อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

การเมืองกับ'LGBT' เมื่อเรื่องเพศนำไปสู่นโยบาย

สัปดาห์นี้เอ่ยถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองเรื่องหนึ่งที่หลายคนยังไม่ทราบ นั่นคือการเมืองหันมามองกลุ่ม “LGBT” หรือกลุ่มหลากหลายทางเพศมากขึ้น เพราะสาเหตุใด? พฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 09.00 น.


ในช่วงเดือนพฤษภาคม มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายวาระ เรื่องหนึ่งที่หลายคนคงยังไม่รู้ คือวันที่ 17 พ.ค.ถือเป็น “วันไอดาฮอต” (Idahot) หรือวันแห่งการยุติการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกัน และคนข้ามเพศ คำว่า Idahot” ย่อมาจาก International day against homophobia biphobia and transphobia ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และประเทศไหนรณรงค์เรื่องยุติความเกลียดกลัวคนรัก2เพศด้วยก็เพิ่มเป็น IDAHOBiT” การรณรงค์ก็เพื่อเปิดเสียงของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศออกสู่สังคม

วาระของ
กลุ่มหลากหลายทางเพศ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งจะอยู่ในช่วงเดือน มิ.ย. คือ การจัดงานไพรด์ (Pride) เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความกล้าเปิดเผยตัวตนอย่างภูมิใจ การต่อสู้เรียกร้องให้เกิดการยอมรับและการสร้างความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติต่อกัน การจัดงานไพรด์ นี้เพื่อเป็นที่ระลึกต่อเหตุการณ์ความรุนแรงที่บาร์สโตนวอลล์ ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่ตำรวจบุกค้นบาร์เกย์ และเกิดการประทะจนกลายเป็นความรุนแรง เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2512

ภายหลังเกิดเหตุการณ์สโตนวอลล์ กลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ ที่เคยต้องหลบซ่อนตัว รู้สึกถึงความไม่เป็นธรรม และออกมาเคลื่อนไหวทางสังคมในรูปแบบของพาเหรดอย่างมีสีสัน ในวันที่ 28 มิ.ย.2513 (1970) เกิดการเดินขบวนในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ทั้งนิวยอร์ก ลอสแองเจลิส ซานฟรานซิสโก เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สโตนวอลล์



และในยุคต่อๆ มารัฐบาลของเขาก็สนับสนุน อย่าง “บารัค โอบามา” อดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ก็ประกาศให้เดือน มิ.ย.เป็น “เดือนแห่งความภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ” ก็คือนัยถึงการยอมรับว่า “ความหลากหลายคือความงดงาม”

กระแสที่เริ่มจากสหรัฐอเมริกา ก็ไปถึงในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะทางยุโรป ที่อาจจัดไม่ตรงเดือน มิ.ย. เพราะเลื่อนไปจัดในช่วงฤดูร้อน คือเดือน ก.ค.ถึงเดือน ก.ย. ในเอเชียก็มีจัดเช่นที่ไต้หวัน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เมืองไทยเองก็เคยมีจัดที่ กทม.ในปี พ.ศ.2549 แต่ก็ไม่ค่อยมีใครจำได้

และอีก 3 ปีต่อมาเคยมีความพยายามจัดที่เชียงใหม่ แต่ก็ถูกต่อต้านจนต้องยกเลิกงานไป ปัจจุบันที่เมืองไทยจัดก็เป็น งานไพรด์ ที่ภูเก็ต ก็มีผู้ประกอบการสถานบริการและต่างชาติร่วมเสียส่วนใหญ่ ซึ่งก็เห็นมีความพยายามของเอ็นจีโอที่อยากรื้อฟื้นงานนี้ในกรุงเทพ แต่ก็เงียบๆ ไป



อย่างไรก็ตามปีนี้ถือว่าเป็นปีที่อาจเรียกว่ามีสีสัน เนื่องจากฝ่ายการเมืองเริ่มหันมามอง กลุ่มหลากหลายทางเพศ หรือ “กลุ่ม LGBT” มากขึ้น โดยอาจเรียกว่าคนที่เริ่มเปิดประเด็นน่าจะเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำพรรคอนาคตใหม่ พรรคคนรุ่นใหม่ที่ออกจะเป็นที่ฮือฮามากที่สุดขณะนี้ ได้พูดถึงความเห็นต่อ “LGBT” ของตัวเองในเรื่องชูแนวคิดความเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม เพศสภาพควรแสดงออกได้ตามรสนิยมของคน (สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 มี.ค.สื่อ the101.world)

นายธนาธร หรือ “เอก” ยังยอมรับว่าเมื่อก่อนก็เป็นคนที่มีความไม่เข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ โดยบอกว่า รู้สึกผิดที่เคยพยายามจะเปลี่ยนเพื่อนสนิท หรืออย่างที่เรียกว่าซ่อม เพราะขณะนั้นยังไม่เข้าใจในเรื่องสิทธิทางร่างกายอย่างเพียงพอ และเชื่อว่าการกระทำของตัวเองทำให้เพื่อนเสียใจจนวันนี้ จนอยากขอโทษแต่ไม่ได้เจอเพื่อนคนนี้แล้ว” ซึ่งเอาจริงก็ไม่ใช่ว่าเป็นมุมมองเชิงนโยบายต่อ “กลุ่ม LGBT” เท่าไร แต่เป็นมุมมองที่แสดงความเข้าใจกันมากขึ้น

เมื่อมีการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ก็สังเกตเห็นว่า “น่าจะมีคนที่ขับเคลื่อนเรื่องสิทธิของกลุ่ม LGBT ในพรรค” เพราะหนึ่งในคนที่มาร่วม เห็นมี “คุณเคท ครั้งพิบูลย์” ที่เป็นนักเคลื่อนไหวด้าน LGBT” อยู่ด้วย เอาเป็นว่าตอนนี้ คสช. ยังห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะออกนโยบายอะไรเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ ถ้าออกมาโดนใจ ชื่อเสียงของพรรคก็คงแพร่ออกสื่อได้เยอะอีกระดับหนึ่ง เพราะทั้งไม่เคยมีฝ่ายการเมืองชูเรื่องนี้ชัดๆ และ “กลุ่ม LGBT” เองก็เป็นกลุ่มชอบใช้สื่อ ก็จะมีการแชร์เรื่องนี้ออกไปได้อีกไม่น้อย

พรรคต่อมาที่แสดงท่าทีชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายเพื่อ กลุ่มหลากหลายทางเพศ คือพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็น “วันไอดาฮอต” ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค พร้อมว่าที่ ส.ส.คนรุ่นใหม่ของพรรค ก็ไปร่วมงานที่มิวเซียมสยาม โดยเพจทางการของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้โพสต์ว่า...



“การร่วมงานเพื่อสนับสนุนสิทธิพื้นฐานที่คนกลุ่มนี้พึงมี แม้สังคมทั่วไปจะให้การยอมรับ แต่ในทางกฎหมายถือว่าปิดกั้นมาก อาทิ สิทธิรักษาพยาบาลของคู่ชีวิต, สิทธิในการกู้บ้านร่วมกัน, สิทธิในการรับเบี้ยประกันของกันและกัน, สิทธิในการรับเลี้ยงดูบุตรบุญธรรมร่วมกัน และสิทธิในเรื่องมรดก เพจ Democrat Party, Thailand ยังมีการเปลี่ยน Cover Photo ของพรรคฯ เป็นเรื่องความเท่าเทียมทางเพศอีกด้วย ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมให้เกิดความเท่าเทียมในสิทธิ และโอกาสแก่คนไทยทุกคน”

อ่านที่เขาเขียนมาคร่าวๆ ก็นึกออกว่า นี่คือหลักของ “ร่าง พ...คู่ชีวิต” ที่ยังไม่ออกเสียที ทั้งที่มีการผลักดันมานาน ซึ่งเดิมฝ่ายที่เคลื่อนไหวในไทยเขาอยากให้ไทยได้เป็นประเทศแรกของเอเชีย แต่ตอนนี้ก็ฝันสลายไปแล้ว เพราะไต้หวันได้ก่อน ความยุ่งยากของเรื่องนี้ถ้าติดตามข่าวจะรู้สึกว่า เหมือนว่าความเห็นของ “ผู้ร่าง” กับความเห็นของ “ผู้ต้องการใช้กฎหมาย” ไม่ตรงกันเสียที เรื่องหนึ่งที่เขาเรียกร้องกันคือ “ต้องมีสิทธิ์ในการรับบุตรบุญธรรมด้วย”

บางคนเขาก็บอกว่าเอาง่ายๆ ให้แก้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก่อน มาตรา 1448 มันมีใจความว่า “การสมรสจะทำได้ต่อเมื่อชายและหญิงอายุ 17 ปีบริบูรณ์แล้ว” ที่ต้องแก้เพราะกฎหมายรับรองการสมรสแค่ชายหญิง อาจต้องเปลี่ยนโดยการไม่ระบุเพศ อาจใช้คำว่า “คู่สมรส” และจากนั้นจะเพิ่มสิทธิอะไรก็ไปใส่ในกฎหมายคู่ชีวิตเอา

ไม่ใช่แค่เรื่องความเห็นเนื้อหากฎหมายที่ยังตีกัน เท่าที่ดูก็เห็นมีความคิดเรื่อง “รัฐบาลที่ควรผลักดันกฎหมาย” ที่หลายคนเขาก็ไม่อยากให้กฎหมายออกในช่วงรัฐบาลเผด็จการ จะมีเหตุผลอะไรก็ว่าไป เรื่องความสง่างาม เรื่องโอกาสในการมีส่วนร่วมก็แล้วแต่ มันแล้วแต่อุดมการณ์ของแต่ละคนจะยึด...แต่รัฐบาลเผด็จการนี้ก็มีกฎหมายที่ออกมาเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของ LGBT” อยู่ คือ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพื่อป้องกันการเลือกปฏิบัติโดยอ้างเพศสภาพ



ซึ่งใน “วันไอดาฮอต” ที่เพิ่งผ่านมา มีการนำเสนอรายงานของธนาคารโลก เรื่อง “การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจของกลุ่ม LGBT ในประเทศไทย” ที่ใช้แบบสอบถามออนไลน์ ก็พบว่าการเลือกปฏิบัติยังมีอยู่ เช่น ในการสมัครงานของเขาก็ถูกปฏิเสธจากเงื่อนไขเพศสภาพ ประมาณ 1 ใน 5 ของกลุ่มเกย์เชื่อว่าถูกมองข้ามในเวลาที่มีการพิจารณาตำแหน่ง และยังมีกลุ่มหลากหลายทางเพศอีกจำนวนมากที่บอกว่า...

ถูกปฏิบัติอย่างไม่ให้เกียรติ เช่น ล้อเลียน เมื่อขอรับบริการจากรัฐ ซึ่งเมื่อมี พ...นี้รับรองอยู่ ก็น่าจะลองใช้เงื่อนไขตาม พ...ร้องเรียนดูให้เห็นเป็นกรณีตัวอย่าง

ดูทรงแล้ว กฎหมายที่ “กลุ่ม LGBT” ไทยผลักดันหนักๆ ก็ พ.ร.บ.คู่ชีวิตนี้แหละ ซึ่งวันนี้นักการเมืองที่ประกาศตัวเป็นคนรุ่นใหม่ (ประชาธิปัตย์ก็มีนโยบายชูคนรุ่นใหม่) บอกในทำนอง “ฟังเสียง LGBT มากขึ้น” มันเป็นความน่าสนใจที่หมายถึงความเข้าใจความหลากหลายในโลกยุคปัจจุบัน และมีนโยบายเพื่อตอบสนองให้ตรงความต้องการของแต่ละกลุ่ม ไม่ใช่เพียงแค่เอาแต่ประกาศยืนยันความซื่อสัตย์สุจริตเหมือนหลายพรรค ซึ่งมันสำคัญจริงแต่มันไม่ใหม่ ไม่น่าตื่นเต้น

เลือกตั้งครั้งที่จะถึงเสียง LGBT” ก็อาจเป็นอีกสีสันหนึ่งที่น่าสนใจ.
….........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


ขอบคุณภาพจาก : bradensummers

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 131