อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่ากับลูก ปลูกฝังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

จะเป็นอย่างไรเมื่อ “น้าเมฆ” พาครอบครัวที่ไม่เคยเดินป่ามาก่อน บุกสำรวจธรรมชาติ หวังปลูกฝังทุกคนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลองมาติดตามกัน จันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


ผมพักค้างคืนที่ Momor the Farm ที่นั่นมีกิจกรรมสำหรับเด็กมากมายครับ เช่น ยิงธนู เดินเล่นในลำธาร walk rally หาสมุนไพรในฟาร์ม นอนเต็นท์ ทำแผงวงจร Smart Farming ปิ้งย่างบาร์บีคิว ฯลฯ แต่ไฮไลต์ที่ครอบครัวผมอยากทำมากที่สุดก็คือ การเดินป่าที่เขาใหญ่ครับ



คุณเอกเจ้าของฟาร์มโทรติดต่อกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไว้ล่วงหน้าแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นก็โทรเช็กอีกครั้ง ว่าเข้าไปเดินได้ ไม่มีฝนตก เราตื่นแต่เช้า รับประทานอาหารให้เต็มที่ เตรียมอาหารกลางวันเป็นข้าวเหนียวหมู และน้ำดื่มใส่เป้ไปคนละใบ จากที่พักไปที่วนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.18 (เจ็ดคต) ใช้เวลาแค่ 10 นาที “พี่แอ๊ด” เจ้าหน้าที่ป่าไม้รับหน้าที่เป็นผู้นำทาง มีคุณเอกเจ้าของฟาร์มไปด้วย ผมและครอบครัวเดินอยู่ตรงกลาง ปิดท้ายด้วย “พี่ท็อด” เจ้าหน้าที่ประจำที่พัก ซึ่งเคยเป็นอดีตทหารจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เดินปิดท้ายขบวนคอยระวังหลังให้

ครึ่งเช้าเราไปตามเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไปกันประจำ นั่นคือไป “น้ำตกเจ็ดคตใหญ่” ระหว่างทางได้เห็นต้นไม้และหญ้าล้มพับ นั่นคือทางที่ช้างเดิน เราตามไปดูรอยเท้า พี่แอ๊ดบอกว่า รอยนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เป็นรอยชัด พื้นดินจมลงไปลึกและสังเกตจากหญ้ารอบๆ ยังสดอยู่ แค่เริ่มต้นลูกชายก็ตื่นเต้นแล้ว ส่วนภรรยาผมสนุกกับการถ่ายรูปอุโมงค์ต้นไม้ ดอกไม้ป่า พืชพรรณไม้หลากหลายที่ไม่ค่อยได้พบเห็นทั่วไป



ใช้เวลาเกือบชั่วโมง เราก็ถึงน้ำตกเจ็คคตใหญ่ ด้วยความที่มาหน้าร้อน น้ำตกจะไหลมาเอื่อยๆ แต่หน้าผา ถ้ำ และแอ่งน้ำสวยงามมากครับ ผมขอแนะนำว่า ถ้าครอบครัวไหนมากับเด็กเล็ก ระยะประมาณนี้กำลังสนุก เพราะต้องเผื่อเวลาเดินกลับด้วย สองชั่วโมงกำลังดีครับ แต่คุณเอกชวนเราไปต่อในทางที่นักท่องเที่ยวไม่เคยไป พี่แอ๊ดพกมีดถางทางข้างหน้าให้เรา เส้นทางใหม่เริ่มโหด เพราะต้องขึ้นเขาที่ค่อนข้างชัน ผมต้องใช้ไม้

เทรกกิ้งช่วยพยุงตัว บางครั้งก็ต้องใช้มือจับกิ่งต้นไม้ เพื่อดึงตัวขึ้นไป มีอยู่ครั้งผมจับกิ่งไม้แล้วหัก ตัวหงายจะตกเขา ดีที่พี่ท็อดเห็นเลยช่วยดันตัวผมได้ทัน ไม่งั้นน่าจะเจ็บหนักแน่ครับ ส่วนลูกชายเหรอครับ เด็กวัย 10 ขวบไม่มีปัญหาเลย เขาเดินคู่ไปกับพี่แอ๊ดเจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้สบาย เพราะอยากเห็นว่าข้างหน้ามีอะไรบ้าง

เราพักรับประทานอาหารกลางวันริมธารน้ำ ตรงนั้นเป็นจุดที่มีผีเสื้อนับร้อยตัว วิวแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ครับ กินข้าวเสร็จ ผมเล่นกับลูกโดยไปหาใบไม้คนละใบ แล้วไหลไปตามน้ำ ดูว่าใครจะไปไกลกว่ากัน ดูเวลาผ่านไปเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว จะเดินกลับทางเดิมก็คงไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องมุ่งต่อไปข้างหน้าอย่างเดียว



ระหว่างทาง พี่ท็อดร้องตกใจจนทุกคนต้องหันกลับมาดู ปรากฏว่าเป็นงูเขียวที่อยู่บนกิ่งไม้ พี่ท็อดบอกว่าเขาจะเอื้อมไปคว้ากิ่งไม้เพื่อดึงตัว ดีที่หันไปมองก่อน ส่วนเจ้างูเขียวก็ทำตัวนิ่งๆ เพราะมันกำลังจะฉกกิ้งก่าที่ทำตัวนิ่งๆ บนต้นไม้เหมือนกัน ผมถามพี่แอ๊ดว่า ถ้าสมาชิกในทีมโดนงูกัดจะทำอย่างไร พี่แอ๊ดบอกว่าต้องใช้วิธีปฐมพยาบาล และรีบพากลับไปในเส้นทางที่สั้นที่สุด

พูดถึงอันตรายในการเดินป่าจะมีอะไรได้บ้าง นอกจากเส้นทางชันของภูเขา ที่ทำให้ต้องเดินอย่างระมัดระวังและมีสติแล้ว พวกสัตว์และแมลงก็ต้องระวังนะครับ ผมถูกมิ้ม (ผึ้งตัวเล็กสีดำ) ต่อยเพราะเหงื่อผมออกมาก แมลงพวกนี้จะมาตอมเพราะจะกินน้ำ (เหงื่อนั่นเอง) ต้องขอยาหม่องเขียวจากเจ้าหน้าที่มาทา ส่วนเจ้าลูกชายผมกลัวแมลงทุกชนิดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ผมก็ยังแปลกใจที่วันนี้เขากล้าเดินป่าด้วย แม้ว่าจะร้องลั่นทุกครั้งเมื่อเจอแมงมุม แต่หลังจากผ่านไปเกิน 10 ตัว เขาก็เริ่มร้องน้อยลง ส่วนภรรยาผมถูกมดกัดรอบข้อเท้า เพราะถ้ายืนนิ่ง จะมีมดอยู่ทุกๆ ที่ มันจะไต่ลอดขึ้นมาในกางเกง แนะนำว่าถ้าเข้าป่าควรใส่กางเกงที่รัดปลายขากางเกงได้ครับ ไม่ควรใส่ขาสั้นเด็ดขาด ปิดท้ายก่อนถึงที่หมาย เราต้องเดินผ่านป่าหวาย ซึ่งมีหนามแหลม ดีที่คุณเอกเตือนเราตั้งแต่ต้นว่าให้ใส่หมวก ใส่เสื้อแขนยาวหรือปลอกแขนมาด้วย เพราะตลอดทางจะมีกิ่งไม้และหนาม ขนาดผมว่าเดินระวังแล้ว มัวแต่มองพื้น หนามของต้นหวายเกี่ยวหมวกลอยไปเลย ดีที่ใส่หมวกไว้ครับ ไม่งั้นหน้าผากผมคงได้รอยยาวกลับมาแน่ๆ



เดินๆ ไปลูกก็เริ่มบ่นบ้าง เพราะไม่รู้ว่าทางข้างหน้าจะเหลืออีกไกลเท่าไหร่ แต่พอเริ่มบ่น เขาก็มักจะได้เจออะไรแปลกๆ เช่น ได้เห็นรอยเท้าช้าง รอยเท้ากวาง รอยเท้ากระทิง เขาได้เห็นซากกระทิงที่เหลือแต่กระดูก ได้เห็นงูเขียว กิ้งก่า กิ้งกือ แมลง และรู้จักพันธุ์ไม้ต่างๆ พอคอแห้ง ก็เก็บลิ้นจี่และมะไฟป่ากินให้ชุ่มคอ

เราเดินป่าตั้งแต่ 8 โมงจนเกือบบ่าย 2 ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เดินผ่านภูเขา 4 ลูก นับก้าวในโทรศัพท์ได้ 12,000 ก้าว ผมไม่ได้บอกคุณเอกและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ว่า ต้องการเส้นทางแบบไหน สำหรับผมและลูกที่ไม่เคยเดินป่ามาก่อน นับว่าเส้นทางที่เดินในครั้งนี้โหดพอสมควร แต่อย่างไรก็ตาม ผมได้เห็นความกล้าหาญอดทนของสมาชิกในครอบครัวทุกคน แถมได้ประสบการณ์ที่ไม่เคยพบมาก่อน คุ้มค่ามากครับที่ได้มาเดินป่ากับลูก จึงอยากชวนทุกครอบครัวมาเดินป่ากัน เอาแค่ระยะทางสั้นๆ ก่อนก็ได้ครับ รับรองว่าเด็กๆ จะประทับใจอย่างแน่นอนครับ

อ้อสุดท้าย ขอฝากช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ สำหรับคนที่สนใจจะเดินป่าด้วยนะครับ ตลอดทางเส้นทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยว ผมเห็นมีคนทิ้งเศษห่อลูกอม ถุงขนมและขวดน้ำพลาสติกไว้ตลอดทาง เพียงแค่เศษเล็กๆ ก็อาจทำให้สัตว์ป่าพลาดพลั้งกินเข้าไป และยังทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหายอีกด้วย เพียงแค่เตรียมถุงไปเพื่อเก็บขยะของตัวเองติดตัวกลับออกมาด้วย ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ ผมเองก็ให้ลูกชายจัดการอาหารที่กินเสร็จแล้วลงเป้ ดูแลกวาดพื้นให้เหมือนเดิม ในทางกลับกัน ก็สอนลูกว่าไม่ต้องเก็บอะไรกลับมาเป็นที่ระลึกนอกจากภาพถ่ายและความทรงจำ ว่าได้มาเดินป่ากับครอบครัวเป็นครั้งแรก เท่านั้นก็เพียงพอแล้วครับ
.........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”


www.facebook.com/cloudbookfanpage

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 158