อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

วิถีคีโต: เมื่อไขมันกลายเป็นฮีโร่ในการลดน้ำหนัก

“ทำไมคุณถึงคิดว่ากินไขมันแล้วทำให้อ้วนเหรอ?” ผมก็ตอบไปซื่อๆ ว่า “ก็ใช่สิ ไขมันในตัวของผมมีตั้งเยอะแยะ กินไขมันใหม่เข้าไปเพิ่มอีก จันทร์ที่ 30 เมษายน 2561 เวลา 10.00 น.


ผมไปออกกำลังกายที่ Flash Fitness แถวสาทรกับเทรนเนอร์ต่างชาติเฉลี่ย 3 วันต่อสัปดาห์ ผมทำอย่างนี้มาตลอด 2 ปี Jeff เทรนเนอร์พร่ำบอกผมมาเป็นปีๆ ให้ลดแป้ง ลดน้ำตาล และกินเนย เบคอน หนังไก่ ขาหมูได้โดยไม่ต้องเขี่ยทิ้งและไม่ต้องรู้สึกผิด เพราะไขมันสัตว์เป็นไขมันที่ดีสำหรับร่างกาย แล้วเขาก็ตั้งคำถามกับผมว่า “ทำไมคุณถึงคิดว่ากินไขมันแล้วทำให้อ้วนเหรอ?” ผมก็ตอบไปซื่อๆ ว่า “ก็ใช่สิ ไขมันในตัวของผมมีตั้งเยอะแยะ กินไขมันใหม่เข้าไปเพิ่มอีก มันก็น่าจะอ้วนนะ” หลังจากนั้น Jeff ก็อธิบายด้านโภชนาการให้ผมฟังยาวเหยียด ซึ่งผมก็เข้าใจบ้างและไม่เข้าใจบ้าง (ปนๆ กับความกังขาอยู่ในใจ)

ผมฟังแล้วก็เลยเลือกที่จะลดแป้งและน้ำตาลเพราะคิดว่าทำง่ายที่สุด ผมไม่กินแป้งมื้อเช้าและมื้อเย็น กลางวันกินอาหารปกติ ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจมาก น้ำหนักลดลงจนทุกคนทัก พอบอกว่าลดแป้งในมื้อเช้า (แต่ผมกินเนื้อสัตว์และผักครบถ้วนนะ) ผมก็โดนคุณครูดุว่า “คุณต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ทุกมื้อเหมือนที่ครูเคยสอนนะ” แต่คราวนี้ผมดื้อ ผมเลือกกินแบบนี้และออกกำลังกาย 3 วันต่ออาทิตย์มาตลอด



จนเมื่อต้นปี ภรรยาของ Jeff ได้ทำอาหารคีโตและขายใน ig ชื่อ ketoprompt ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรอกครับ เห็นว่ามีไขมันสูง โปรตีนสูง แต่คาร์บต่ำมาก ผมลองกินเพราะเห็นว่ามันหน้าตาดีและอยากชิมว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร ปรากฏว่าอร่อย อาหารมีรสชาติ กินแล้วอิ่มได้นาน และช่วงนั้นมีคุณแม่ที่รู้จักกันทักผมว่าเริ่มกินคีโตเหรอ ผมบอกกินเอาอร่อย ไม่ได้กินจริงจังครับ คุณแม่ท่านนั้นบอกว่า มีเพื่อนชื่อ “คุณไอซ์” เธออยู่สวิตเซอร์แลนด์ เธอเปิดเพจชื่อว่า Thai Keto Pal ให้ความรู้เกี่ยวกับ Ketogenic Diet และในงานสัปดาห์หนังสือ คุณไอซ์จะบินกลับมาเปิดตัวหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้

ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องคีโตมากนัก แต่เผอิญว่า มีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เธอมาออกกำลังกายรอบเดียวกับผม เธอตั้งใจมากทั้งเรื่องการออกกำลังกายและการกินคีโต ขนาดเธอไปเที่ยวญี่ปุ่นดินแดนแห่งอาหารอร่อย เธอก็ไม่หลุดเลยสักมื้อ ผมเห็นหุ่นของเธอตั้งแต่ตัวใหญ่ๆ แล้วลดลงอย่างชัดเจนภายใน 2 เดือน ทำให้ผมเริ่มสนใจศึกษาเรื่องคีโตจริงจัง เนื่องจากการลดแป้งลดน้ำตาลของผมนั้นมีน้ำหนักที่ค้างอยู่อีก 5 กิโลและมีห่วงยางอยู่รอบพุง ผมจึงอยากจะลองดูสักครั้งว่าถ้าเราเข้าสู่วิถีคีโต แล้วเราจะกำจัด 5 กิโลที่ค้างอยู่และพุงจะหายไปได้หรือไม่



ในที่สุด ผมก็มีหนังสือ Ketogenic Diet มหัศจรรย์ไขมัน ยิ่งกินยิ่งผอม” ของคุณไอซ์ - ภ.อิชยา อยู่เกษ ไว้ในครอบครอง คุณไอซ์อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม มีลูกชายหนึ่งคนเหมือนกัน แต่หุ่นดี หน้าเด็กและดูสดใสมาก ผมไล่อ่านแต่ละบทดูคล้ายๆ กับสิ่งที่เทรนเนอร์ผมเคยบอก (แต่ตอนนั้นผมไม่แน่ใจจากความเชื่อเดิมที่เคยมี) คุณไอซ์บอกในหนังสือว่า Ketogenic Diet ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการใช้จริงและได้ผลในวงการแพทย์กับผู้ป่วยโรคลมชักมาก่อน หลังจากนั้นจึงนำมาใช้ในการลดน้ำหนัก ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนและได้รับพลังงานต่อวันเพียงพอ

ช่วงต้นของเล่มจะเป็นตัวอย่างของคนที่ใช้คีโตลดน้ำหนักแล้วได้ผล รูปร่างเปลี่ยน น้ำหนักลง รักษาโรคเบาหวานได้ ประจำเดือนมาปกติ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ออกกำลังกายได้นานขึ้น อ่านแล้วก็ฮึกเหิมอยากจะเป็นแบบพวกเขาบ้างครับ

พอเข้าเรื่องที่อยากรู้ “ทำไมกินไขมันแล้วผอมได้อย่างไร” ตรงนี้เริ่มช็อคเล็กๆ กับสัดส่วนอาหารใน 1 วัน เพราะกินคาร์บต่ำมากเพียง 5% เท่านั้น (คุณไอซ์แนะนำว่ากินเพียง 20 กรัมต่อวัน) กินโปรตีน 20% และกินไขมัน 75% อันนี้พลิกความเชื่อและความรู้เดิมๆ ที่เคยเรียนมาตอนเด็กๆ ทั้งหมด (คุณครูผมดุอีกรอบแน่ๆ) พูดง่ายๆ คือ ตัดข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง น้ำตาลทุกชนิดไปได้เลย ส่วนกินไขมันถึง 75% นี่จะกินอะไรเข้าไปถึงจะได้สัดส่วนไขมันขนาดนั้น ก็มีบทต่อไปมาเล่าให้ฟัง



“กินอะไรได้บ้างใน Ketogenic” ก็จะมีรายชื่อให้เลยว่า เนื้อสัตว์ควรกินอะไร ผักชนิดไหนกินได้หรือไม่ได้ รวมไปถึงอาหารทดแทน เช่น ถ้าไม่กินข้าวแล้วจะกินอะไรแทนดี กินแป้งไม่ได้ แต่มีแป้งบางชนิดที่กินแทนได้ มีคาร์บต่ำสุดๆ นำมาทำอาหารและขนมได้รสชาติดีไม่แพ้กัน เช่น แป้งอัลมอนด์

และที่สำคัญ คนแต่ละคนมีรูปร่าง น้ำหนัก กิจกรรมแตกต่างกัน ถ้าจะกินคีโต ต้องไป คำนวณโควตาสารอาหาร ของแต่ละคนก่อน จะให้กินเหมือนๆ กัน ปริมาณเท่ากันไม่ได้ ในเล่มก็จะมีวิธีการคำนวณสารอาหารที่ต้องกินเข้าไปใน 1 วัน ห้ามน้อยกว่าหรือเกินกว่าที่กำหนดไว้ รวมถึงบันทึกการกินในแต่ละครั้ง

พอเริ่มต้นการกินคีโตแล้ว จะมีการแบ่งเป็นสถานะต่างๆ ว่าทำแล้วอยู่ขั้นไหน มีอาการอย่างไร เพราะแน่นอนว่าเมื่อเราเปลี่ยนวิถีการกินใหม่ ร่างกายจะต้องมีการปรับตัว หลายคนจะมีอาการที่ชื่อว่า Keto Flu ร่างกายจะมึนๆ เพลียๆ อยู่ 2-3 วันเพราะอยู่ๆ ร่างกายไม่ได้น้ำตาลเหมือนอย่างเคย

แต่หลังจากนั้น ถ้าทำต่อเนื่อง คีโตไม่หลุด และทำไปถึงอาทิตย์ที่ 3 ร่างกายจะเข้าสู่สถานะขั้น Ketosis และเป็น Keto Adapted ในที่สุด เนื่องจากเดิมร่างกายจะเปลี่ยนจากการใช้น้ำตาลเป็นพลังงาน ให้เป็นการใช้ไขมันเป็นพลังงานแทน น้ำหนักที่ลดลงเกิดจากการเผาผลาญไขมันในร่างกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีความอยากน้ำตาล ไม่รู้สึกหิว ไม่มีอาการน้ำตาลตก รู้สึกว่าอิ่มนานขึ้น แสดงว่าเป็น Keto Adapted เต็มตัวแล้ว แต่ถ้ากินๆ หลุดๆ ก็จะต้องเริ่มต้นใหม่ ได้ผลลัพธ์ขยับช้าออกไป



วิถีคีโตตัดตัวร้ายนั่นคือ แป้งและน้ำตาล และพลิกบทบาทไขมันให้กลายเป็นพระเอก มาดูกันดีกว่าครับว่า ไขมันชนิดไหนกินได้บ้าง Saturated Fat (ไขมันอิ่มตัว) ได้แก่ เนย ไขมันจากสัตว์ น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว Monounsaturated Fat (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว) ได้แก่ น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วและน้ำมันที่มาจากถั่ว อาทิเช่น แมคาดีเมีย อัลมอนด์ พิสตาชิโอ มะม่วงหิมพานต์ ซึ่งไม่ใช่ถั่วฝักอย่างถั่วลิสง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วพวกนี้คาร์บเยอะ

Polyunsaturated Fat (ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน) ได้แก่ ปลาแซลมอน Grass-Fed Meat Grass-Fed Butter หลีกเลี่ยงน้ำมันพืชใส่ขวด จะมีไขมันทรานซ์ที่ทำร้ายเซลล์ร่างกายผมอ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมกระโดดเข้าเพจ Thai Keto Pal หาความรู้ต่อเลย เพราะในนั้นมีทั้งคลิป VDO และข้อมูลเพิ่มเติมให้หาความรู้อีกเยอะครับ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้เข้าเผ่าชาวคีโตในทันที ผมให้เวลาตัวเอง 2 อาทิตย์ เพื่อกินอำลาสิ่งที่เคยชอบและจัดการของในตู้เย็นที่เหลือ ลองไปเลือกผลิตภัณฑ์และตุนเสบียงเพื่อมาลองทำอาหารคีโตตามเพจ ThaiKeto Friends ที่สมาชิกแลกเปลี่ยนสูตรอาหารซึ่งกันและกัน ผมคำนวณโควต้าสารอาหารที่ตัวผมควรจะได้รับ ดาวน์โหลดและลองใช้แอพลิเคชั่น MyFitnessPal มาสักระยะ ทำให้ทราบว่า แต่ละวันผมกินเกินเลยเละเทะไปมาก (ดีนะที่ออกกำลังกายเยอะ)

ท่านผู้อ่านยังไม่ต้องเชื่อ วิถีการกินไขมันเพื่อลดน้ำหนัก แบบนี้ก็ได้ครับ ลองเข้าไปอ่านและศึกษาข้อมูลในหนังสือหรือเข้าไปในเพจก่อนดีกว่า แต่สำหรับผมขออนุญาตเริ่มทำเลย แล้วอีก 3 เดือนเรามาดูกันว่าได้ผลหรือไม่??
.........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”


www.facebook.com/cloudbookfanpage

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 2.86K