อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เหตุเกิด... ณ พุทธมณฑล

สัปดาห์นี้ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก สงสัยดวงของ ผอ.สำนักพุทธฯ จะตกอยู่ในห้วงเวลา “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” เป็นอย่างไรไปติดตามกัน พุธที่ 9 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ช่วงนี้ดวงของ คุณพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติตกอยู่ในห้วงเวลา “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” เรื่องที่สังคมชาวพุทธตั้งข้อกังขาที่ให้ภรรยาตนเองใช้งบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปศึกษาดูงานสักการะสังเวชนียสถาน ณ ประเทศอินเดียและเนปาล และมีข่าวว่ามีองค์พุทธจะยื่นให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบความโปร่งใสในการใช้งบประมาณรวมทั้งกระบวนการในการคัดเลือกบุคคลที่จะเดินทางไปด้วย อย่างไม่ทันจบ

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก” การประชุมระดับพระสังฆาธิการระดับ “คีย์แมน” คณะสงฆ์จากทั่วประเทศ ไล่ตั้งแต่ระดับเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ เป็นอย่างมาก



ไม่รู้ว่าท่าน “ถูกวางยา” หรือเป็น “ความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ” หรือ “ประมาทเลินเล่อ” ก็ไม่อาจทราบได้ เพราะคำกล่าวรายการงานของ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธฯ ใช้คำไม่เหมาะสมพระเกียรติกับ สมเด็จพระสังฆราชฯ ผมฟังพระเถระที่เข้าประชุมบางรูปพูดทำนองว่าผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ “จ้วงจาบ” ด้วยซ้ำไป

เช่น ใช้คำว่า “นมัสการ” ไม่ใช้คำ “กราบทูล” พระสงฆ์และคนที่อยู่ในหอประชุมเขาก็มีสิทธิคิดได้ว่า “ท่านไม่ให้เกียรติสมเด็จพระสังฆราช ไม่ให้เกียรติคณะสงฆ์ มีคนมาเล่าต่อว่าตอนกล่าวรายงานก็ไม่ถือแฟ้ม 2 มือแบบคนกล่าวรายงานทั่วไป หรือแม้กระทั้งตอนขึ้นเวทีไปถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระสังฆราชฯ ก็ไม่ยกมือไม้ หรือกราบพระพุทธรูปตรงโต๊ะหมู่บูชา แต่ใช้ “โค้งคำนับ” แทน



เรื่องแบบนี้หากเป็นจริงดังคำติฉินนินทา ท่านกระทำต่อหน้าสมเด็จพระสังฆราช และคณะสงฆ์ ต่อหน้าองคมนตรี ต่อหน้ารัฐมนตรี และหากผมเป็น คุณสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงคง “หน้าชา” ที่มีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำแบบนี้ต่อหน้าสมเด็จพระสังฆราช และต่อหน้าองคมนตรี ในฐานะคนชอบพอกันในใจก็หวังลึกๆ ว่าเรื่องข่าวเลื่อนลอยนี้คงไม่จริงแน่แท้กระมัง...

ส่วนเรื่องหนังสือกล่าวรายงานผิดพลาดข้อมูลไม่สมบูรณ์นั้น ทราบว่า ผู้อำนวยการพุทธฯ แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้วว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?? ทำไมข้อมูลกล่าวรายงานกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชจึงเกิดความบกพร่องได้...



ส่วนเนื้อหาการประชุมในวันนี้ต้องยอมว่า “เข้มข้น” ส่วนใหญ่ก็มุ่งไปให้เจ้าคณะปกครอง เข้มงวดกวดขันพระภิกษุสามเณรเพื่อรักษาศรัทธาญาติโยมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองคนที่จะเข้ามาบวช พระภิกษุสามเณรมีพฤติกรรมผิดเพศ แต่ที่กินใจน่าจะเป็นคำพูดของ “พระพรหมมุนี” ที่กล่าวว่า “พระธรรมวินัย” เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่กฎหมายบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงได้ ธรรมวินัยแก้ไขไม่ได้ แต่รัฐธรรมนูญแก้ไขได้

พร้อมกับยกตัวอย่างของการบวชภิกษุณีในเมืองไทย แม้กฎหมายจะอนุญาต แต่ “พระธรรมวินัย” มิได้อนุญาตหรือเปิดช่องเอาไว้ นอกนั้นส่วนมากก็จะชี้แจงพูดถึงความคืบหน้าการปฎิรูปพระพุทธศาสนาทั้ง 6 ด้านตอนนี้ทุกด้านคืบหน้าไปมากกว่า 70% แล้ว และขอให้พระสงฆ์ปรับตัวเพื่อรองรับนโยบาย 4.0 ของประเทศไทย



ระหว่างวันที่ 12-13 พฤษภาคมนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจะมีงานประสาทปริญญา ปีนี้มีทั้งพระสงฆ์และคฤหัสถ์เข้ารับประมาณ 5,000 รูป/คน แต่ท่ามกลางความปลื้มปีติสำหรับคนที่จะเป็นบัณฑิต สำหรับญาติพี่น้องที่มีลูกหลานเติบโตมาจากท้องไร่ท้องนามีสิทธิได้รับใบปริญญา จบออกมาหากเป็นพระภิกษุก็เป็นพระภิกษุที่มีคุณภาพ หากสึกออกมาก็เป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพของประเทศชาติก็มีหญิงชราสอนธรรมะ “หลงยุค” คนหนึ่งบอกว่าสิ่งที่พระเรียนนั่นคือ “อวิชชา” แหม่!! ไม่อยากวิจารณ์มากเพราะกลัวปากแก
….................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com

ขอบคุณภาพ : สมหมาย สุภาษิต


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    88%
  • ไม่เห็นด้วย
    13%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 2.37K