ที่ 15 เมษายน 2561 เวลา 07.00 น.


ในสภาพอากาศร้อนๆ เฉกเช่นในห่วงของ “เทศกาลสงกรานต์” นี้ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย ซึ่งจะมีด้วยกันถึง 6 อาการ ไล่กันไปตั้งแต่ ผื่นผิวหนัง-บวมที่ข้อเท้า-ตะคริว-เป็นลม-เพลียแดด-ลมแดด (Heat Stroke)



โดย นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย บอกว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ช่วงกลางวันมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งความร้อนเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ ซึ่งประชาชนกลุ่มเสี่ยงจะมีได้ทั้งเด็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน ผู้ทำงานหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง เช่น เกษตรกร คนงานก่อสร้าง นักกรีฑาหรือผู้ที่เล่นกีฬาหนักๆ รวมทั้งทหารเกณฑ์

ทั้งนี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เพราะว่าผลกระทบต่อสุขภาพจากความร้อนนั้น ร่างกายจะได้รับความร้อนสูงเกินกว่าจะทนได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ดังนี้



1.ผื่นผิวหนัง เกิดจากร่างกายขับเหงื่อมากจนรูขุมขนอักเสบ ผิวหนังเกิดการระคายเคือง และเป็นตุ่มสีแดง หรือผื่นที่บริเวณหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบน ใต้ราวนม และขาหนีบ ควรจะอาบน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี และทายาบริเวณที่เป็นผื่น

2.บวมที่ข้อเท้า เกิดจากเส้นเลือดบริเวณผิวหนังขยายตัว ทำให้เกิดอาการบวมที่ขา โดยเฉพาะที่ข้อเท้า จึงควรพักผ่อนและนอนยกขาสูง



3.ตะคริว เกิดจากกล้ามเนื้อหดตัว และเกร็งอย่างเฉียบพลัน โดยเฉพาะบริเวณขา แขน และท้อง ซึ่งพบในผู้ที่ทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างหนัก จนร่างกายสูญเสียน้ำ และเกลือแร่ทางเหงื่อเป็นจำนวนมาก แนะนำให้ยืดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นตะคริว นวดกล้ามเนื้อเบาๆ ประมาณ 1-2 นาที สลับกับการยืดกล้ามเนื้อ และดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเกลือแร่ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป



4.เป็นลม ร่างกายไม่สามารถปรับตัวต่ออากาศที่ร้อนขึ้น เนื่องจากร่างกายพยายามขับความร้อนส่วนเกินออก โดยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปที่ผิวหนัง เลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอชั่วขณะ เป็นลมหมดสติได้ ผู้ป่วยควรนอนหงายราบกับพื้น ใช้หมอนรองขาและเท้าสูงกว่าลำตัว พัดโบกลมให้ถูกหน้า ลำตัว และดมยาหม่องหรือยาดมอื่นๆ ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า และบีบนวดแขนขา หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 30 นาทีให้ไปพบแพทย์



5.เพลียแดด สาเหตุสำคัญเกิดจากการสูญเสียน้ำ หรือเกลือแร่ที่สำคัญจำนวนมากไปกับเหงื่อเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ผู้ที่มีอาการเพลียแดดยังคงมีเหงื่อออก อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และกระหายน้ำอย่างมาก หายใจและหัวใจเต้นเร็ว แต่ยังคงมีสติอยู่ ผู้ป่วยควรนอนยกขาสูง ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ หากผู้ป่วยมีอุณหภูมิภายในร่างกายสูงกว่า 39 องศาฯ ให้นำส่งโรงพยาบาลทันที



6.โรคลมแดด หรือ “ฮีทสโตรก” (Heat Stroke) เป็นโรคที่รุนแรงมาก เกิดขึ้นเมื่ออยู่ในอากาศที่ร้อนจัด อุณหภูมิในร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นกว่า 40 องศาฯ และไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ตามปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการผิวหนังแดง ร้อน เหงื่อไม่ออก สับสน หมดสติ และหากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลทันที อาจเสียชีวิตได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยควรหลบเข้าที่ร่ม หรือในรถที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือห้องที่มีความเย็น ถอดเสื้อผ้าให้เหลือเท่าที่จำเป็น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามตัว ใช้พัดลมเป่า วางถุงใส่น้ำแข็งไว้ตามซอกคอ รักแร้ ข้อพับและขาหนีบ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว โดยรถปรับอากาศ หรือเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

แต่หากพบ “คนไม่สบาย” หรือต้องการความช่วยเหลือ ให้รีบโทรหาเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือติดต่อสายด่วนช่วยชีวิต 1669 โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้.
......................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 115