อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม 2561

แฉขบวนการทุจริต"ปลูกป่า" เส้นทางผลประโยชน์ ตอน3

จากข้อมูลกลโกง “โครงการปลูกป่า” ไม่น่าเชื่อว่าจะมีการทุจริตการปลูกป่าภาครัฐ และเอกชนแล้ว การปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ยังมีคนกล้าโกง!! พุธที่ 2 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น.


การเพิ่มพื้นที่ป่า หลายรัฐบาลและผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ พยายามทำกันมาหลายรูปแบบแล้ว โดยเฉพาะ “การปลูกป่า” แต่ก็พบปัญหาอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็นสภาพภูมิประเทศ สภาพภูมิอากาศ ชนิดดิน ความลาดชัน ปริมาณน้ำฝน ความชื้น ฤดูกาลที่เหมาะสม ชนิดพันธุ์ต้นกล้า การเพาะชำกล้าไม้ การขนส่ง 



แต่ปัญหาอุปสรรคที่สำคัญที่สุดคือ “มีการทุจริตคอรัปชั่น” จากผู้รับผิดชอบบางคน โดยโกงกินในทุกขั้นตอน ประกอบกับการไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงทำให้ “การปลูกป่า” ของไทยล้มเหลว สูญเสียเงินงบประมาณไปเป็นจำนวนมาก และไม่ได้เพิ่มพื้นที่ป่าตามเป้าหมายแต่อย่างใด มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นทุกโครงการ เช่น...


1.การปลูกป่าภาครัฐ โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน
ประเทศไทยเริ่มดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2449 โดยใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมาแล้วเป็นจำนวนมหาศาล มาตลอด 112 ปีที่ผ่านมา แต่สภาพความเป็นจริงของสวนป่าของรัฐในขณะนี้ก็คือ...บางสวนป่าหายไปทั้งสวนป่าโดยไม่เหลือร่องรอย บางสวนป่ามีแต่ป้ายชื่อ แต่ไม่มีต้นไม้หลงเหลืออยู่แต่อย่างใด บางสวนป่าก็มีต้นไม้เหลืออยู่บ้างเป็นหย่อมๆ แต่โดยรวมแล้วการปลูกป่าของรัฐถือว่ายัง “ล้มเหลว” เพราะไม่มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง ทำให้คนชั่วยังลอยนวล และหลายคนร่ำรวยและเติบโตขึ้นจากโครงการปลูกสร้างสวนป่าภาครัฐดังกล่าว 



2.การปลูกป่าภาคเอกชน
ที่ผ่านมารัฐได้มีโครงการให้เอกชนปลูกป่าในที่กรรมสิทธิ์ของเอกชน โดยรัฐสนับสนุนให้เงินในการดำเนินการไร่ละ 3,000 บาท เพื่อให้มีการเพิ่มพื้นที่ป่า โครงการนี้มีการอนุมัติเงินแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปกว่าแสนไร่ เป็นเงินมากกว่า 300 ล้านบาท แต่ผลสรุปก็คือแทบไม่มีต้นไม้ไม่เหลือพื้นที่ป่าแต่อย่างใด โครงการปลูกป่าภาคเอกชนนี้กลับทำให้หลายคนร่ำรวยและเติบโตต่อไปจำนวนไม่น้อย และไม่เคยมีการตรวจสอบอย่างจริงจังแต่อย่างใด

3.ปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทาน
ได้มีการกำหนดว่า เมื่อมีการสัมปทานรัฐ ทั้งสัมปทานการทำไม้ และการขุดแร่ ก็ให้มีการปลูกป่าขึ้นมาทดแทนพื้นที่ป่า และต้นไม้ที่หายไป จนถึงขณะนี้นับเป็นจำนวนเงินมหาศาลแล้วที่นำไปใช้ในการปลูกป่า แต่กลับพบป่าและต้นไม้ที่เกิดจากการปลูกตามเงื่อนไขนี้น้อยมาก ในบางพื้นที่ก็ไม่มีเลย อย่างไรก็ตามทำให้หลายคนร่ำรวยและเติบโตต่อไปบนโครงการปลูกป่าตามเงื่อนไขสัมปทานนี้เป็นจำนวนไม่น้อย และไม่เคยมีการตรวจสอบอย่างจริงจังแต่อย่างใด



4.ปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ
รัฐบาลในสมัยชวน 1 ที่มี นายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้จัดทำโครงการ “ปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50” ในพื้นที่เสื่อมโทรม จำนวน 5 ล้านไร่ เพื่อให้เอกชนช่วยกันปลูกป่าโดยแลกเปลี่ยนกับสิทธิทางภาษี มีภาคเอกชนเข้าร่วมกับรัฐบาลอย่างมากมาย



เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2537 ถึง 2550 รวม 14 ปี ในโครงการมีเงินในการปลูกป่าที่ภาคเอกชนเข้าร่วม สามารถนำมาปลูกป่าได้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 5,116,276.46 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ปลูกในเขตอนุรักษ์ จำนวน 2,681,307.65 ไร่ พื้นที่ป่าฟื้นคืนสภาพเองตามธรรมชาติ จำนวน 2,434,968.81 ไร่ และพื้นที่ปลูกป่านอกเขตอนุรักษ์ เช่น ปลูกสองข้างทาง สองฝั่งแม่น้ำ จำนวน 94,435.69 กิโลเมตร ปลูกในวัดและชุมชน จำนวน 1,414,130.17 ไร่ ปลูกโดยเงินกองทุน 1,044 ไร่

ภาคเอกชนหลักที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าดังกล่าวนี้ ได้แก่ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 1,018,748 ไร่ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำนวนทั้งสิ้น 384,000 ไร่ และอีกหลายบริษัท หลายธนาคาร ทั้งนี้มีการกระจายปลูกไปหลายจังหวัดในทุกภาค แต่จังหวัดที่ได้รับงบประมาณในปลูกมากเป็นอันดับต้นๆ น่าจะเป็นจังหวัดเชียงราย และจังหวัดขอนแก่น 



ความเป็นจริงแล้วโครงการนี้เสร็จสิ้นและมีการเบิกเงินไปหมดสิ้นแล้วทุกบาท ทุกสตางค์ แม้จะมี “การปลูกป่าแบบสมบูรณ์ครบถ้วนอยู่บ้างแต่ก็น้อยมาก” แต่ส่วนใหญ่แทบไม่มีป่าเหลือเลย มีการทุจริตแม้จะเป็นโครงการที่รัฐบาลคิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีทั้งแบบไม่ปลูกเลยบ้าง ปลูกแต่ไม่ครบบ้าง และไม่บำรุงรักษาบ้าง หรือปล่อยให้มีการบุกรุกยึดครองสวนป่าไปเป็นของส่วนตัว แม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่ขั้นตอนปฏิบัติกลับเลวร้าย จนแทบไม่น่าเชื่อว่าโครงการที่ทำเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ยังมีคนกล้าโกง

เพื่อการปลูกป่าให้สัมฤทธิ์ผลอย่างแท้จริง จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคสช. และ รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาดำเนินการดังนี้…

1.ให้มีการตรวจสอบอย่างจริงจังกับทุกโครงการปลูกป่า โดยให้ดำเนินการตรวจสอบจำนวนสวนป่าทั้งหมด จำนวนงบประมาณที่ใช้ไปในแต่ละสวนป่า สำรวจความมีอยู่จริงของสวนป่า และต้นไม้ในสวนป่า โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ และให้หน่วยงานภายนอก เช่น ปปท. ปปช. ปปง. และบก.ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือดีเอสไอ เข้ามาตรวจสอบ ไม่ใช่ให้ตรวจสอบกันเอง และคิดจะปกปิดกันอยู่เช่นนี้ โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดเลย ทั้งคำสั่ง คสช. มติ ครม. และคำสั่งการของ รมต.ทส 



2.สนับสนุนให้หน่วยงานเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ  ได้สำรวจความมีอยู่จริงของต้นไม้ในโครงการปลูกป่าดังกล่าวทั้งหมด ที่ภาคเอกชนได้ให้สนับสนุนเงินงบประมาณในการปลูกป่า หากไม่มีหรือไม่ครบถ้วน ก็ให้ฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้รับผิดชอบทุกราย ทุกระดับ ไม่กลัวลูบหน้าปะจมูก หรือช่วยกันปิดบังซ่อนเร้นต่อไป เพราะเอกชนเหล่านั้นได้รับความเสียหาย

3.จัดให้มีสวนป่าตัวอย่าง หรือหน่วยงานต้นแบบ ที่สามารถให้คนทั่วไป ทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ปปท. ปปช. ปปง. และ บก. ปปป ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือดีเอสไอ ให้ทุกหน่วยที่กล่าวแล้วเข้าไปศึกษา ถึงผลงานและความสำเร็จของบางหน่วยงาน ที่ประสบความสำเร็จ จนส่งผลให้อดีตหัวหน้าหน่วยงาน สามารถก้าวสู่จุดสูงสุด คือสามารถเป็นถึงอธิบดีได้ เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้ทำงานด้านนี้ และเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้รับทราบถึงเกียรติประวัติของหัวหน้าหน่วยงานเหล่านั้น เช่น 

-สวนป่าโสกแต้ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ประสบความสำเร็จส่งให้นายธัญญา เนติธรรมกุล ได้เป็นถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ
-โครงการปรับปรุงป่าสงวนแห่งชาติ ป่าจอมทอง 1 อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่ประสบความสำเร็จ จนผลักดันให้นายมโนพัสท์ หัวเมืองแก้ว ได้ได้เป็นถึงอธิบดีกรมอุทยาน
-หน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำหน่วยต้นน้ำ 31 (ดอยตุง) อำเภอแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่ประสบความสำเร็จจนนายดำรง พิเดช ได้เป็นถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ
-หน่วยอนุรักษ์ต้นน้ำแม่กลาง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ประสบความสำเร็จจนนายอุภัย วายุพัฒน์ ได้เป็นถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ
-หน่วยต้นน้ำดอยผาหม่น อ.เชียงคำ จ.พะเยา ที่ประสบความสำเร็จ ผลักดันให้นายนิพนธิ์ โชติบาล ได้เป็นถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ

ขอให้ดำเนินการทั้ง 3 ข้อ ไปพร้อมๆ กันเถอะครับ จะทำให้พื้นที่ป่าไม้ และสวนป่าของเราไม่สูญเสียไปอีก เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ และจะได้เชิดชูคนต้นแบบ หน่วยงานตัวอย่างขึ้น เพื่อคนรุ่นต่อไป จะได้ศึกษาและยึดเป็นแบบอย่างต่อไป

ใครจะไปเชื่อละครับว่าประเทศไทย
“การปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติฯ ยังมีคนกล้าโกง”
...............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย นริศ ขำนุรักษ์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 691