อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 14 สิงหาคม 2561

เปิดเทอมระวัง'มือเท้าปาก' เจอไวรัสตัวร้ายเสี่ยงถึงชีวิต

ลูกหลานเปิดเทอมระวัง “โรคมือเท้าปาก” ระบาด!! ป่วยแล้วหมื่นกว่าราย ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน ยิ่งเจอเชื้อตัวร้ายแรง อันตรายถึงขั้นชีวิต ทำอย่างไรต้องติดตาม เสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


“โรคมือเท้าปาก” เป็นโรคที่ระบาดทุกปีในช่วงหน้าฝน หรือในช่วงที่ลูกๆ หลานๆ ของเราเปิดเทอมนั่นเอง พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนบ่นกันระงมว่าลูกเพิ่งเปิดเทอม กำลังมีไฟอยากเรียนหนังสือ แต่ต้องมาหยุดเรียนเพราะป่วยเป็น “มือเท้าปาก” แบบนี้แย่เลย โดยเฉพาะถ้าเป็น “เชื้อเอนเทอโรไวรัส71” ด้วยแล้ว ยิ่งอันตรายถึงชีวิต!!

โดย นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ความรู้ว่าขณะนี้หลายสถานศึกษาเข้าสู่ช่วงเปิดภาคเรียนใหม่แล้ว ประกอบกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้มีการระบาดของ “โรคมือเท้าปาก” ซึ่งมักเกิดในโรงเรียน สถานรับเลี้ยงเด็กที่มีเด็กอยู่รวมกันจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะภูมิคุ้มกันต่ำ



จากข้อมูล สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 6 พ.ค.2561 พบผู้ป่วยแล้ว 11,326 ราย ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต พบมากในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี จำนวน 9,678 ราย คิดเป็นร้อยละกว่า 85 ซึ่งยังพบอีกว่าช่วงที่พบผู้ป่วยมากที่สุดของปีที่แล้ว คือช่วงเปิดเทอมจนถึงหน้าฝน (เดือนพ.ค.-ส.ค.) เพียง 4 เดือนมีผู้ป่วยมากถึง 38,304 ราย คิดเป็นร้อยละ 54 ของผู้ป่วยทั้งหมด

ดังนั้นเรามาทำความรู้จัก “โรคมือเท้าปาก” กันก่อนว่าติดต่อจากการได้รับเชื้อไวรัสเข้าทางปากโดยตรง เชื้อไวรัสจะติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย หรือติดต่อได้จากการไอจามรดกัน สำหรับอาการ เช่น มีไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส หรือเม็ดแดงๆ ในปาก ฝ่ามือ หรือก้น ส่วนใหญ่จะหายได้เองภายใน 7-10 วัน

อย่างไรก็ตาม “โรคมือเท้าปาก” ไม่มียารักษา ไม่มีวัคซีนป้องกัน จะรักษาตามอาการ หากเด็กมีอาการแทรกซ้อน เช่น ไข้ขึ้นสูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์รุนแรงเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้มากกว่าสายพันธุ์ปกติ



ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข อธิบายว่า “โรคมือเท้าปาก” ปกติจะไม่มีอาการรุนแรง แต่หากได้รับ “เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71” หรือ “อีวี 71” (EV71) อาจถึงขั้นเสียชีวิต ฉะนั้นเราสามารถสังเกตอาการของเด็กได้ ดังนี้...

หากพบว่าลูกหลานมีไข้สูง ซึมลง เดินเซ ชัก เกร็ง หายใจหอบเหนื่อย อาเจียนมาก มีภาวะขาดน้ำ ความดันโลหิตต่ำ อัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ อาจช็อกหมดสติ และเด็กอาจมีโอกาสหัวใจวาย ทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งในบางรายไม่พบผื่นที่บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้าให้เห็นชัดเจน

วิธีป้องกันการแพร่กระจายของ “เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71” ทำได้โดยสอนให้ลูกหลานรักษาความสะอาด อาทิ การล้างมือ และไม่พาเด็กไปสถานที่ที่มีคนเยอะๆ อากาศไม่ถ่ายเท ในช่วงที่มีการระบาด เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ รวมถึงทางโรงเรียนเองควรดูแลสุขลักษณะของสถานที่ให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ

เช่น ในห้องเรียน ห้องครัว ภาชนะใส่อาหาร รวมทั้งห้องน้ำ อาคารสถานที่ เครื่องเล่น อุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นต่างๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำ



สุดท้ายหากสังเกตอาการพบว่าลูกหลานของเรามีอาการใกล้เคียงกับการได้รับเชื้อ “อีวี 71” ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที และแจ้งให้ทางโรงเรียนหรือศูนย์เลี้ยงเด็กรับทราบ รวมถึงให้เด็กหยุดรักษาตัวอยู่บ้านจนอาการและแผลในร่างกายจะหายเป็นปกติ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

เห็นไหมว่าใช้เวลาในการหยุดเรียนนานตั้งแต่ 1 สัปดาห์ถึง 10 วันทีเดียว หากไม่อยากให้บุตรหลานป่วย “โรคมือเท้าปาก” ควรสอนให้รู้จักการป้องกันเชื้อง่ายๆ คือวิธีล้างมือให้สะอาดถูกต้อง การล้างมือก่อนรับประทานอาหารหรือขนม ก็ช่วยป้องกันเชื้อร้ายได้แล้ว.
….............................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ชญานิษฐ คงเดชศักดา”




คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 265