อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ถึงเวลาพระสงฆ์..."ต้องรู้ ต้องตื่น ต้องเบิกบาน"

ใกล้ถึงวัน “วิสาขบูชา” เป็นวันที่องค์พุทธะทรงตื่น ทรงรู้ และทรงเบิกบาน คณะสงฆ์ “ต้องรู้ ต้องตื่น ต้องเบิกบาน” ตาม อย่าถูกชี้นำให้สถาบันสงฆ์เสียหาย ทำอย่างไรต้องติดตาม พุธที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


“วันวิสาขบูชา” ถือเป็นวันสำคัญที่สุดทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากล้วนมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการถือกำเนิดของพระพุทธศาสนา คือเป็นวันที่พระศาสดา คือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ดังนั้นพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจึงให้ความสำคัญกับ “วันวิสาขบูชา” นี้

เมื่อปีพุทธศักราช 2542 องค์การสหประชาชาติได้ยอมรับญัตติที่ประชุม กำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” เป็นวันสำคัญของโลก โดยเรียกว่า Vesak Day” ตามคำเรียกของชาวศรีลังกา ผู้ที่ยื่นเรื่องให้สหประชาชาติพิจารณา และได้กำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” นี้ถือเป็นวันหยุดวันหนึ่งของสหประชาชาติอีกด้วย

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกได้มีโอกาสบำเพ็ญบุญเนื่องในวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระบรมศาสดา การที่สหประชาชาติได้กำหนดให้ “วันวิสาขบูชา” เป็นวันสำคัญของโลกนั้น ได้ให้เหตุผลไว้ว่า



“องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นมหาบุรุษผู้ให้ความเมตตาต่อหมู่มวลมนุษย์ เปิดโอกาสให้ทุกศาสนาสามารถเข้ามาศึกษาพุทธศาสนา เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ และทรงสั่งสอนทุกคนโดยใช้ปัญญาธิคุณ โดยมีเมตตาเป็นที่ตั้ง...”

การจัดงานวิสาขบูชาโลกหลายปีมานี้ คณะกรรมการสมาคมวิสาขบูชาโลก และกรรมการสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนานานาชาติมีมติให้ประเทศต่างๆ เป็นเจ้าภาพกันสลับหมุนเวียนกันไป สำหรับปีนี้ประเทศไทยรับเป็นเจ้าภาพการประชุมงานวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ 15 มีนานาชาติมาร่วมประชุมงานวิสาขบูชาโลกประมาณ 86 ประเทศนี้มีประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ และผู้นำชาวพุทธมาร่วมงานประมาณ 1,500 รูป/คน

เนื้อหาแน่นอนว่า “เข้ม” เพราะเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่ผ่านมาพระพุทธศาสนาในเมืองไทย สถาบันสงฆ์รับใช้สนองนโยบายรัฐบาลเกินไป มุ่งเน้นแต่พัฒนาสิ่งก่อสร้าง วัดวาอาราม ตอนมีเริ่มเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับแรกปี 2504 -2506 สมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ท่านก็ให้สหรัฐอเมริกามาเป็นพี่เลี้ยง มีคนถามว่า...



“ระหว่างโรงเรียนกับถนนควรสร้างอันไหนก่อน??” ผู้นำสมัยนั้นเลือกที่จะให้สร้างถนนก่อน เพราะต่างชาติจะได้มองว่าประเทศไทยเจริญ ประเทศไทยได้รับการพัฒนา ส่วนสถาบันสงฆ์ก็รับนโยบายนี้ว่า “วัดไหน สร้างโบสถ์ใหญ่โต สร้างวัด สร้างศาลาหลังใหญ่”

การพิจารณาสมณศักดิ์ การพิจารณาตำแหน่งทางปกครอง จากเจ้าคณะปกครองก็ได้ง่ายขึ้น เพราะมีเม็ดเงิน มีสิ่งก่อสร้างเป็นตัวชี้วัด สุดท้ายตอนนี้คณะสงฆ์ พระภิกษุบางรูปยังหลงอยู่กับความคิดนี้ “กลายเป็นกลุ่มคนล้าหลัง กลายเป็นไดโนเสาร์” คิดอะไร ทำอะไร ก็ไม่ค่อยจะเป็น ไม่ค่อยจะทันสมัย โลกเปลี่ยน แต่พระสงฆ์บางกลุ่มก็ยังเชื่ออยู่ว่า “เราไม่เปลี่ยน”

สุดท้ายสถานการณ์ตอนนี้คำตอบชัดเจนว่า
“ท่านไม่รู้ ท่านไม่ตื่น ท่านไม่เบิกบาน” ตามหลักธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าเสียแล้ว ท่านถูกรัฐ ถูกชนชั้นนำในสังคมไทย “หลอกใช้” หลงทางจะกลับไปใช้ชีวิตในป่าจิตมันไม่ไปเสียแล้ว ที่ผ่านมาคณะสงฆ์ไปพึ่ง “ระบบอุปถัมภ์” มากเกินไป



วันหนึ่งสถานการณ์สังคมเปลี่ยน ทิศทางการพัฒนาชาติและสังคมเปลี่ยน คณะสงฆ์เหมือน “ถูกปล่อยเกาะ” ทำอะไรผิดไปหมด ทำอะไรดูอ่อนแอไปหมด สถานการณ์คณะสงฆ์ปัจจุบันหากคณะสงฆ์ทั้งมหานิกายและธรรมยุติกนิกายยังถือดี ยังแตกแยก ยังคิดว่าตัวเองดี ตัวเองเด่น ตัวเองเจ๋ง ตัวเองเป็นพระดี “ตายยกพวง” ดีไม่ดีมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบันอาจไม่มีในสาระบบอีกต่อไป เพราะอย่าลืมว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจพิเศษพยายามดัน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2484 มาปรับใช้

เพราะฉะนั้นเนื่องในโอกาส “วันวิสาขบูชา” เป็นวันที่องค์พุทธะ ทรงตื่น ทรงรู้ และทรงเบิกบาน คณะสงฆ์
“ต้องรู้ ต้องตื่น ต้องเบิกบาน” ตาม อย่าปล่อยให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาชี้นำ อย่าปล่อยให้พระภิกษุรูปใดรูปหนึ่งถูกกระทำจนลามเสียหายต่อสถาบันสงฆ์

ต้องออกมาปกป้อง ต้องออกมาฟ้องชาวพุทธว่า...เกิดอะไรขึ้นกับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ถูกรุกคืบ ถูกรุกราน ถูกกลืนแบบไหน?? ชาวพุทธไทยจะได้รู้ความจริง มัวเก่ง มัวคุยอยู่แต่ในไลน์ ในเฟซบุ๊กไม่เกิดประโยชน์ ส่วนพวกที่จ้องเล่นงานพระสงฆ์ จ้องทำลายพระพุทธศาสนาพวกนี้ แค่อวดดี อวดรู้ เอาความรู้สึกผิวเผินเป็นที่ตั้ง สุดท้ายผมเชื่อว่า...จะแพ้ภัยตัวเอง



สำหรับ การประชุมกิจกรรมนานาชาติ ครั้งที่ 15 ปีนี้เช่นเคยเริ่มมีตั้งแต่วันที่ 25 -27 พ.ค.61 จัดที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และศูนย์การประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกิจกรรม 1 ปีมี 1 ครั้ง 1 ปีมีครั้งเดียว

พวกเราในฐานะชาวพุทธจะต้องร่วมมือร่วมใจกันแสวงหาความสุขด้วยการตั้งอยู่ในความดีรักษาศีล ต้องร่วมมือร่วมใจกันดูแลรักษาพระพุทธศาสนา จะต้องร่วมมือร่วมใจกันเป็นเจ้าภาพที่ดีต้อนรับประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธ นักปราชญ์จากทั่วโลกที่มาร่วม “ประชุมงานวิสาขบูชานานาชาติครั้งที่ 15” นี้ และจงภาคภูมิใจว่าทั่วโลกยกย่องให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก” ซึ่งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ vesak
….............................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10” : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 105