อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 18 สิงหาคม 2561

'ตำรวจ'เรียกจอดรถตรวจเมา 'วิชัย'ตาพร่าสู้แสงไม่ได้!

สัปดาห์นี้ “วิชัย” ออกรถใหม่พากันไปฉลอง ขากลับเจอด่านตำรวจส่องไฟใส่ตาสู้แสงไม่ได้ ดันถูกตรวจแอลกอฮอล์เพราะคิดว่าเมา เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.00 น.


หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาบอก “หนอนโรงพัก” เขียนแต่เรื่องเหยื่อเศร้า ซึ่งเป็นความจริงเพียงซอกหลืบหนึ่งเท่านั้นในสังคมไทย อาทิตย์นี้หลายคนอาจเห็นผมเขียนเรื่องหม่นๆ หน่อย จึงส่ง “วิชัย” เดินทางมารับผมไปกินข้าวเสียตอนหนึ่งแล้วกัน

“วิชัย” ออกรถใหม่ครับ เขาบอกผมว่าเวลาเจอวิกฤติเศรษฐกิจบ้านเมืองอะไรให้กล้าเข้าไว้ยามคนขลาด และตอนคนมันกล้ากัน ให้เราขลาดไว้ก่อน ดังนั้นจึงฟาดเงินถอยรถใหม่มาขับด้วยความชื่นบาน และมารับผมไปหาอะไรกินกัน “ไม่ชวนกิตติด้วยเหรอ?”

“มันไม่มีเงิน ต้องไปรับจ๊อบส่งของ” นี่แหละหนา...ชีวิตนักข่าว รายได้ไม่พอประทังชีวิต รายรับเท่าเดิม รายจ่ายเพิ่มขึ้นก็ต้องดิ้นรนกันต่อไป ชีวิต (ห)นี้



ตอนผมเจอรถของ “วิชัย” สารภาพตามตรงเลยครับว่า ผมนั้นความรู้เรื่องรถเป็นศูนย์ ถ้ามีการสอบเรื่องรถ ผมคงสอบตกอยู่หลายครั้งซ้ำชั้นอยู่หลายคราแล้ว เวลาไปทำข่าวอุบัติเหตุ (ว.40) ทีไร งงกับยี่ห้อรุ่นรถกันจริงๆ จำไม่ค่อยได้ด้วยสิ ดังนั้นหากอยากทราบไปสอบถาม “วิชัย” กันนะครับ

“วิชัย” นั้นขับรถเป็นนานแล้ว เวลานั่งรถตระเวนชอบให้ผู้ช่วยขับไว แต่พอมาขับเอง แกเล่นขับช้าจนจิ้งจกเกาะรถได้สบาย ไม่ต้องกลัวปลิว “เกลอขับให้มันไวกว่านี้ได้ไหม รถข้างหลังเขาหงุดหงิดนะ”

“ไอ้หนอนโรงพัก รถใหม่มันแพง ต้องขับดีๆ”

“ขับดีๆ ไม่ได้ให้แปลว่าขับช้าขนาดนี้”

“วิชัย” สวนว่าผมไม่เคยสอบใบขับขี่ ไม่เคยขับรถในท้องถนนกรุงเทพพระมหานคร มันอันตรายราวกับไปออกศึก ขับไม่ดีบีบแตรมั่วอาจโดนทำร้ายร่างกายได้ ผมเลยต้องเงียบนั่งเล่นไลน์หรืออ่านอะไรต่างๆ นานาในโลกของอินเทอร์เน็ตไป



“วิชัย” มารับผมไปทานข้าวจริงๆ ครับ ไม่มีเครื่องดื่มอื่นนอกจากน้ำเปล่า “เดี๋ยวโดนตำรวจจับ เป็นนักข่าวสายอาชญากรรม โดนตำรวจจับเสียเชิง” ผมเห็นด้วยครับ แต่อยากบอกวิชัยว่าเอ็งขับรถคนเดียว ผมไม่ได้ขับด้วย ควรให้ผมจิบซัก 2- 3 เหยือก พอจำหน้ากันไม่ได้ มันก็กระต่ายขาเดียวยืนกรานอย่างเดียว ดังนั้นจึงต้องนั่งกินข้าวคุยกับวิชัยเรื่องต่างๆ ไป

ราวๆ ห้าทุ่ม เราจึงกินข้าวเสร็จ เจ้าของร้านแปลกใจยิ่งนัก ที่เรากินข้าวกันจริงๆ จังๆ จ่ายเงินเสร็จ “วิชัย” ก็ขับรถไปส่งผมที่หอพัก ระหว่างทางเจอด่านครับ ด่านเป่าแอลกอฮอลล์ “เห็นไหมถ้ากิน รับรองโดนด่านแน่!!”



“เอ็งไม่ต้องกินก็ได้” ผมย้ำกับ “วิชัย” ซึ่งยังโม้ว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่ไม่มีเครื่องดื่มประกอบการรับประทานอาหาร ด่านทำให้รถติด ตำรวจตั้งกรวยบีบถนนให้เหลือเลนเดียว สำรวจรถทุกคันราวกับพวกเขาจะขนระเบิด เปิดกระจก แล้วคะเนสีหน้าว่าเมาหรือไม่เมา?? รถสองคันก่อนหน้าวิชัยผ่านไปได้อย่างฉิวเฉียด

แต่พอมาถึงรถ “วิชัย” ตำรวจกลับหยุดเรียกให้จอด วิชัยเปิดกระจกรถลง แสงไฟก็สาดเข้าหน้ามาอย่างจัง ไฟแรงสีขาวทำเอาตาพร่าราวกับโดนแฟลชระดมยิงเป็นชุดๆ

“ทำไมทำหน้าแบบนั้น ดื่มมาหรือเปล่า??” ตำรวจถาม

“ไม่ได้ดื่มครับ”

“แล้วทำไมตาหยีแบบนั้น”

“แสบตา” (โว้ย!!) คำหลังนี้วิชัยคงจะพูดเองในใจ

ตำรวจรู้ตัวว่าส่องไฟแรงไปหน่อยจึงลดไฟลง แล้วยื่นกระบอกให้ “วิชัย” เป่า...ผลปรากฏว่าไม่มีค่าแอลกอฮอลล์แต่อย่างใด ตำรวจทำการตะเบ๊ะด้วยความยินดีก่อนเคลื่อนมือให้ขับต่อไปได้ แต่ยังแสบตาไม่หาย ผมนั้นขนาดนั่งไกลจากแสงไฟมาหน่อย ยังเบลอดวงตาอ่อนล้าแรงเลย วิชัยอยู่ใกล้ไฟ คาดว่าจะหนักไม่น้อย



“จะขับไหวไหมเนี่ย ไฟแรงขาวจั๊วะยังกะผิวเน็ตไอด่อล พร่าไปหมดเลย” วิชัยเปรียบได้อย่างมีอารมณ์

“คิดเสียว่าเป็นกรรมที่เวลาทำข่าวเราชอบเปลี่ยนถ่านยิงแฟลชใส่คนในข่าว บางครั้งเขาอาจแสบตามากกว่าเราก็เป็นได้” ผมมาสายธรรมะ วิชัยมองค้อนพลางสงสัยว่าผมแอบดื่มมาหรือเปล่า??

“วิชัย” แสบตาครับ ขับรถช้ามาก เพราะตามันพร่าๆ กว่าจะไปถึงที่พักใช้เวลานานอย่างยิ่ง เมื่อใกล้ถึงที่หมายเลี้ยวเข้าซอย วิชัยก็รับสารภาพเพื่อหวังความผิดลดลงกึ่งหนึ่งเป็นรอลงอาญาว่า “เมื่อกี้มองทางไม่ค่อยเห็น ไฟขาวยังกระจ่างพร่างพราวในลูกตาดำอยู่เลย มาถึงได้บุญแล้ว พึ่งหายเมื่อกี้เอง” พูดแบบนี้ผมเลยตั้งสัตยาบันว่าจะไม่ขึ้นรถไปกับคุณวิชัยเด็ดขาด

“แต่ดีนะ ฝีมือขับรถของกูเป็นไงบ้าง หนอนโรงพัก มาถึงที่หมายอย่างสวัสดิภาพ น่าจะช่วยค่าน้ำมันสัก 200 นะ”

ได้ยินแบบนี้ คนอย่างผมก็จำยอมควักเงินออกจากที่หนีบแบงค์เตรียมส่งให้ “วิชัย” ทันใดสะดุ้ง! ขับมาอย่างดี มาพลาด “วิชัย” ที่สงสัยตาพร่าแสงขาว สอยกระถางต้นไม้หน้าอพาร์ทเมนท์ผมเต็มๆ เสียงไม่ดังมาก แต่ประสาคนมีรถใหม่ เหมือนผู้ชายหัดมีแฟนสาว แกรีบลงจากรถมาดูจุดเกิดเหตุทันทีก็ร้องอย่างปวดใจว่า

“ไฟหน้าแตกเลย ดูสิ...โธ่!! ไม่น่าชวนมึงออกมาเลย ไอ้หนอน!!”



เป็นอันว่า รถคันใหม่ของ “วิชัย” ก็ได้ถูกเจิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการพุ่งเข้าปะทะกับกระถางต้นไม้ ทิ้งริ้วรอยเป็นไฟแตกรับขวัญรถใหม่อย่างน่าชื่นชม ผมกลั้นหัวเราะแทบตาย ก่อนจะรีบขึ้นห้องพักไปทันที เพื่อเตรียมไปกระจายนินทาให้กับฝูงนักข่าวฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิชัยบ้าง แว่วๆ ว่าเมื่อวิชัยถูกล้อเลียนแกพูดเพียงว่า

“ไฟมันแรง เข้าตาเลยพลาดนะ” แต่ทุกคนไม่เชื่อ ด่าวิชัยว่าอ่อนหัดไปหลายเดือนทีเดียว จนบัดนี้ไฟหน้ารถวิชัยก็ยังคงแตกอยู่

หากท่านเห็นรถที่มีไฟหน้าแตก ขอให้สันนิษฐานว่าเป็น “รถวิชัย” ดังนั้นอย่าตบไฟใส่นะครับ ไอ้นี่ลูกตามันสู้แสงไม่ได้ ไว้วันไหนว่างๆ จะบอกตำรวจตรวจฉี่ดูหน่อยว่า มีสารเสพติดอะไรบ้างหรือเปล่า??

แต่เอ...ผมก็ตาพร่าด้วยนี่หว่า...ดังนั้นขอสรุปปิดท้ายเอาดื้อๆ ว่าพวกเราเป็นนักข่าวอาชญากรรม บางทีตาของพวกเราทุกคนอาจไม่ค่อยสู้แสงก็เป็นได้ สงสัยเพราะอยู่ในความมืดมิดมานาน พอเจอแสงสว่างส่องมาสักครั้ง ดูเหมือนพวกเราจะไม่ชินเท่าไหร่นัก...ซึ่งบางที...ก็คงต้องปรับตัวให้ชินกับแสงสว่างที่อาจจะส่องมาในสักวันของวงการนักข่าวก็เป็นได้...
….........................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


ขอบคุณภาพจาก : chaoprayanews

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.07K