อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หมอนทอง-ชะนี-ก้านยาว กินทุเรียนชนิดไหนไม่อ้วน

สัปดาห์นี้ให้มันเหลืองอร่ามไปหมดกับเทศกาลกิน “ทุเรียน” ราชาผลไม้ไทยที่แสนจะหอมอร่อยเป็นที่สุด แต่ทราบหรือไม่ว่าทานชนิดไหนแคลอรี่น้อยไม่อ้วน อยากรู้ไปติดตามกัน เสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ในวันที่ “ทุเรียนฟีเวอร์” ดังไกลถึงต่างแดนขนาดนี้จะไม่เอ่ยถึงก็ไม่ได้ เพราะไม่ใช่แค่คนไทยที่หลงใหลอยากลิ้มลอง แต่ชาวต่างชาติอย่างจีนก็คลั่งไคล้ไม่แพ้กัน แห่ซื้อทุเรียนไทย 80,000 ลูกในเว็บไซต์อาลีบาบาเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น โอ้ยย...อย่างนี้คนไทยจะถูกแย่งไปหมดไหมเนี่ย ฉะนั้นเรารีบมากิน “ทุเรียน” กันเถอะ

...ว่าแต่
“หมอนทอง-ชะนี-ก้านยาว” จะเลือกชนิดไหนดีที่กินแล้วไม่อ้วน!! ซึ่งจากข้อมูลของกรมอนามัยระบุว่าทุเรียนที่มีแคลอรี่สูง คือ “ก้านยาว” เพราะประมาณ100 กรัมโดยเฉลี่ยจะให้พลังงาน 180 แคลอรี่ รองลงมาคือ “หมอนทอง” ให้พลังงานประมาณ 163 แคลอรี่ และ “ชะนี” ให้พลังงาน 140-150 แคลอรี่

ถ้าจะเปรียบเทียบ “ทุเรียน” กับ “ข้าวสวย” คือทุเรียนประมาณครึ่งเม็ดขนาดกลางเทียบได้กับข้าวสวยเกือบทัพพี คือให้พลังงาน 65 แคลอรี่ แต่ข้าวสวย 1 ทัพพีให้พลังงานงานประมาณ 80 แคลอรี่ ถ้าเราทานทุเรียนครั้งละประมาณ 4-6 เม็ดจะให้พลังงานประมาณ 400 แคลอรี่ หรือเทียบได้กับการดื่มน้ำอัดลม 5 กระป๋อง หรือข้าวสวย 5 ทัพพีเชียวนะ



ถ้าใครอยาก “ทุเรียน” แต่ไม่อยากอ้วนลองคำนวณพลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวัน คือผู้ชายควรได้รับพลังงานประมาณ 2,000-2,500 แคลอรี่ ส่วนผู้หญิงประมาณ 1,500-2,000 แคลอรี่ ถ้าผู้หญิงจะทานทุเรียนประมาณ 4-6 เม็ดให้พลังงานประมาณ 400 แคลอรี่ ฉะนั้นอีก 2 มื้อที่เหลือไม่ควรทานอาหารที่ให้พลังงานสูงเกินวันละ 1,500-2,000 แคลอรี่

อย่างเช่น แกงจืดผักกาดขาว 1 ถ้วย ให้พลังงาน 110 แคลอรี่ ส้มตำ 1 จาน 120 แคลอรี่ แกงจืดตำลึงหมูสับ 1 ถ้วย 90 แคลอรี่ แกงเลียงผักรวม 1 ถ้วย 48 แคลอรี่ ไข่ต้ม 1 ฟอง 73 แคลอรี่ น่องไก่ย่าง 1 น่อง 97 แคลอรี่ นมจืด 1 กล่อง 160 แคลอรี่ น้ำมะพร้าว 1 แก้ว 100 แคลอรี่

เพียงแค่นี้เราก็สามารถ “กินทุเรียนให้ฟินไม่เป็นภัยต่อสุขภาพ” กันแล้ว แต่เราก็ไม่ควรทานกันแบบถี่ๆ หรือทุกวันเกินไป เพราะถ้าวันไหนควบคุมปริมาณพลังงานอาหารต่อวันไม่ได้อาจส่งผลให้น้ำหนักเกินแบบไม่รู้ตัว รวมถึงมีอาการร้อนใน เจ็บคอ กลายเป็นว่าเทศกาลนี้นอกจากจะทาน “ทุเรียน” ไม่ได้แล้วยังทานอาหารอย่างอื่นไม่อร่อยอีกด้วย



อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ควรเลี่ยง เพราะในทุเรียนมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งผู้ป่วยโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินได้เท่าคนปกติทั่วไป และอาจส่งผลทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอาจมีอันตรายถึงชีวิต ส่วนผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหลอดเลือดหัวใจตีบ ไม่ควรทานเกินวันละ 1 เม็ดต่อวัน

ฉะนั้น “การทานทุเรียนให้อร่อยแต่พอดี” คือการไม่ทานทุกวัน ลดข้าว แป้ง อาหารว่างพลังงานสูงมื้ออื่นๆ เลี่ยงข้าวเหนียวทุเรียน และไม่กินพร้อมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือน้ำอัดลม เพียงแค่นี้ในเทศกาลทุเรียนเหลืองอร่ามเราก็เป็นผู้รอดจากน้ำหนักตัวเพิ่ม แถมไม่เป็นภัยต่อสุขภาพอีกด้วย.
…...........................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.69K