อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

ชมสุดยอด'ละครใบ้ไทย' ช่วงเวลายิ้มไปกับครอบครัว

สัปดาห์นี้พาไปทำความรู้จักทีมนักแสดง “ละครใบ้” จาก “Babymime” ขวัญใจเด็กๆ และครอบครัว รับรองว่าใครได้ชมจะชื่นชอบเพราะเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวจะได้ยิ้มไปด้วยกัน จันทร์ที่ 21 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


เมื่อปีที่แล้วผมได้ชวนครอบครัวไปดูละครใบ้ของ Babymime” ที่จัดขึ้นที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน ผมและครอบครัวตื่นเต้นกับ “ศิลปะการแสดงละครใบ้” หรือ Pantomime” เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้ดู พอไปถึงสถานที่แสดงก็แปลกใจ ปรากฏว่าผู้ชมเต็มโรงทุกที่นั่ง แสดงว่า Babymime” มีแฟนประจำเหนียวแน่นมาก

ผมในฐานะที่ทำงานกับเด็ก เล่านิทานให้เด็กๆ ฟัง พอได้ชมการแสดงจบ บอกได้ว่าชาย 3 คนนี้เล่นกับเด็กๆ เป็น พวกเขาสื่อสารกับทุกคนได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ ไม่ว่าเด็กเล็กหรือคนมีอายุก็เข้าใจ พวกเขาไม่ได้ให้แต่ความสนุกและความตลกอย่างเดียว ยังมีแง่คิดให้กับครอบครัวอีกด้วย

หลังจากจบการแสดงนักแสดงละครใบ้ทั้ง 3คนออกมาถ่ายรูปกับผู้ชมอย่างเป็นกันเอง ครอบครัวผมก็เข้าไปถ่ายรูปด้วย และบอกกับผู้จัดการว่าถ้ามีงานแสดงที่ไหนอีก ขอให้บอกผมอยากจะไปชมและช่วยประชาสัมพันธ์ให้กับครอบครัวที่ยังไม่ได้มาดูโชว์ดีๆ แบบนี้



คุณผู้จัดการบอกว่า หลังจากจบจากโชว์ทาง Babymime” จะตระเวนเล่นการกุศลทั่วประเทศ 13 แห่ง แล้วปลายเดือนพฤษภาคมจะมีงานเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน 2561 (หรืองาน Bangkok International Children’s Theatre Festival 2018) “Babymime” จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยร่วมแสดงในงาน ร่วมกับศิลปินจากต่างชาติหลากวัฒนธรรม

หลังจาก Babymime” ตระเวนเล่นละครใบ้มาถึง 12 จังหวัด แล้วมาปิดการแสดงสุดท้ายที่อนุบาลปรางทิพย์ในกรุงเทพฯ ผมได้ตามไปดูและขออนุญาตสัมภาษณ์ศิลปินทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ พี่งิ่ง (ชุดสีฟ้า) พี่ทา (ชุดสีชมพู) และพี่เกลือ (ชุดสีเหลือง)

น้าเมฆ : ผมขอถามถึงที่มาที่ไปว่าทั้ง 3 คนมาเจอกันได้อย่างไรครับ
พี่งิ่ง : ผมกับพี่ทาเรียนที่เดียวกันที่พาณิชยการพระนครมาก่อน เราทำกิจกรรมละครเวทีด้วยกัน พอปิดเทอมเราก็ไปเทคคอร์สเรียนด้านการแสดงละครใบ้พื้นฐาน 30 ชั่วโมงกับ “กลุ่มคนหน้าขาว” แล้วก็มาเจอพี่เกลือ เราอายุรุ่นราวคราวเดียวกันก็เลยเข้ากันง่าย
น้าเมฆ : แล้วก็มาลงตัวที่ 3 คน จึงเกิด Babymime” ขึ้นมาเหรอครับ แล้วเจาะจงว่าแสดงให้เด็กและครอบครัวโดยเฉพาะเลยหรือเปล่า
พี่ทา : จริงๆ เราเริ่มต้นมี 4 คน แต่อีกท่านเสียชีวิตไป เป็นคนตั้งกลุ่ม Babymime” ขึ้นมา เพราะตั้งแต่เราเริ่มฝึก เราเล่นละครใบ้มาสักพักและก็มีคำถามขึ้นในใจว่าน่าจะมีการแสดงที่เราอยากทำให้มันสนุกและดูไม่ยาก ในที่สุดเราเลยทำละครให้เหมาะสมกับตัวเรา เริ่มจากรวมตัวกันหลวมๆ แบบเฉพาะกิจก่อน ตอนหลังคิดว่า 3 คนลงตัวพอดี
พี่งิ่ง : ตอนแรกไม่ได้โฟกัสว่าจะต้องเป็นเด็กดู อยากให้ใครๆ ดูก็ได้ แต่เด็กๆ กลับชอบมาก จนคนมาดูทักว่า Babymime” มาจาก “Baby Smile” หรือเปล่า
น้าเมฆ : แล้วคาแรกเตอร์แต่ละคนเมื่อดูแล้วชัดเจนมาก อย่างพี่ทาจะแนวจอมพลัง (แต่ใส่ชุดชมพูมาเลย) พี่งิ่งก็จะแนวน่ารักอ่อนโยนหน่อย ส่วนพี่เกลือก็ชอบเล่นและแกล้งเด็ก
พี่ทา : ผมเป็นคนอ่อนหวานครับเลยเลือกสีชมพู ล้อเล่นครับ! ครั้งแรกเราไม่ได้กำหนดหรือตั้งใจจะเลือกสีอะไร เผอิญผ้าตัดแล้วไม่ได้ก็ใช้สีพวกนี้ไปก่อน
พี่เกลือ : เด็กๆ นี่จำชื่อพวกผมไม่ได้นะ แต่เขาจำสีได้ เด็กๆ เรียกผม “พี่สีเหลือง”
น้าเมฆ : แล้วทำไมต้องเป็นพี่เกลือที่บุกเดี่ยวเล่นกับเด็กเหรอครับ (จริงๆ คือแกล้งเด็กนั่นเอง)
พี่เกลือ : ผมมีหน้าที่ละลายพฤติกรรมของเด็กๆ ครับ



น้าเมฆ : การแสดงละครใบ้นี่เป็นงานประจำหรือเป็นงานอดิเรกครับ
พี่งิ่ง : เราทำการแสดงเป็นงานหลักเลยครับ อย่างไรก็ตามก็เปิดสอนการแสดงละครใบ้ให้กับเด็กและผู้ใหญ่ที่ Spark Drama Studio ที่ตึกจัสมินทาวเวอร์ แถวอโศก แล้วบางทีก็ไปเป็นวิทยากรบรรยายตามที่ต่างๆ ด้วย
ผู้จัดการ : ด้วยความที่อาชีพสายละครเวทีน้อยมากที่จะเห็นว่าไปได้ตลอดลอดฝั่ง ทำเป็นอาชีพจริงจัง ตอนแรกอยากจะจำกัดว่ากลุ่มนี้อยู่ในการละครเวที แต่พอดูแล้วละครใบ้ของ Babaymime” มีความแตกต่าง ต้องแยกออกมา พวกเขาอยู่ได้เอง
น้าเมฆ : ใครทำหน้าที่อะไรบ้าง เช่น คิดมุก ร้อยเรื่องราว ติดต่องาน ฯลฯ แบ่งงานกันทำอย่างไรครับ
พี่ทา : หน้าที่การทำงานเราจะทำด้วยกัน แต่ถ้าเป็นบทและเนื้อเรื่อง ดูภาพรวมก็จะเป็นผม แต่เรื่องพร็อพนี่พี่เกลือจัดการ ติดต่อประสาน แต่ก่อนจะเป็นพี่งิ่ง แต่ตอนนี้คิวงานเยอะมาก น้องออมเลยเป็นผู้จัดการให้เราครับ
น้าเมฆ : นานไหมครับกว่าจะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง
พี่งิ่ง : เราเริ่มเล่นครั้งแรกปี พ.ศ.2546 ในเทศกาลละครกรุงเทพ ที่สวนสันติชัยปราการ ก็ไปเล่นติดๆ กัน 4-5 ปี ครั้งแรกของการแสดงต้องเรียกว่าแทบจะต้องตามคนมาดู คือคนน้อยมากๆ แต่เราก็แสดงกันเต็มที่ ตอนนั้นยังแต่งหน้าขาวกันอยู่เลย หลังจากนั้นก็มีงานละครใบ้กรุงเทพฯ จัดที่หอประชุมเมืองไทยประกันชีวิต ถนนรัชดาฯ งานนี้จากที่เราเคยเป็นผู้ชม ต่อมาได้เล่นเปิดป้าย จนในที่สุดได้โอกาสขึ้นไปแสดง เราเริ่มจัดโชว์ของตัวเองครั้งแรกที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ ทองหล่อ 200 ที่นั่ง 10 รอบ เราก็ค่อยๆ สะสมแฟนขึ้นมา เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยคุ้นกับการแสดงละครใบ้มากนัก
น้าเมฆ : ได้ไปแสดงต่างประเทศทุกปีเลยใช่มั้ยครับ
พี่งิ่ง : ในละแวกเอเชียใกล้เราไปมาหมดแล้ว มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น แล้วก็บินไปแสดงที่ยุโรปด้วยครับ (หลังจากการสัมภาษณ์จบ Babymime ได้มอบหนังสือเต้นกิน รำกิน ที่ Edinburgh” เป็นหนังสือบันทึกการแสดงให้กับผมเป็นที่ระลึก) การแสดงที่ไต้หวันและมาเลเซีย เราแสดงเต็มรูปแบบ 900 ที่นั่งครับ



น้าเมฆ : มีช่วงที่พี่เกลือหยุดไปรักษาตัวด้วย แล้วตอนนั้นทำยังไงครับ
พี่งิ่ง : พี่เกลือหยุด แต่ Babymime” ไม่หยุด เราก็แสดงไป 2 คน แต่บางงานได้คุยกันไว้ก่อนแล้ว เช่น ตอนไปทัวร์ยุโรปต้องมี 3 คน เราต้องขอยืมเพื่อนมาแสดงให้ครบ 3 คนตามสัญญาที่คุยไว้ครับ
น้าเมฆ : ก่อนจะมาแสดงที่นี่ ได้ไปแสดงการกุศลทั่วประเทศมาแล้ว 12 แห่ง ดีจังเลยนะครับที่เด็กต่างจังหวัดจะได้ดูโชว์อะไรดีๆ แบบนี้เช่นกัน
ผู้จัดการ : ใช่ค่ะ เงินที่ได้จากการแสดงเมื่อปีก่อน นำมาเป็นค่าเดินทางและบริหารจัดการ และมีโก๋แก่เป็นสปอนเซอร์ด้วย แจกขนมให้กับเด็กๆ ส่วนค่าสถานที่แต่ละแห่งโชคดีไม่มีค่าใช้จ่ายเลยค่ะ
น้าเมฆ : ใน 12 จังหวัด ที่ไหนประทับใจมากที่สุด
พี่ทา : แต่ละคนคงชอบไม่เหมือนกัน ผมชอบแบบบ้านๆ ที่สุด ที่จังหวัดน่าน เป็นโรงเรียนติดชายแดน มีทหารมาเปิดซาวนด์ให้ พาเด็กประถมข้ามเขามาดู
พี่เกลือ : ชอบที่ปัตตานี เป็นจังหวัดทางใต้จังหวัดเดียวที่เราได้ไป ด้วยความที่ผมไม่ค่อยรู้วัฒนธรรมของมุสลิม ผมก็เล่นมุกจับมือ เด็กผู้หญิงยืดแขนเสื้อมาให้จับแทน ตอนหลังมารู้ว่าผู้หญิงมุสลิมจะไม่จับมือกับผู้ชายที่ไม่ได้แต่งงานด้วย ผมไม่ทราบมาก่อน แต่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นการแสดง ทุกคนจึงมีส่วนร่วม คนแสดงก็สนุก คนดูก็สนุก ขนาดมีผ้าปิดหน้า เราดูก็รู้ว่าเขายิ้มและหัวเราะอยู่
ผู้จัดการ : ชอบบ้านมุทิตา จังหวัดนครปฐม เป็นสถานพินิจ พอพี่ๆ แสดงแล้ว สื่อสารกับพวกน้องๆ ได้ เฮฮา ให้ทำอะไรทำตามหมด
พี่งิ่ง : ผมชอบที่จังหวัดน่านเช่นกัน มีนักเรียนมาดูเป็นพันคนกลางสนามฟุตบอลในร่ม จากที่กำหนดพื้นที่ไว้ แต่พอดูๆ ไป เด็กๆ ขยับเข้ามาใกล้จนประชิด ทางผู้จัดการและอาจารย์ต้องตะโกนบอกให้นั่งลง นั่งลงอยู่ตลอดเวลา ไม่งั้นคนข้างหลังจะมองไม่เห็น
น้าเมฆ : แล้วการแสดงมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา หรือแสดงแบบเดิมไปตลอดทั้งปีก่อน แล้วค่อยนำมาปรับ
พี่งิ่ง : โครงเรื่องเหมือนเดิม แต่บางทีเราต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ มีอยู่ช่วงหนึ่งเราไปเล่นที่ประเทศมาเลเซีย เราแสดงเรื่องหนูน้อยหมวกแดง มีอยู่ตอนหนึ่งที่นายพรานยิงหมาป่า แล้วหมาป่าปัดกระสุนได้ แล้วกระสุนกลับไปที่นายพราน แต่นายพรานไม่เป็นไร พอควักออกมาเป็นองค์จตุคามฯ คนไทยดูฮากระจาย แต่ไปเล่นที่มาเลเซียนี่เงียบกริบ เพราะเขาไม่เข้าใจ จึงต้องเปลี่ยนเป็นเอาฮู้ หรือยันต์ของจีนออกมา คราวนี้คนมาเลย์ฮากระจาย เพราะเข้าใจว่ายันต์ยิงไม่เข้า



น้าเมฆ : แล้วการแสดงของ Babymime ในเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชนปี 2561จะเป็นการแสดงใหม่หมด หรือเป็นการแสดงชุดไหนบ้างครับ
พี่งิ่ง : เป็นการคัดเลือกการแสดงชุดเดิมที่คนดูชื่นชอบที่สุด แต่จะนำมาปรับให้กระชับและดูง่ายขึ้น จะมี 2 ชุด คือ Starwars (เรื่องนี้ลูกชายผมชอบมาก) และ Chicken Run ครับ เหมาะสำหรับเด็ก 8 ขวบขึ้นไป พ่อแม่ลูกมาดูได้ทั้งครอบครัว
น้าเมฆ : “Babymime” จะแสดงวันไหนบ้างครับ
พี่งิ่ง : วันศุกร์ที่ 25 พ.ค. เวลา 15:00 น วันเสาร์ที่ 26 พ.ค. เวลา 15:00 และ 17:00 วันอาทิตย์ที่ 27 พ.ค. เวลา 15:00 และ 17:00 (มีการพูดคุยหลังการแสดง) ใช้เวลารอบละ 1 ชั่วโมงครับ แสดงที่สตูดิโอชั้น 4 หอศิลป์กรุงเทพฯ จำนวน 200 ที่นั่ง
น้าเมฆ : เทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชนมีอะไรให้ดูบ้างครับ
พี่งิ่ง : ผมแนะนำเลยครับว่าอยากให้มาดูเถอะ เทศกาลนี้เคยจัดครั้งแรกเมื่อ 2 ปีก่อน ผมไปเป็นคนดูประทับใจมาก มันสุดยอดจริงๆ หาดูไม่ง่ายเลยในเมืองไทยที่จะมีศิลปินระดับโลกมาแสดงถึงบ้านเรา มันช่างมีคุณค่ามาก ได้คิดต่อ เหมาะกับครอบครัวจริงๆ
พี่ทา : ผมพาลูกไป 2 คน คนโตดูโชว์นึง อีกคนดูอีกโชว์ ตอนนั้นคนเล็กของผมเพิ่ง 2 ขวบ เพราะเมืองไทยไม่มีการแสดงสำหรับเด็กจริงๆ แต่ในงานนี้เขาก็จะมีโชว์สำหรับเด็กแต่ละวัยโดยเฉพาะ เด็กที่โตกว่าเกณฑ์ห้ามดู เพราะศิลปินเมืองนอกเขาจะทำงานกับนักจิตวิทยาเด็ก เพื่อให้โชว์เหมาะสมกับวัยของเด็กมากที่สุด แม้การแสดงนี้จะมีค่าบัตรเข้าชม แต่เชื่อผมเถอะ คุ้มค่าแน่นอนครับ วันธรรมดาจะเป็นเวิร์คช็อป วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์จะเป็นการแสดงครับ น่าไปทั้ง 2 อย่างเลยครับ
น้าเมฆ : อยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับการแสดงละครใบ้ที่ผ่านมาบ้างครับ
พี่งิ่ง : สมัยที่พี่อั๋น (กลุ่มคนหน้าขาว) ซึ่งเป็นอาจารย์ผมยังอยู่ ผมเคยเห็นคนที่เคยดูพี่อั๋นในวัยเด็ก ปัจจุบันเติบใหญ่เป็นนายห้างก็จะมาทักทายพี่อั๋นว่า “เคยดู เคยดู” ทำให้พวกเราเชื่อว่าสิ่งที่เด็กได้ดูในวัยเล็กๆ เขาจะจำได้และอยู่ในใจของเขา ถ้าวันหนึ่งเขาเห็นไอ้สามสีนี้ในอีก 5 ปี 10 ปี เขาก็จะมาทักพวกเราเช่นกัน “เคยดู เคยดู”…เราเชื่ออย่างนั้นครับ

ท่านที่สนใจเข้าไปดูข้อมูลเทศกาลละครนานาชาติสำหรับเด็กและเยาวชน 2561 ได้ที่ https://bictfest.com/2018 หรือเข้าไปทำความรู้จักกับ Babymime” ได้ที่ https://www.facebook.com/BabymimeSHOW

ผมเคยดูโชว์ของ Babymime” มาก่อนแล้ว ขอการันตีว่าโชว์ของพวกเขาสนุกไม่แพ้โชว์ของต่างชาติเลยครับ เป็นการแสดงที่เด็กๆ และครอบครัวได้มีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นจนจบ ลองดูวันและเวลาที่สะดวก แล้วไปเชียร์การแสดงดีๆ จากคนไทยกันนะครับ และที่สำคัญคุณจะได้หัวเราะพร้อมกันทั้งครอบครัว ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุดเลยครับ.
…........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”

www.facebook.com/cloudbookfanpage


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 60