อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

เขาชอบดูละครฝันลมๆแล้งๆ ไม่ตั้งใจฆ่าเด็กหนุ่มทำทีวีพัง

เรื่องราวชายหนุ่มชอบดูละครเป็นชีวิตจิตใจ ฝันอยากเป็นพระเอกที่ได้เชยชมนางเอก น่าเสียดายเด็กหนุ่มหวังดีซ่อมทีวีให้เขาเพราะไม่มีเสียง แต่ดันเป็นหนักกว่าเดิมภาพหายอีก! พุธที่ 16 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.00 น.


มันคือสิ่งบันเทิงบรรเทาเรื่องราวที่ทำให้เขารู้สึกเพลิดเพลินไปกับมันได้อย่างสนุกสนาน คลายจากเรื่องราวทุกสิ่ง ที่เขาพบเจอในแต่ละวัน นับตั้งแต่เด็กเติบโตเป็นหนุ่มยันแก่ เพราะชีวิตที่ผ่านมา คือเรื่องราวซ้ำๆ ที่ไม่มีวันได้พบเจอกับสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จ”

เขาออกจากบ้านมาตั้งแต่วัยรุ่น นานหลายปีจากที่ราบสูงแห่งแผ่นดิน เข้ามาสู้งานในชีวิตกรุงเทพพระมหานคร สิ่งที่มีติดตัว คือ “วินัยทหาร” ที่เขาถูกเกณฑ์มา เข้ามาในเมืองหลวงที่มีพลังดึงดูดมหาศาล ทำงานในฐานะ รปภ. ณ บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้บังคับบัญชาฝากฝังให้ไปทำงาน “นายเปิดบริษัท เอ็งไปขอทำงานด้วยได้”

เขาได้งานสำเร็จและเริ่มอาชีพ รปภ. ที่ดูคล้ายการเฝ้าเวรยามตอนเป็นทหารเกณฑ์ ตระเวนเร่ร่อนอยู่หลายบริษัท และหลายหมู่บ้าน เป็นเรื่องแปลกที่พวกเขามักจะเปลี่ยน รปภ. ไปเรื่อยๆ ไม่ให้อยู่เป็นประจำ นานหลายปีที่ทำงานจนเขาคิดว่าตัวเองน่าจะลงหลักปักฐานเลื่อนระดับไปสู่หัวหน้า รปภ.

แต่แล้วความฝันก็แหลกสลาย เมื่อบริษัทของผู้เป็นนายล้มละลาย เป็นสิ่งที่ตกตะลึงอย่างไม่น่าเชื่อ นายเครียดไต่ระดับไปถึงที่สุด ในค่ำคืนที่ต้องตัดสินใจว่า...ชีวิตจะต้องดำเนินอย่างไร?? นายก็ยิงตัวตายที่บ้าน ทุกอย่างล่ม บริษัทถูกปิด เขาออกจากงานด้วยเงินเก็บเพียงน้อยนิด ไม่นานก็หมด

ชีวิตในกรุงเทพพระมหานคร หากไม่มีเงินมากพอ ก็อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสม เขาไม่สามารถแม้แต่จะหาเมียสักคนได้ จำได้ว่ามีนอนกับผู้หญิงไปหลายคนตามประสาที่เพื่อนฝูงพาไปเที่ยวเลือกซื้อหม้อ แต่ไม่เคยได้มีคู่ครองชีวิต

อย่างไรก็ดีในทุกจังหวะของเรื่องราว เขาได้ดูโทรทัศน์เพื่อชมละครตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน เขาไม่พลาดในการดูละคร จำได้หมดในหัวว่ามีเรื่องราวอะไรบ้าง ใครแสดง เรื่องไหนคนนิยม เรื่องไหนคนไม่ชม แต่ชีวิตไม่เหมือนละครไทย ที่ส่วนใหญ่จะจบสมหวังบริบูรณ์

เพราะมันพาเขาปลิวกระจายราวกับสายลมกระชากแรงก่อนฝนจะตกอย่างหนักหน่วง เขาจบชีวิตลงที่แคมป์ก่อสร้างคนงาน เร่ร่อน แต่ก็ยังได้พบเจอเพื่อนร่วมงานคนไทยด้วยกัน ซึ่งต่างเดินทางมาด้วยจุดหมายว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

ครอบครัวที่ต่างจังหวัดไม่ได้ติดต่อกันมาหลายปีและเลิกติดต่อไปนานแล้ว เขาอยู่ในกรุงเทพ เรียนรู้เส้นทาง และเร่ร่อนไปเป็นกรรมกรทำงานหนักก่อสร้างตึกสูงโอฬารมาแล้วจำนวนมาก
“ละคร” จึงเป็นสิ่งเดียวที่ยึดโยงต่อเติมในความฝัน ยิ่งชมเขาก็เริ่มสร้างวิมานอากาศแห่งความหวัง

บางทีก็อยากเป็น “พระเอก” ที่ได้เชยชมนางเอกที่นำแสดงโดยดาราสาวสวยแห่งยุค ชนิดที่เวลาเธอขับรถไปในถนน ชายใดต่างมองจนแทบจะขับชนท้ายคนอื่น เพราะมองเธอจนเพลิน อยากเป็นดาวร้ายที่ได้กอดรัดจูบนางเอก อยากเป็นเพื่อนพระเอกเพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวด ละครทำให้เขาหลับฝันดี เพียงเพื่อจะตื่นมาทำงานหนักอย่างเคย



กาลเวลาผันผ่าน เขาเร่ร่อนตัวเองจนหัวหงอกและแรงเริ่มโรยรา แต่ชีวิตที่ทำงานหนัก และไม่ได้ดื่มเหล้า สูบบุหรี่อย่างหนักหน่วง ทำให้ยังสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ เขาคงทำงานต่อไปจนกว่าจะตายอย่างเหงาๆ โลกและกาลสมัยเปลี่ยนไป เพื่อนร่วมงานชนชั้นกรรมกร เปลี่ยนจากคนไทยด้วยกันเอง เป็นคนต่างชาติ

ผู้หอบครอบครัวและมีความหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น
“ละครไทย” ถูกถาโถมด้วยละครจากต่างชาติ ทั้งญี่ปุ่น เกาหลีและอินเดีย ทุกเรื่องที่เข้ามาเขาพบว่ามันสนุกจนน่าติดตามยิ่งกว่าละครไทยเป็นอย่างยิ่ง และยามพักหลังจากทำงานหนัก ก็จะมานั่งดูทีวีที่คอกขายอาหารในแคมป์พักคนงานเป็นประจำ

เขาไม่เคยรู้ว่า...ตอนนี้เราไม่ต้องดูละครตอน 2 ทุ่มครึ่งอีกต่อไปแล้ว เราสามารถดูผ่านมือถือ หรือดูย้อนหลังได้ในโลกแห่งอินเทอร์เน็ต แต่เขาไม่เคยเปลี่ยนตัวเองไปกับโลก จึงรอชมทางทีวีเสมอมา ทีวีที่มีแต่ภาพไม่มีเสียง แต่เขาติดละครเกินกว่าจะคัดค้านหรือหาทางซ่อมแซม จึงรอนั่งดูไปเรื่อยๆ เด็กหนุ่มชาวต่างชาติเห็นเขานั่งชมทีวี ด้วยความหวังดีจึงอาสาซ่อมให้ เขาพยายามบอกว่าไม่เป็นไร ละครกำลังสนุก

อยากดูไปแบบนี้ แต่ความหวังดีของเด็กหนุ่มแรงเกินกว่าจะต้านทาน น่าเสียดายหัวใจเศร้าที่มันไม่ประสบความสำเร็จ เปิดปิดทีวีจนเขาไม่ได้ชมละคร และอยู่ดีๆ คราวนี้ภาพก็หายไป ส่วนเสียงก็ไม่มา เขาโมโหจนโวยวายขึ้นมา เด็กหนุ่มต่างชาติไม่เคยกลัวเขา กำลังห้าวและไม่สนใจ จึงพูดออกมาว่า...

“มึงคิดว่าแน่เหรอ อยากตายไหม??” เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังเมา จึงตัดสินใจงดชมละคร และเดินกลับที่พัก แต่เด็กหนุ่มยังเดินตาม เขาโมโหโกรธและคิดว่าจะสั่งสอนชายแก่นี่สักที จึงตรงไปกระชากผมและล็อกคอหมายจะต่อย เขาสู้ไม่ได้โรมรันกันไปสักพัก

เขาเริ่มรู้ตัวว่าอาจจะโดนชกจนสลบได้ แต่มือซ้ายฉวยมีดพกที่เขาติดตัวตั้งแต่เป็นยาม ไอ้พวกต่างด้าว!! เขาคิดเพียงแค่นี้...ด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ จึงแทงสวนเข้าที่ท้องอยู่หลายที ร่างของ “เด็กหนุ่ม” ที่ห้าวหาญร่วงลงกองกับพื้น ชักดิ้นอยู่สักพักก่อนหยุดหายใจ

ถึงตอนนี้เขาดึงสติกลับมา ก่อนจะพบว่า...พลาดไปแล้ว มือเปื้อนเลือด มีดเปื้อนโลหิต เขาตัดสินใจหนี เงินไม่ได้พก วิ่งไปขอเงินแม่ค้าสัก 200 บาท ก่อนจะไปหลบที่แคมป์พักคนงานเพื่อนคนไทยที่เคยทำงานกันเมื่อหลายปีก่อน

“เดี๋ยวนี้พวกต่างด้าวมันทำงานเยอะขึ้น คนไทยไม่ทำงานแบบนี้แล้ว ถ้าพวกนี้กลับ เศรษฐกิจเราพังทันทีนะ มึงห้ามพูดด่าคนต่างด้าวเด็ดขาด เขาก็คนเหมือนกัน ซึ่งหมายความมีดีเลวเหมือนกับคนไทย” เพื่อนพูดปลอบเขา หลังเขาโกหกที่มาขออยู่ที่นี่ เพราะเกลียดคนต่างด้าว

ไม่ถึง 1 วันตำรวจก็ตามจับได้ ตอนนี้ทุกคนในแคมป์รู้แล้วว่า...เขาไม่ได้เกลียดคนต่างด้าว เขาแค่เผลอฆ่าอีกฝ่าย ตำรวจจับกุมพาไปแถลงข่าว นักข่าวถึงกับขำที่ทะเลาะกันด้วยเรื่อง “ดูละคร” ถูกนำตัวไปทำแผนชี้จุด และเขาถูกส่งเข้าเรือนจำ ด้วยความชรา นักโทษหนุ่มๆ และขาใหญ่จึงไม่สนใจ เพียงแต่ให้ปฏิบัติไปนอนริมสุดใกล้ห้องน้ำในห้องขัง

เขาทนมันได้ ชีวิตผันผ่านความลำบากมาจนเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งเดียวที่เขาอยากขอร้องก็คือ “ขอแค่ดูละครเท่านั้น” เขาไม่ต้องการอะไรอีกต่อไปแล้ว “ละคร” เพียงเท่านั้น เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ต่อเติมความหวังให้เขาฝันว่า...ชีวิตตัวเองในวันพรุ่งนี้จะต้องดีกว่า...ดีขึ้น...ดียิ่งกว่าเดิม...
…..........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    33%
  • ไม่เห็นด้วย
    67%

บอกต่อ : 49