อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 1

สัปดาห์นี้เอ่ยถึง “พระพุทธศาสนา” ในประเทศไทยที่มีผู้คนนับถือมากว่า 700 ปี กลับเสื่อมโทรมลงโดยน้ำมือของ “พุทธบริษัท” กันเองไม่ใช่จากใครอื่น ฉะนั้นควรทำอย่างไร? พฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


พระบรมศาสดาพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานในวันเพ็ญเดือน 6 เมื่อปีพุทธศักราช 0 ใต้ต้นสาละ ณ สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ พระพุทธองค์ทรงมีปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันว่าสังขารทั้งหลาย ย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตน และประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด”

พระพุทธองค์ทรงไม่ได้มอบให้ผู้ใดเป็นศาสดาสืบแทน ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัท ซึ่งประกอบด้วย ภิกษุ อุบาสกและอุบาสิกา ดังที่มีพุทธโอวาทว่า “อานนท์ บางทีพวกเธอพึงมีความคิดเช่นนี้ว่า ปาพจน์ (ศาสนา) เมื่อพระพุทธองค์ดับขันธปรินิพพานแล้ว ไม่ควรดำริว่าพระศาสดาของเราปรินิพพานแล้ว ศาสดาของเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงคิดเช่นนั้น ด้วยแท้จริงแล้ว ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้วและบัญญัติไว้แก่พวกเธอแล้ว ธรรมและวินัยอันนั้น จักเป็นศาสดาของพวกเธอโดยกาลล่วงไปแห่งเรา แทนเรา”



จึงเป็นหน้าที่ของ
“พุทธบริษัท” ที่จะต้องช่วยกันดำรงพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป โดยภิกษุซึ่งอยู่ในเพศบรรพชิต (นักบวชในพระพุทธศาสนา) มีหน้าที่ศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญา ประพฤติปฏิบัติตนตามสิกขาบทในพระวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ 227 ข้อ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา ส่วนอุบาสกและอุบาสิกาซึ่งอยู่ในเพศคฤหัสถ์ (ผู้ครองเรือน) มีหน้าที่ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและฟังธรรมตามกาลเพื่อจะได้มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง

สถานการณ์พระพุทธศาสนาของประเทศไทยในปัจจุบันกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างร้ายแรง ซึ่งนับวันจะยิ่งทวีความวิกฤติมากขึ้นเป็นลำดับ เพราะ “ภิกษุ” ไม่ได้ศึกษาพระธรรม ไม่ประพฤติปฎิบัติตามสิกขาบทในพระวินัย ไม่เคารพยำเกรงต่อพระพุทธองค์ ไม่ละอายชั่วกลัวบาป อาศัยศรัทธาของชาวพุทธที่ไม่ได้ประกอบด้วยปัญญาในการแสวงหาทรัพย์สินและเงินทองโดยมิชอบ



ส่วน “อุบาสกและอุบาสิกา” ให้ความสำคัญกับอามิสบูชามากกว่าการปฏิบัติบูชาการทำบุญไม่ได้ทำด้วยจิตที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการทำบุญด้วยความโลภเพื่อหวังได้มาในสิ่งต่างๆ มีมิจฉาทิฏฐิ(ความเห็นผิด) ตกเป็นเหยื่อของภิกษุในเดรัจฉานวิชาและการประกอบพิธีกรรมต่างๆ อาทิ การยึดถือในเครื่องรางของขลัง การสะเดาะเคราะห์ การแก้กรรม ฯลฯ

สาเหตุหลักของการเกิดปัญหาในพระพุทธศาสนามีหลายประการ คือ ประการแรก การที่ผู้บวชเป็นภิกษุไม่มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงจึงไม่มีการศึกษาพระธรรม ไม่มีอัธยาศัยในการครองตนในเพศบรรพชิตจึงล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัย มัวแต่ไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ยินดีพอใจกับการรับเงินและทอง

ประการที่สอง อุบาสกและอุบาสิกาละเลยจากการฟังธรรมตามกาล เป็นผู้ไม่มีความรู้ความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง เป็นผู้เชื่อมงคลตื่นข่าวเป็นผู้งมงายจึงเป็นชาวพุทธที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาแต่ไม่ประกอบด้วยปัญญา

ประการที่สาม ผู้มีอำนาจรัฐทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติไม่รู้และไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาที่กำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างร้ายแรงที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ พระพุทธศาสนาจึงตกอยู่ในภาวะวิกฤติมาเป็นลำดับโดยใกล้จุดอันตรายถึงขีดสุด



แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าประเทศไทยมีคนไทยนับถือพระพุทธศาสนามากว่า 700 ปี นับตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันมีคนไทยนับถือพระพุทธศาสนาราว 60 ล้านคนเศษ คิดเป็นร้อยละ 95 ของประชากรทั้งประเทศ มีวัดกว่า 30,000 แห่งมีภิกษุกว่า 300,000 รูป

อีกทั้งประเทศไทยยังถูกยกให้เป็นศูนย์กลางของ
“พระพุทธศาสนาโลก” จากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่มีผู้นับถือพุทธศาสนา แต่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยกลับเสื่อมโทรมลงโดยน้ำมือของ “พุทธบริษัท” กันเองไม่ใช่จากใครอื่น ฉะนั้นผู้มีอำนาจรัฐทั้งที่เป็นฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ จึงต้องร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแข็งขันในการทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาให้มีความเจริญมั่นคง

โดยมีการปฏิรูปการปกครองของคณะสงฆ์ และการบริหารจัดการของมหาเถรสมาคมให้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตามพระธรรมวินัย “พระพุทธศาสนา” จึงจะมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น “ภิกษุ” ก็จะได้เป็นเนื้อนาบุญของอุบาสกและอุบาสิกาอย่างแท้จริง ในขณะที่อุบาสกและอุบาสิกาก็มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งและมีการดำเนินชิวิตประจำวันอย่างเป็นปกติสุขตามอัตภาพของแต่ละบุคคล.
….......................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 958