อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

'น้องอิ๋ง'ไร้พ่อซ้ำแม่ติดคุก ยายตายจาก-บ้านยังถูกยึด

สุดสงสารชีวิต “น้องอิ๋ง” เด็กกำพร้า 7 ขวบไร้พ่อ กำลังฝ่ามรสุมแม่ติดคุก กตัญญูขาดเรียนดูแลยายป่วยจนตายจาก กรรมซัดธนาคารยึดบ้านอีก อาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.00 น.


คงไม่มีคำพูดใดที่สามารถถ่ายทอดชีวิตของ “เด็กหญิง” ผู้น่าสงสารคนนี้ได้ นอกจากคำว่า “คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกอนาคตที่ดีได้” แม้เธอจะมีชีวิตที่โดดเดี่ยว แต่ยังมีจิตใจที่พร้อมสู้ อดทนและเข้มแข็งก้าวผ่านช่วงย่ำแย่ที่สุดของชีวิตไปได้ มรสุมที่ปกคลุมไปด้วยเมฆสีดำ สักวันจะกลายเป็นท้องฟ้าที่โปร่งใส

“น้องอิ๋ง” ขอสงวนชื่อ-สกลุจริง วัย 7 ขวบ ต้องเผชิญชีวิตเดียวดาย ด้วยเหตุผลแสนเวทนา...แม่ของเธอ “ต้องโทษอยู่ในเรืองจำ” ส่วนหน้าพ่อตั้งแต่เธอเกิดมาก็ไม่เคยเห็นและได้รับไออุ่นจากคนเป็นพ่อแม้แต่ครั้งเดียว บ้านหลังที่เคยนอนกอดแม่ในยามเหงา ต้องถูกธนาคารยึด ยากจนไร้เงินไปโรงเรียน ซ้ำยังสูญเสียยายไปอีกคน ทุกวันนี้เธอได้แต่ภาวนา รอจดหมายจากเรือนจำ จดหมายของแม่ที่ส่งความคิดถึงมาหา



เรื่องนี้ครูประจำชั้น “นางยุบล ศรีระวงศ์” รร.บ้านพงซ่อน ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผิดสังเกตเด็กขาดเรียนนาน 2 เดือน จึงตามไปที่บ้าน ซึ่งเมื่อรู้ความจริงถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทุกๆ วันที่ขาดเรียน “น้องอิ๋ง” จะไปเฝ้าไข้คุณยายที่โรงพยาบาล เธอบอกว่า “หนูเลยไม่ได้ไปโรงเรียน” เธอต้องนอนใต้เตียงคนไข้ เพราะมีกันแค่ 2 คน

ทว่าความโหดร้าย ที่ผุดขึ้นมาเป็นอุปสรรคชีวิตของเด็กคนนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก ในอดีต “น้องอิ๋ง” ไม่เคยเห็นหน้าพ่อแท้ๆ สักครั้งเดียว หลังจากวินาทีที่ลืมตาดูโลกไม่นาน แม่ของเธอไปหางานทำที่กรุงเทพฯ โดยให้ยายเลี้ยงดู กระทั่งตอนที่เธออายุ 3 ขวบกว่าๆ เธอไม่รู้หรอกว่า...อีกฟากความโหดร้ายของชีวิต
“แม่ของเธอติดคุก” ฉ้อโกงถึง 3 คดี แอบนำโฉนดของบ้านไปจำนองจนเกิดภัยเข้าตัว



ครูประจำชั้นให้ “น้องอิ๋ง” กลับไปเรียนในชั้น ป.2 และยังคงคอยดูแลเช็ดเนื้อตัวให้คุณยาย กตัญญูกตเวทิตา หวังตอบแทนคุณ ภายในบ้านเลขที่ 71 หมู่ 12 ต.พังงู อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แต่แล้วความหดหู่ใจก็เดินทางมาถึงจนได้ วันที่ “ความตาย” พรากชีวิตยายของเธอไปเมื่อต้นปี 60 ที่ผ่านมา “น้องอิ๋ง” เสียน้ำตาร้องไห้อย่างที่ไม่เคยเป็น เพราะ...คุณยายเปรียบเสมือน “แม่” ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ที่พึ่งสุดท้ายของชีวิตต่อจากนี้ไปไม่มีอีกแล้ว

หัวอกครูคิดสงสารเด็ก จึงพามาอาศัยอยู่ด้วยและตั้งใจอุปการะเสมือนลูก เพราะว่าบ้านหลังที่ “น้องอิ๋ง” เคยอยู่ก็ถูกธนาคารยึด ข้าวจะกินแต่ละมื้อก็แทบไม่มีกิน เมื่อ “น้องอิ๋ง” มาอยู่กับครูได้ 1 เดือน เด็กเดินมาพูดกับครูว่า “ครูขา หนูขอไปอยู่กับตายายข้างบ้านได้ไหม” เธอเลือกที่จะละทิ้งความสุขสบาย และขอกลับไปอยู่อย่างที่เคยเป็น แม้จะอดอยากแต่เป็นสิ่งที่เคยผ่านมา ไม่ใช่ความสุขกินอยู่สบาย



“นางอุดม อย่างสวย” อายุ 49 ปี และ “นายทองลี อย่างสวย” อายุ 50 ปี สองตายายเป็นเพื่อนบ้านที่ “น้องอิ๋ง” สนิทใจพักอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งมีหลานชาย 2 คน อายุ 10 ขวบ และ 3 ขวบ แม้ไม่ใช่สายเลือด แต่พี่ชายคนโตก็จะดูแลน้องสาว และน้องสาวก็จะดูแลน้องชายคนเล็ก ทั้ง 3 คนกลายเป็นพี่น้องที่ดูแลซึ่งกันและกัน

ทุกวันนี้ “น้องอิ๋ง” ยังคงนั่งรออยู่หน้าบ้านทุกวัน รอว่าจะมีจดหมายจากแม่มาไหม?? จนมีวันหนึ่งมีจดหมายส่งมาถึง โดยใจความหนึ่งได้เขียนว่า...


“ถึงแม่ของหนูเป็นแม่ที่ไม่ดี หนูดูแม่เป็นแบบอย่างนะลูก แล้วอย่าทำตามแม่ หนูรู้ไหมเวลาแม่คิดถึงหนู แม่จะนึกถึงตอนที่แม่นอนกอดหนู เวลาหนูกินนม แม่จะกอดหนูเอาไว้ตลอดเวลา ตั้งแต่แม่จากหนูไป มันก็หลายปีแล้ว แต่หนูจำเอาไว้เสมอนะลูก แม่รักและคิดถึงหนูเสมอ คงอีกนานหลายปีกว่าจะได้เจอกัน หนูคงโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หนูจำเอาไว้นะลูก ไม่ว่าแม่จะอยู่ที่ไหนก็รักและจะอยู่เคียงข้างหนูตลอดไป”





สุดท้ายนี้เชื่อว่าทุกคนอยากให้ “น้องอิ๋ง” เป็นเด็กดี เด็กฉลาด ตั้งใจเรียน เพราะเมื่อเติบใหญ่ เธอจะต้องมีจิตใจที่ดี ขอให้โชคดี ดูแลตัวเองและตอบแทนผู้มีพระคุณ ต้องสู้เท่านั้น เพราะนี่คือชีวิตที่เราเลือกเกิดไม่ได้ แต่...เลือกเป็นได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 080-775-3230
......................................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย ทวีลาภ บวกทอง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 4.47K