อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 ธันวาคม 2561

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 5

สัปดาห์นี้มาดูโทษสถานหนักอาบัติปาราชิก ของ “ภิกษุ” ที่ประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัยนั่นคือต้องขาดจากความเป็นภิกษุโดยปริยาย พฤหัสบดีที่ 31 พฤษภาคม 2561 เวลา 10.00 น.


“ภิกษุ” ที่ประพฤติปฏิบัติล่วงละเมิดสิกขาบทในพระวินัย ซึ่งเป็น “โทษสถานหนักอาบัติปาราชิก” นั้นต้องขาดจากความเป็นภิกษุโดยปริยาย เพราะเป็นความผิดที่ล่วงละเมิดมาแล้วไม่อาจแก้ไขได้ ไม่ว่าภิกษุผู้นั้นจะลาสิกขาหรือไม่ลาสิกขาก็ตาม ความแตกต่างอยู่ที่ภิกษุที่ลาสิกขาเป็นผู้มีความสำนึกผิดและละอายต่อความผิดที่ได้กระทำไว้ ส่วนภิกษุที่ไม่ยอมลาสิกขาเป็นผู้ที่ไม่สำนึกถึงและไม่ละอายต่อความผิดที่ได้ก่อไว้

จะอย่างไรก็ตามภิกษุที่ไม่ยอมลาสิกขาก็ไม่มีความเป็นภิกษุอีกต่อไปแล้ว แม้ว่าจะนุ่งห่มจีวรและกระทำตัวปฎิบัติเยี่ยงภิกษุก็ตาม ซึ่งภิกษุที่ต้อง “อาบัติปาราชิก” เปรียบเสมือนคนที่ตายไปแล้วไม่มีผู้ใดสามารถทำให้ฟื้นกลับมามีชีวิตได้ดังเดิม หรือเปรียบเสมือนผู้ที่คอขาดแล้วไม่มีผู้ใดสามารถนำคอมาต่อให้คืนกลับได้ดังเดิม ภิกษุที่ต้องโทษอาบัติปราชิกจึงเป็นผู้ที่พ่ายแพ้ต่อตนเองที่ไม่สามารถประพฤติปฏิบัติตามสิกขาบทในพระวินัยได้

ภิกษุที่ไม่ยอมลาสิกขาทั้งที่ต้องอาบัติปาราชิกอย่าได้คิดหลอกลวงผู้อื่นอีกเลย หรือแม้กระทั่งอย่าคิดหลอกลวงตัวเองว่ายังเป็นภิกษุอยู่ ความผิดที่ได้กระทำไว้แล้วมีอบายภูมิรอคอยอยู่เบื้องหน้า ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ถ้าลาสิกขาก็จะพ้นจากโทษจากพระวินัยและยังมีโอกาสกลับเนื้อกลับตัวมาศึกษาพระธรรมใหม่



อย่าได้คิดตะแบงนำเอาวิธีการทางโลกมาใช้โดยยึดหลักกฎหมายที่ว่า...ถ้าศาลยังไม่ได้พิพากษาให้เป็นผู้มีความผิดก็ยังถือว่าเป็นผู้ที่บริสุทธิ์อยู่ อย่าลืมว่าสิกขาบทในพระวินัยเป็นสิ่งที่พระบรมศาสดา พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เป็นข้อประพฤติปฎิบัติของภิกษุที่มีมีความสูงส่งเหนือกว่ากฎหมายทางโลกด้วยประการทั้งปวง ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้

กรณีที่ “ตำรวจกองปราบ” เข้าจับกุมภิกษุซึ่งเป็นพระเถระจำนวน 5 รูป พระเถระบางรูปมีฐานะเป็นพระราชาคณะและมีตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถระสมาคมโดยเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับที่กระทำความผิดตามคำร้องทุกข์กล่าวโทษของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในข้อหากระทำความผิดอาญาคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรมและถูกคุมขังโดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เป็นเรื่องที่สร้างความเศร้าสะเทือนใจแก่ชาวพุทธทั้งหลายในพฤติการณ์ของพระเถระดังกล่าว



ในครั้งพุทธกาลมีภิกษุชาววัชชีต้องอาบัติปราชิกเสพเมถุนธรรมได้ขอร้องให้ “พระอานนท์” กราบทูลพระพุทธองค์เพื่อขอโอกาสได้อุปสมบทเป็นภิกษุใหม่อีกครั้ง โดยจะตั้งใจศึกษาพระธรรม อบรมเจริญปัญญาและขัดเกลากิเลส “พระอานนท์” จึงได้นำเรื่องดังกล่าวไปกราบทูลต่อพระพุทธองค์

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า...เป็นไปไม่ได้ที่ตถาคตจะยกเลิกปราชิกสิกขาบทที่ได้บัญญัติไว้แล้ว”
…...........................................
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


บทความที่เกี่ยวข้อง

'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 1
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 2
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 3
'พระพุทธศาสนา'ตกอยู่ในภาวะวิกฤติ! ตอน 4


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    89%
  • ไม่เห็นด้วย
    11%

บอกต่อ : 99