อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 17 ตุลาคม 2561

ชี้เป้าสาเหตุ'ป่าสูญพื้นที่หาย' แนะ4ข้อปฏิรูปงานภาครัฐ!

สัปดาห์นี้ชี้เป้าสาเหตุการสูญเสียป่าและพื้นที่ป่าว่าเกิดจากน้ำมือผู้ใดบ้าง รวมถึงแนะวิธีแก้ปัญหา 4 ข้อเพื่อปฏิรูปการบริหารงานภาครัฐฯ ถึงจะผ่านมาเนิ่นนานแต่ก็ควรเริ่มลงมือทำได้แล้ว พุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น.


“การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย” เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ามาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ที่ทำให้มีความต้องการพื้นที่ป่ามาเป็นที่ทำมาหากินและที่อยู่อาศัย หรือเกิดจากภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ แต่ก็ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ต้อง “สูญเสียป่า” ไปเป็นจำนวนไม่น้อยเลยถ้าเทียบกับสาเหตุอื่น

คือ...การออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบจากพื้นที่ป่า ที่เกิดจากความตั้งใจในการแสวงหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ และการปล่อยปละละเลยในบทบาทของเจ้าหน้าที่ โดยรัฐไม่มีนโยบายและการตรวจสอบที่ดีพอ จึงพอจะสรุปถึง “การสูญเสียพื้นที่ป่า” ได้ดังนี้ คือ...


1.สูญเสียพื้นที่ป่าจาก “การออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบ” สำหรับการสูญเสียในรูปแบบดังกล่าวนี้ คิดเป็นพื้นที่จำนวนไม่น้อยเลย ดูจากข้อมูลพบว่าที่มีอยู่ในการพิจารณาของ ปปช. มีจำนวนถึง 14,348 เรื่อง เป็นจำนวนไร่ก็มีอยู่มากมาย และคาดว่าในส่วนที่ยังตรวจสอบไม่ได้ก็มีอยู่อีกมากมายเช่นกัน หากรัฐยังไม่สามารถหยุดยั้งได้ การสูญเสียพื้นที่ป่าในรูปแบบนี้ก็คงจะมีไปอย่างต่อเนื่อง

2.สูญเสียพื้นที่ป่าจากการที่ “พื้นที่ป่าอนุรักษ์” ในรูปแบบอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า มี “การบุกรุกยึดครอง” เป็นจำนวนมาก ผู้รับผิดชอบในระดับกรมและหัวหน้าหน่วยงานบางหน่วยไม่สนใจที่จะเรียกคืนพื้นที่ที่สูญเสียไปและไม่ทำการปกป้องพื้นที่ที่ยังเหลืออยู่ กลับหันไปทำงานด้านบริการเป็นสำคัญ เพื่อสร้างรายได้ และหารายได้ให้กับตนเอง แล้วทำการส่งต่อ เพราะสิ่งนี้เป็นปัจจัยจำเป็น (ของคนบางคน) ในการอยู่รอดในยุคปัจจุบันนี้



3.สูญเสียพื้นที่ป่าซึ่งมาจากการที่พื้นที่ที่เป็น “ป่าสงวนแห่งชาติถูกบุกรุกยึดครองเกือบหมดสิ้น” ไม่เหลือป่าสงวนฯ ที่อยู่ในรูปของป่าสงวนฯ ที่มีความสมบูรณ์หลงเหลืออยู่อีกเลย เกือบทั้งหมดมีเพียงแค่ชื่อ แต่กลับมีการจัดเงินงบประมาณเพื่อการดูแลอยู่ ถือได้ว่าเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์อย่างมโหฬารของเจ้าหน้าที่อย่างแท้จริง

4.สูญเสียพื้นที่ป่าจากการที่พื้นที่ป่าที่อยู่ในรูปแบบ “สวนป่า” นอกจากแทบไม่เหลือต้นไม้ในสวนป่าแล้ว บางสวนป่ากลับไม่เหลือพื้นที่อยู่อีกเลย บางสวนป่ายิ่งเลวร้ายกว่านั้น คือมีการปลูกป่าโดยใช้งบประมาณของรัฐแต่กลับไปสมคบออกเอกสารสิทธิ์ให้เอกชน และเอกชนนำไปขึ้นทะเบียนสวนป่า แล้วตัดไม้ที่ปลูกโดยงบประมาณไปขาย ก็มีอยู่หลายป่า

โดยเฉพาะใน “ภาคเหนือ” ทำให้สูญเสียทั้งพื้นที่ป่า เสียทั้งงบประมาณแผ่นดิน เสียทั้งต้นไม้ไปให้เอกชน แม้จะมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ แต่ผู้รับผิดชอบยังเฉย เพราะคนกระทำความผิดที่ผ่านมา ยังมีอำนาจอยู่ในขณะนี้



5.สูญเสียพื้นที่ป่าชายเลน จากการที่รัฐให้สัมปทานป่าชายเลนกับเอกชน เมื่อมีการยกเลิกสัมปทาน หรือสัมปทานสิ้นสุดลง แทนที่พื้นที่ป่าชายเลนดังกล่าวจะกลับมาเป็นของรัฐทั้งหมด แต่กลายเป็นว่าพื้นที่ส่วนหนึ่งผู้ได้รับสัมปทานนำไปออกเอกสารสิทธิ์เป็นของตัวเอง หรือบางแปลงก็มีนายทุนจากภายนอกเข้าไปยึดและออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่หมดสัมปทาน ซึ่งตามกฎหมายแล้วพื้นที่สัมปทานนำไปออกเอกสารสิทธิ์ไม่ได้ แม้จะมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รับผิดชอบยังเฉย เพราะคนกระทำความผิดบางคนยังมีอำนาจอยู่ในขณะนี้

6.สูญเสียพื้นที่ป่าที่จากสัมปทานขุดเหมืองแร่ คือพื้นที่ที่ผ่านการสัมปทานขุดแร่ มีลักษณะเป็นหลุมลึก เรียกว่า “ขุมเหมือง” กระจายอยู่หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ รวมจำนวนหลายไร่ เมื่อหมดอายุสัมปทาน แทนที่จะต้องกลบหลุมแล้วปลูกต้นไม้ตามเงื่อนไขสัมปทาน กลายเป็นว่าปล่อยให้เป็นที่เก็บน้ำ แล้วนายทุนก็ไปออกเอกสารสิทธิ์เป็นของตนเองเป็นจำนวนมากมาย แม้จะมีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้รับผิดชอบยังไม่ดำเนินการ เพราะคนกระทำความผิดบางคนยังมีอำนาจอยู่ในขณะนี้โดยเฉพาะอำนาจทางการเงิน

 7.สูญเสียพื้นที่ป่าจากการส่งมอบให้ สปก.  โดยกรมป่าไม้มาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อใช้ในกิจกรรมเพื่อการเกษตร ส่วนพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้ได้ ก็มีเงื่อนไขให้ส่งคืนกรมป่าไม้ แต่ปรากฏว่าไม่มีการส่งคืน ทำให้มีการยึดครองพื้นที่ป่าดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าไปเป็นจำนวนมากมายหลายล้านไร่



วิธีแก้ไขเพื่อหยุดยั้ง “การสูญเสียพื้นที่ป่า” เพิ่มขึ้นอีกและเรียกคืนในส่วนที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมาเป็นของรัฐ มีข้อเสนอบางส่วนดังนี้


1.ด้านนโยบาย รัฐบาลควรกำหนดให้การแก้ไขปัญหาที่ดินเป็นวาระแห่งชาติ ทุ่มเทแก้ปัญหา โดยการสร้างศักยภาพให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาให้ได้ ทั้งต้องรวดเร็ว เป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่มีทุจริต พร้อมกับมีการติดตามตรวจสอบ และให้ปะชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมและตรวจสอบได้

2.ปรับการทำงานของภาครัฐ ทั้งกรมที่ดิน กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สปก. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่ดิน ให้กลับมาทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่ของรัฐอย่างจริงจัง มีการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และมีความเข้มงวดในการออกเอกสารสิทธิ์ ไม่ให้เหมือนกับปัจจุบันนี้

3.แก้ไขและปรับปรุงกฎหมาย ด้วยการเร่งให้มีการดำเนินการยกเลิก ส.ค.1 โดยเร็ว โดยให้การออกเอกสารสิทธิ์สำหรับการครอบครองโดยชอบทั้งหมดอย่างเร่งด่วน และที่ครอบครองโดยไม่ชอบให้ยกเลิกเพิกถอนโดยเร็ว เพราะปัญหา ส.ค.1 บิน และ ส.ค.1 บวม ได้ทำลายพื้นที่ป่าไม้ไปมากมายและต่อเนื่อง ถ้ายุติไม่ได้ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่าได้

4.จัดทำแนวเขตป่าถาวร โดยให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จัดทำแนวเขตที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน ครบถ้วนและถาวร เพื่อแยกกันให้ชัดว่าที่ไหนเป็นของรัฐ?? ที่ไหนเป็นของเอกชน?? แล้วดำเนินการต่อไปตามกฏหมายให้เคร่งครัดต่อไป

ข้อเสนอดังกล่าว ถือเป็น
“การปฏิรูป” ทั้งการปฏิรูปการทำงานของภาครัฐ และการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ที่รัฐบาลชุดนี้ และ คสช. คิดจะทำตั้งแต่เข้ามาควบคุมอำนาจ และเข้ามาบริหารประเทศใหม่ๆ แม้จะล่วงเลยมามากแล้ว แต่ก็ควรลงมือทำต่อไป.
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 133