อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม 2561

เสียงจากนักมวยเด็กยากจน ผมเป็นหนี้บุญคุณตร.ท่านนี้

ชื่นชม รอง สวป.สภ.ท่าชี เมืองสุราษฎร์ฯ เปิดค่ายมวยดึงเด็กพ้นจากขุมนรก เผยเกือบ 7 ปีลงทุนลงแรงให้โอกาส-ชุบชีวิตใหม่ แค่อยากเห็นเด็กเดินตามฝันของตัวเอง และเป็นคนดีของสังคม เสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 เวลา 09.00 น.


“โครงการจับปรับสายเบียด-สายปาด และพวกทำผิดกฎจราจรของตำรวจ ดีเดย์ไปเมื่อวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะเป็นปัญหาทำให้รถติดหนักอยู่ทุกวันนี้...ส่วนตัวอยากแนะนำเพิ่มเติมเรื่อง “เงินค่าปรับและ “การสานต่อโครงการต้องต่อเนื่อง”

 ...อัตราค่าปรับต้องเล่นงานให้หนัก...ปรับเลย 5 พันบาท ไม่ต้องสนใจดราม่าว่า...แล้วจะเอาอะไรกินเงินเสียค่าปรับหมด??...ย้อนถามพวกมันไปเลย...แล้วคุณทำผิดกฎหมายทำไม??...ไม่เด็ดขาด-ไม่เอาจริงประเทศก็จะตกอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดกาล

แนะนำแบบนี้เชื่อว่ามีเสียงไม่เห็นด้วยเรื่องเงินจำนวนมากที่จะไหลเข้าโรงพัก...ก็เอาแบบนี้สิเอาเงินส่วนหนึ่งอาจเป็น 4,500 บาท หักจากค่าปรับ นำเงินส่วนนี้ไปมอบให้เป็น “สาธารณกุศล” ช่วยเด็กกำพร้า ช่วยโรงพยาบาล โรงเรียนยากจน คนยากไร้ ฯลฯ ย้ำว่าภายใน 1 เดือนต้องเคลียร์ตัวเลข (รายรับ-รายจ่าย) หากปล่อยนานเงินจะมากขึ้นเรื่อยๆ (เงินไม่เข้าใครออกใคร)




เกริ่นนำเรื่องการทำงานที่ต่อเนื่อง วีคนี้บุคคลตัวอย่างเป็น
“ตำรวจทำงานด้านมวลชนสัมพันธ์” คลุกคลีกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่องคือ .ต.อ.ชัยวัฒน์ หีดจันทร์ รอง สวป.สภ.ท่าชี จ.สุราษฎร์ธานี จนมองเห็นถึงปัญหาสังคมวัยรุ่นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรุนแรง ยาเสพติด เด็กติดเกม

“ตำรวจหนุ่ม” คนนี้คิดมาโดยตลอดว่าต้องทำอะไรเพื่อให้เยาวชนไทยมีคุณภาพ มีระเบียบวินัย และที่สำคัญต้องมีสถานที่ที่ให้พวกเขาได้ปลดปล่อยพลังในตัวออกมา จึงนำไปสู่การเปิดค่ายมวยชื่อว่า “ค่ายเกียรติชัยวัฒน์”





ผู้กองชัยวัฒน์ เล่าว่าเป็นคน อ.ระโนด จ.สงขลา จบโรงเรียนพลตำรวจยะลา เข้ารับราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ จนสอบเลื่อนยศเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร ต่อมาขอย้ายมาดูแลพ่อแม่โดยเข้ารับตำแหน่ง รอง สวป.ที่ สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 54 ส่วนใหญ่ทำหน้าที่ตำรวจชุมชนสัมพันธ์ พบเห็นปัญหากลุ่มวัยรุ่น ทั้งการมั่วสุมยา บางรายไม่รุนแรงแค่ติดเกม ประกอบกับเป็นคนชอบเล่นกีฬาทุกประเภทโดยเฉพาะกีฬามวย จึงพยายามชักชวนเด็กๆ ในหมู่บ้าน และละแวกใกล้เคียงมาร่วมทำกิจกรรม ฝึกแม่ไม้มวยไทย


“จุดประสงค์เพื่อให้เด็กได้ปลดปล่อยพลังในตัวพวกเขา อย่าให้มีเวลาไปหมกมุ่นกับสิ่งผิดกฎหมาย ให้เขาซ้อมเมื่อเหนื่อยมากๆ ก็อยากพักผ่อน ไม่มีเวลาไปมั่วสุมยา และเกม

กระทั่งย้ายมารับตำแหน่ง รอง สวป. สภ.ท่าชี อ.บ้านนาสาร ทำหน้าที่หัวหน้าหน่วยบริการประชาชน ยางอุง ริมถนนสายเอเชีย 41 เห็นว่าที่ตั้งของป้อมฯ มีพื้นที่ว่างพอที่จะให้เด็กๆ ได้มารวมตัวทำกิจกรรม จึงขออนุญาตผู้บังคับบัญชาใช้พื้นที่ทำเป็นสถานที่ฝึกซ้อมมวย นำเงินส่วนตัวมาซื้ออุปกรณ์ทั้งหมด แล้วชักชวนเด็กและเยาวชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมช่วงออกเวร

ทำแบบต่อเนื่องจนปรากฏว่าเป็นที่ชอบใจของเด็กๆ และผู้ปกครอง ผู้นำชุมชน และผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก จนนำไปสู่การสนับสนุนให้ดำเนินการอย่างเป็นทางการในนาม “ค่ายมวยเกียรติชัยวัฒน์” ภายใต้การควบคุมของ ชมรมมวยไทยอาชีพสุราษฎร์ธานี” ผลงานการชกของเด็กๆ ในค่ายฯ ก็ไม่เป็นรองใคร




“ที่เหนื่อยที่ทำมาทั้งหมดเกือบ 7 ปีก็เพื่อเด็กๆ ผมแค่อยากเห็นอนาคตพวกเขาห่างจากสิ่งผิดกฎหมาย เป็นคนดีของสังคม ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เด็กที่มาฝึกมวยในค่ายฯ ผมรักเขาเหมือนลูกทุกคน

..ชินชนะ โมราศิลป์ อายุ 14 ปี หรือ “น้องปอนด์ ฉายา “ชินชนะ ชัยวัฒน์เล็ก” แชมป์ชมรมมวยไทยอาชีพสุราษฎร์ธานี รุ่น 38 กก. บอกว่าฐานะทางบ้านยากจน พ่อและแม่มีอาชีพรับจ้างที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ผมเป็นลูกชายคนโต เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาญาติที่เป็นตำรวจที่เดียวกับพ่อชัยวัฒน์ ชวนให้มาฝึกชกมวย ผมเห็นว่าน่าจะเป็นอาชีพเลี้ยงพ่อแม่ และครอบครัวได้ จึงตัดสินใจมาอยู่กับพ่อชัยวัฒน์ ทุกวันนี้ผมและน้องชายอีกคนกับเพื่อนๆ อีก 4 คนอยู่ในความอุปการะของพ่อชัยวัฒน์ ทั้งในเรื่องการกินอยู่รวมถึงเรียนหนังสือ


“ทุกครั้งที่ขึ้นชกมวยเงินรางวัลพ่อชัยวัฒน์ก็จะนำเข้าบัญชีพวกเรา ขณะนี้มีเงินเก็บในบัญชีแต่ละคนไม่ต่ำกว่า 60,000 บาท พวกเราทุกคนเป็นหนี้บุญคุณพ่อชัยวัฒน์ ท่านชุบชีวิตให้โอกาสพวกเรารักเหมือนพ่ออีกคนหนึ่ง สิ่งที่จะทำตอบแทนได้คือต้องเป็นคนดี มีระเบียบวินัย ฝึกชกมวยให้ดีที่สุด”



ถือได้ว่าสิ่งที่ ...ชัยวัฒน์ ทำนั้นเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการแก้ไขปัญหาของสังคมได้อย่างดี “สร้างคน-ให้โอกาส” เด็กได้มีที่ยืนในสังคมอย่างภาคภูมิใจ ที่สำคัญไม่เพียงจุดประกายให้เด็กเดินตามฝันของตัวเอง นายตำรวจคนนี้ยังแต่เป็น “พ่อ” ของเด็กด้อยโอกาสอีก 6 คน ให้การอุปการะทั้งด้านการเรียน และที่อยู่อาศัยด้วยการใช้เงินทุนของตัวเองทั้งสิ้น

...ขอให้การกระทำในความดีส่งผลให้ท่านเจริญรุ่งเรือง มีแต่ความสุข อยู่เป็น “พ่อ” เป็นที่พึ่งของเด็กเหล่านี้ตลอดไป.
.......................................
คอลัมน์  : คนดีของสังคม 
โดย “เหยี่ยวขาว”
ขอบคุณข้อมูล-ภาพ อรุณี วิทิพย์รอด ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ จ.สุราษฎร์ธานี


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 1.32K