อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 26 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

มหาเถรสะอึก!ถูกตั้งข้อกล่าวหาเข้าข่ายอาบัติปาราชิก

สัปดาห์นี้จับตาคดีที่ “ผอ.พุทธศาสนาแห่งชาติ”แจ้งความเอาผิดกับกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูปและพระลูกวัดอีก 2 รูปว่าถึงจุดแตกหักหรือยัง? เพราะสาเหตุใด? ไปติดตามกัน พุธที่ 18 เมษายน 2561 เวลา 10.00 น.


เป็นที่แน่นอนแล้ว่าตอนนี้ ...พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แจ้งความเอาผิดกับกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป บวกกับพระลูกวัดอีก 2 รูป ต่อจากนี้ไประหว่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งนำโดย ...พงศ์พร กับกรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 3 รูป รวมทั้งกรรมการรูปอื่นๆ “คงมองหน้ากันไม่ได้อีกต่อไปแล้ว” คงถึงจุดแตกหักและผมไม่เชื่อว่าทั้งพระและโยมจะเผาผีกันอีกต่อไปแล้ว...

ขณะที่ผมปั่นต้นฉบับอยู่นี้มีข่าวว่า ...พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตเงินทอนวัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยแบ่งเป็นการทุจริตเกี่ยวกับการทุจริตงบการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแพร่ศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท และให้ดำเนินคดีกับพระผู้ใหญ่ 5 รูป ประกอบด้วย





1.พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร
2.พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 4-7 โฆษกมหาเถรสมาคม
3.พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. และเจ้าคณะภาค 10
และผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ อีก 2 รูป ตามเนื้อข่าวระบุข้อกล่าวหาที่ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธแจ้งไว้ว่า...

“การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้า คณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.”



ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า...ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ คงจักไม่กล้าทำโดยพลการ “หากไม่ได้รับไฟเขียว” จากผู้บังคับบัญชา หรือบางคนปล่อยข่าวบอกว่าท่านอาจได้รับคำแนะนำจาก “คนนอก” ที่ถูกกล่าวหามาตลอดว่า “อยู่เบื้องหลัง” เล่นงานสถาบันสงฆ์ และเชื่อเถอะว่าไม่จบอยู่แค่กรรมการมหาเถรสมาคมแค่ 3 รูปนี้เท่านั้น มันอาจขยายวงกว้างและมีคำถามเชื่อมโยงกับกรรมการมหาเถรสมาคมรูปอื่นๆ

อีกเหตุผลเพราะ....หนึ่ง ข้อกล่าวหาว่าทุจริตงบเผยแผ่ ประธานคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ของมหาเถรสมาคม คือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม จะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ สอง กล่าวหาว่าทุจริตงบประยัติธรรมแผนกธรรม แม่กองธรรมก็คือ พระพรหมมุนี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 14-15 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร และเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ท่านจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องในคดีนี้อย่างไรบ้าง

และสาม แม่กองธรรมแผนกบาลี คือ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 5 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ แม่กองบาลีสนามหลวง ท่านรู้หรือไม่ว่ามีการทุจริต ผมว่าสะเทือนทั้งองค์กรมหาเถรสมาคม และดีไม่ดีผมไม่รู้ว่าสมัยที่เกิดการทุจริตงบประมาณตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธกล่าวหานั้นเกิดขึ้นในสมัยใด และขบวนการทุจริตเกิดจากคนภายในสำนักงานของท่านเองหรือขบวนการหากินกับงบประมาณแผ่นดิน



แต่ลึกๆ “ผมเชื่อในความบริสุทธิ์” ของกรรมการมหาเถรสมาคมทั้ง 3 ท่าน และหากสอบไปสอบมาอาจเจอ “คนหัวขาวหัวดำ” ข้าราชการประจำอีก เพราะทุจริตตอนนี้ลามไปทุกหนทุกแห่ง ไม่เว้นแม้กระทั้งกองทัพ ซึ่งล้วนเกิดจากข้าราชการประจำทั้งสิ้น และดีไม่ดีคดีนี้อาจป่วนจนถึงยุคต้อง “ยุบมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ” ก็เป็นไปได้

ส่วนอีกข้อกล่าวหาหนึ่งคือ “การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.”



ผมไม่รู้ว่า ...พงศ์พร มีหลักฐานอะไรที่แน่ชัดว่า
“ท่านเข้าข่ายอาบัติปาราชิกตามพระธรรมวินัย” ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธท่านรู้หรือไม่ว่าองค์ประกอบของอาบัติปาราชิกในข้อสองที่ว่า ถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้มาเป็นของตน จากบ้านก็ดี จากป่าก็ดี เกิน 5 มาสก องค์ประกอบมันมีอะไรบ้าง ฆราวาสมีสิทธิเป็นโจทย์ยื่นฟ้องหรือสอบสวนแล้ว ให้ฆราวาสวินิจฉัยเองได้ไหมว่าพระภิกษุรูปนั้นๆ ต้องอาบัติปาราชิก

แต่เอาเถอะผมเข้าใจว่านี้คือ “ข้อกล่าวหา” ยังมีขบวนการต่อจากนี้อีกยาวไกลในระบบสอบสวนสืบสวน แต่มันส่งผลกระทบต่อสถาบันหลักของชาติ ซึ่งหากจะเปรียบเทียบสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติก็เสมือน “สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี” ส่วนมหาเถรสมาคมก็เปรียบเสมือน “คณะรัฐมนตรี”

หากปล่อยให้เกิดความบาดหมางกันแบบนี้จะทำงานร่วมกันอย่างไร?? เรื่องแบบนี้รัฐบาลน่าจะคิดได้ เว้นรัฐบาลปล่อยให้เกิดความบาดหมาง และเมื่อผมเห็นชื่อมหาเถรสมาคมทั้ง 3 รูปที่ถูกกล่าวหา ทำให้นึกถึงคำพูดระหว่างผมกับรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้ ผมจึงถึงบางอ้อ...
…...................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอขอบคุณภาพจากเฟชบุ๊ก : ห้องประชุมมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    15%
  • ไม่เห็นด้วย
    85%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4.03K